Monday, July 20, 2026
More
    HomeบันเทิงจากหนังThe Odyssey - ดิ โอดิสซีย์

    The Odyssey – ดิ โอดิสซีย์

    The Odyssey มหากาพย์กรีกโบราณอายุกว่า 3,000 ปีจากลำนำของกวีตาบอดนาม โฮเมอร์ ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักวรรณกรรมที่มีอิทธิพลต่อโลกตะวันตกมากที่สุด

    เรื่องราวว่าด้วยตรรกะและจิตวิญญาณอันแรงกล้าของมนุษย์ในการเอาชนะอุปสรรค ผ่านการเดินทางอันยาวนานถึง 10 ปีของโอดิสซีอุส กษัตริย์แห่งอิธากา ผู้ต้องฝ่าฟันอสูรกายในตำนานและความพิโรธของเทพเจ้าเพียงเพื่อหาทางกลับบ้านหลังสิ้นสุดสงครามเมืองทรอย

    ด้วยความเป็นวรรณกรรมชั้นครูชิ้นเอกของโลก Odyssey ถูกนำมาดัดแปลงและเล่าขานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายร้อยรูปแบบ ตลอดหลายศตวรรษ ตั้งแต่หนังสือ ละครเวที ดนตรี ไปจนถึงแผ่นฟิล์ม  เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีถึงความยิ่งใหญ่ที่เหนือกาลเวลา

    ล่าสุด มหากาพย์เรื่องนี้กลับมาเขย่าวงการภาพยนตร์อีกครั้งในรูปแบบหนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์สุดอลังการ ถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX 70 มม.

    ภายใต้การกำกับของ เซอร์ คริสโตเฟอร์ โนแลน พร้อมทัพนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ นำโดย แมตต์ เดมอน, แอนน์ แฮทธาเวย์, ทอม ฮอลแลนด์, เซนดายา, ชาร์ลิซ เธรอน, จอห์น เลอกีซาโม, โรเบิร์ต แพททินสัน, ซาแมนธา มอร์ตัน, อิเมช พาเทล, จอน เบิร์นธัล, ทราวิส สก็อตต์, ลูปิตา ยองโง และ เอลเลียต เพจ

    Odyssey ฉบับ โนแลน คุมโทนเนื้อเนื่องให้อยู่ในกรอบที่ว่าถึงการรอคอย ความทรงจำ และการออกเดินทาง

    https://www.youtube.com/watch?v=AxhJ0iMDVNY
    ใช้
    กลวิธีการเล่าเรื่องแบบค่อย ๆ ถอดเปลือก เผยความจริงทีละชั้น โดยแบ่งตัวละครออกกลุ่ม ๆ

    กลุ่มแรกคือ ราชินีเพเนโลปี (แอนน์ แฮทธาเวย์) และ เจ้าชายเทเลมาคัส (ทอม ฮอลแลนด์) บุตรชาย กำลังเฝ้ารอการกลับมาของ โอดิสซีอุส (แมตต์ เดมอน) หลังไร้ข่าวคราวนานร่วม 20 ปี


    ซ้ำร้าย
    เพเนโลปี ยังถูกบีบให้ต้องเลือกคู่ครองใหม่ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของลูกชาย แม้ เทเลมาคัส จะไม่เคยเห็นหน้าบิดา แต่ภาพจำของ โอดิสซีอุส คือราชาผู้ทรงคุณธรรและเชื่อสุดใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เจ้าชายหนุ่มจึงตัดสินใจลอบออกจากวังเพื่อออกตามหาบิดา

    ขณะที่อีกฝั่งมหาสมุทรอันห่างไกล โอดิสซีอุส ผู้สูญเสียความทรงจำหลังสงครามเมืองทรอย มาอาศัยอยู่กับ คาลิปโซ (ชาร์ลิซ เธรอน) นางไม้แห่งท้องทะเลในดินแดนอันเงียบสงบนานถึง 7 ปี  มี เทพีอาธีนา (เซนดายา) ปรากฏตัวในนิมิตที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น

    เธอคือผู้อยู่เบื้องหลังและคอยเกื้อหนุนเขามาตั้งแต่ศึกเมืองทรอย และยังคงเคียงข้างในเส้นทางข้ามมหาสมุทรนี้

    ในระหว่างที่ โอดิสซีอุส พยายามรื้อฟื้นความทรงจำ ภาพยนตร์จะพาผู้ชมย้อนกลับไปดูความปราชัยและความรุ่งโรจน์ในอดีต

