หนึ่งในเส้นเรื่องภาพยนตร์ที่นิยมนำมาถ่ายทอดอยู่เสมอ คือเรื่องราวของตัวละครคนธรรมดา คนอ่อนแอ ไร้ปากเสียง ขี้แพ้ หรือด้อยโอกาส ถูกต้อนให้จนมุมในสถานการณ์เสี่ยงตายจนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด
ชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นระบบเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคมที่เอารัดเอาเปรียบ
แม้ดูเหมือนจะมีเพียงความพ่ายแพ้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าเมื่อมนุษย์ถึงคราวจนตรอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะปลุกพลังอันแข็งแกร่งที่ซุกซ่อนอยู่ออกมา
ภาพยนตร์แนวนี้มักไม่หยุดอยู่แค่การพาตัวละครไปถึงชัยชนะ ได้รับรางวัล หรือได้อิสรภาพ หากยังนำไปสู่การท้าทายล้มล้างโครงสร้างอำนาจเดิม
พร้อมทิ้งคำถามหนักหน่วงเกี่ยวกับศีลธรรม มนุษยธรรม และความเหลื่อมล้ำในสังคมไว้ให้ผู้ชมได้ฉุกคิด
แนวคิดข้างต้นถูกนำมาถ่ายทอดอย่างเข้มข้นใน “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” (God Skin) ผลงานกำกับของ ปวีณ ภูริจิตปัญญา ที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำนานอย่าง “บอดี้ ศพ#19” (2007), “4 แพร่ง” (2008) และ “5 แพร่ง” (2009)
https://www.youtube.com/watch?v=jXCZFJ18G_I
เรื่องราวโฟกัสไปที่ วิน (สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร) ไรเดอร์หนุ่มที่ดิ้นรนหาเงินมารักษามารดาซึ่งกำลังป่วยหนัก และโชคร้ายหนักขึ้นเมื่อทั้งคู่ถูกไล่ออกจากห้องเช่า ค่ารักษาในโรงพยาบาลสูงลิ่วจนเขาไร้ทางออก
แต่โชคยังเข้าข้างอยู่บ้างเมื่อได้พบกับ อิฐ (อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี) เพื่อนเก่าที่ทำธุรกิจเปิดคลับที่ลูกค้าไม่ได้แค่มากินข้าว ดื่มเหล้า เคล้านารี แต่ยังมี “มิราจ” สังเวียนต่อสู้ใต้ดินสุดอันตราย
มีกติกาพิสดารคือ นักสู้ต้องสัก “ยันต์เทวา” เพื่อเพิ่มพลังความแข็งแรงเหนือมนุษย์และปล่อยพลังสัตว์ป่าในร่างกายของพวกเขา เพื่อให้การฟาดฟันแบบไร้ขอบเขตเป็นไปอย่างสนุกถึงใจผู้ชมรอบสนาม

ขณะเดียวกัน วิน ก็พบว่า แพรวา (ภัณฑิรา พิพิธยากร) เพื่อนสมัยเรียนของเขา มาเป็นสาวนั่งดริ๊งที่คลับ ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เลยเถิดไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้
หนังเดินไปในทิศทางที่คาดเดาได้ว่า ฝ่ายชายได้รับรู้ปัญหาหนี้สินของครอบครัวฝ่ายหญิง ที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องมาทำอาชีพเอนเตอร์เทนบรรดาเสี่ย ๆ กระเป๋าหนัก
ลูกค้าระดับวีไอพีหนุ่มนักสู้เลยอยากปลดเปลื้องหนี้สินให้หญิงสาว ไม่อยากให้เธอทำอาชีพนี้อีกต่อไป
งานนี้นอกจากจะสู้สุดใจเพื่อแม่ที่ป่วยไข้แล้วก็ยังสู้เพื่อคนรักด้วยเช่นกัน

ขณะที่ วิน กำลังไต่เต้าเป็นนักสู้ที่มีเงินเดิมพันสูงขึ้น เขาก็ได้กวนอู (ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ลูกเศรษฐีดูเนิร์ด ๆ มาช่วยอัดฉีดพลังการต่อสู้ให้
ช่วงของการห้ำหั่นกันของนักสู้ทั้งหลายในสนาม “มิราจ” คืองานโชว์แฟนตาซีที่ผสานกับลีลาการต่อสู้อย่างสนุก การันตีด้วยทีมแอ็กชันไทย ระดับตำนานอย่าง พันนา ฤทธิไกร
ขณะที่หนังเกลี่ยพาร์ทของดราม่าเข้ามาอย่างลงตัว แฝงนัยให้ตีความพอสมควร ว่ากันตามตรง แอ็กชั่น แฟนตาซี หรือโรมานซ์ ก็เป็นเพียงเครื่องชูรสของ “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน”
เพราะครึ่งเรื่องหลังคือการพาผู้ชมทะลุออกไปจากครึ่งเรื่องแรกแบบน่าฉงนและลึกซึ้งยิ่งกว่า

อย่างไรก็ตาม ถึงจะซ่อนนัยอะไรไว้หลายสิ่งในหนัง แต่หลายอย่างก็เข้าใจได้ง่าย หนังไม่อำพรางว่าเป็นงานที่วิพากษ์ถึงความไม่เท่าเทียมกันเชิงระบบ พูดถึงช่องว่างของความรวย-จน โชว์ให้เห็นถึงการกดขี่ทางชนชั้น
คนที่เป็นเบี้ยหรือเป็นเหยื่อต้องดิ้นรนอยู่ในเกม หรือในสถานการณ์การเอาชีวิตรอด ที่ถูกจัดฉากหรือควบคุมโดยผู้มีอำนาจ หรือชนชั้นสูง ที่ร่ำรวย
ว่ากันตามตรง “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” โฟกัสเพียงตัวละคร วิน เขาไม่ได้โชคดีที่ถูกเลือก แต่ถูกล็อกตัวไว้ตั้งแต่แรก ด้วยเหตุผลบางอย่าง
และศัตรูแท้จริงของเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ในสังเวียน
แต่คือบางสิ่งบางอย่างที่มากไปกว่านั้น และมันทำให้เขาต้องเผชิญกับความสะบักสะบอมปางตาย
Blue Bird 30 ส.ค.69


