    ตั้งแต่แผนอุบายม้าไม้เมืองทรอย (Trojan Horse) ที่เขาเป็นผู้คิดค้นและนำกองทัพย่อยซ่อนตัวข้างใน จนสามารถเปิดประตูเมืองช่วยให้ กษัตริย์อากาเมมนอน (เบนนี ซาฟดี) ผู้ทะเยอทะยานแห่งนครไมซีนี ชนะสงครามทวงคืนตัว เฮเลนแห่งสปาร์ตา (ลูปิตา ยองโง) ได้สำเร็จ

    ทว่า… สงครามเมืองทรอยกลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและบาดแผลทางใจอันใหญ่หลวงของ โอดิสซีอุส เพราะแม้ภารกิจรบจะสำเร็จ แต่การเดินทางกลับบ้านกลับเป็นบททดสอบที่สาหัสกว่าหลายเท่า


    กองทัพของเขาต้องเผชิญกับด่านเคราะห์ที่คอยกัดกร่อนชีวิตทหารกล้าไปทีละน้อย

    ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับ ยักษ์ตาเดียวไซคลอปส์ ลูกชายของเทพโพไซดอน ซึ่งการสังหารยักษ์ตนนี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เทพแห่งท้องทะเลพิโรธ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่การล่องลำนาวาจะราบรื่นตลอดรอดฝั่ง,  

    การพบกับแม่มดเซอร์ซี (ซาแมนธา มอร์ตัน) ที่หลอกล่อทหารลูกน้องของเขาด้วยอาหารรสเลิศ ก่อนจะใช้มือเปล่าร่ายมนตร์เปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นหมูในพริบตา

    หรือการต้องล่องเรือผ่านที่อยู่ของ ไซเรน อสูรกายทางน้ำที่ใช้เสียงเพลงสะกดจิตล่อลวงให้เรืออับปาง โอดิสซีอุส แก้ทางด้วยการให้ทหารอุดหูด้วยขี้ผึ้ง ส่วนตัวเขาเองสั่งให้มัดไว้กับเสากระโดงเรือเพื่อฟังเสียงโดยไม่เสียสติ

    แต่ด่านเคราะห์ยังไม่หมด เมื่อพวกเขาอยากเลี่ยงน้ำวนยักษ์ คาริบดิส ก็ต้องมาต้องเจอกับ ซิลลา อสูรกายทะเล 6 หัวคอยาวบนโขดหิน ดักรอนักเดินทางอยู่ตรงข้ามกับน้ำวนยักษ์ที่พร้อมกลืนกินทุกชีวิต

    ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความทุกข์ทรมานจากการรอนแรม ความหิวโหย อันตรายที่จวนเจียนจะเอาชีวิตไม่รอด และความคลางแคลงใจของไพร่พลที่มีต่อผู้นำ ไปจนถึงการต้องดิ่งลงสู่ปรโลกเพื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณที่ โอดิสซีอุส ติดค้าง


    ทุกอย่าง
    หลอมรวมเป็นบททดสอบจิตวิญญาณมนุษย์ที่เขาต้องฝ่าไปให้ได้เพื่อเป้าหมายเดียวคือการกลับบ้าน

    Odyssey ในวิสัยทัศน์ของ โนแลน เปรียบเหมือนอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยา ดำเนินเรื่องตามขนบหนังผจญภัยที่มีฉากแอ็ชั่นและการสู้รบอันตื่นตาตื่นใจ

    หากแต่โนแลนจัดวางสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องเคียง เพื่อชูรสเท่านั้น

    แม้จะเป็นเรื่องราวที่มีทวยเทพเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เขาเลือกที่จะลดทอนภาพลักษณ์ที่จับต้องได้ของมหาเทพอย่าง ซุส หรือ โพไซดอน โดยไม่ให้ปรากฏกายออกมาตรง ๆ แต่เปลี่ยนให้เทพเจ้าเหล่านั้นกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางจิตวิทยาแทน

    หากเปรียบแอ็ชั่นเป็นเครื่องเคียงแล้ว ดังนั้น อาหารจานหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ การพาผู้ชมไปสำรวจบาดแผลในจิตใจของตัวละครหลังผ่านพ้นสงครามอันโหดร้าย


    ชัยชนะอันยิ่งใหญ่และความกล้าหาญที่โลกสรรเสริญ แท้จริงแล้วถูกขับเคลื่อนด้วยความสำนึกผิดลึก
    ๆ ภายในใจ และจริยธรรมที่แตกสลายจากการบิดเบือน กฎของซุส” (Zeus’ law)

    ว่าไปแล้วนี่กลายประเด็นหลักที่ โนแลน ต้องการหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างแหลมคม

     Blue Bird19/7/69

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments