Tuesday, September 15, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวัน“บิ๊กต่อบช.ก.”แถลงผลงานปคบ.ค้น16จุด5จว.“ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง”

    “บิ๊กต่อบช.ก.”แถลงผลงานปคบ.ค้น16จุด5จว.“ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง”

    ผบช.ก.แถลง ปคบ.ผนึกกรมปศุสัตว์ เปิดปฏิบัติการ 8 เดือน “ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง” ปูพรม 16 จุด 5 จังหวัด พบโคเกี่ยวข้อง 967 ตัว ยึดอาหารสัตว์-วัตถุดิบ-อุปกรณ์กว่า 32 ล้านบาท ตะลึงเส้นเงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาท ตามรวบผู้ต้องหาคนสำคัญนำสารซัลบูตามอลขายให้ฟาร์มและสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ เร่งขยายผลหาต้นตอและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ก.ย.69 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

    พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ วชิรโชติกุล รอง ผกก.4ฯ ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ปคบ. พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ.

    ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ สกัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง พบโคที่เกี่ยวข้อง 967 ตัว ยึดของกลางรวมกว่า 32 ล้านบาท

    พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัญหาสารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ซัลบูตามอล ถือเป็นภัยที่อาจส่งต่อจากอาหารสัตว์ไปสู่โคขุน และตกค้างอยู่ในเนื้อสัตว์ที่ประชาชนนำไปบริโภค โดยผู้ลักลอบใช้สารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและลดชั้นไขมันของโคขุน ซึ่งเป็นการเพิ่มผลตอบแทนทางการค้า

    สืบสวนแกะรอยต่อเนื่อง8เดือน

    จากปัญหาดังกล่าว บก.ปคบ. และกรมปศุสัตว์จึงร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุก “ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง”  ใช้ระยะเวลาสืบสวนและตรวจสอบต่อเนื่องกว่า 8 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึงเดือน ก.ย. 2569  แกะรอยตั้งแต่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ ฟาร์มโค สถานที่ผลิตอาหารสัตว์ ตลอดจนผู้จัดหาสารเคมีต้นทาง

    ค้น16จุด5จว. ยึดของกลาง32ล.

    สำหรับผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้นรวม 16 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี พบโคเนื้อที่เกี่ยวข้องในฟาร์มรวม 967 ตัว ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในปัสสาวะโคและเนื้อโค นอกจากนี้ยังตรวจพบและอายัดอาหารสัตว์ วัตถุดิบ พรีมิกซ์ และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่าของกลางกว่า 32,366,240 บาท

    เส้นเงินหมุนเวียนกว่า 80ล.

    ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบเงินหมุนเวียนเข้า-ออกบัญชีของผู้จัดจำหน่ายสารเคมีต้นทางที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว รวมกว่า 80,289,292 บาท

    เริ่มจากตรวจฉี่วัวฟาร์มสระบุรีพบสารเร่งเนื้อแดง

    ส่วนการสืบสวนเริ่มต้นเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจร้านจำหน่ายเนื้อโคในตลาดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ เมื่อสืบสวนย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของเนื้อโค กระทั่งวันที่ 9 และ 25 ก.พ. 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นฟาร์มโคเนื้อใน จ.สระบุรี พบโคเนื้อรวม 278 ตัว จากการตรวจปัสสาวะพบสารเร่งเนื้อแดง รวมทั้งตรวจพบและยึดอาหารสัตว์และพรีมิกซ์ที่ต้องสงสัย

    ขยายผลต่อสุพรรณ-กาญจนบุรี

    จากนั้นมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 27 พ.ค. 4 มิ.ย. และ 11 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.กาญจนบุรี พบการผลิตอาหารสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต อาหารสัตว์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และพบสารเร่งเนื้อแดงในปัสสาวะโคอีกหลายตัว

    รวบรวมหลักฐานเร่งหาคนขาย

    ต่อมาวันที่ 25 มิ.ย. และ 14 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ใน จ.สุพรรณบุรี และ จ.เพชรบุรี พบอาหารสัตว์ที่ไม่มีเลขทะเบียน ก่อนนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกัน ทั้งผลตรวจจากเนื้อสัตว์ ปัสสาวะโค อาหารสัตว์ พรีมิกซ์ สถานที่ผลิต และเส้นทางการจำหน่าย เพื่อค้นหาบุคคลสำคัญที่นำสารเร่งเนื้อแดงไปจำหน่ายให้กับฟาร์มและสถานที่ผลิตอาหารสัตว์

    “บิ๊กเบิร์ต”แจงขั้นตอนสืบสวน

    พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นจากการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง บก.ปคบ. กับกรมปศุสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่ออกตรวจตามตลาดและสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อนำตัวอย่างเนื้อไปตรวจหาสารตกค้างที่เป็นสารต้องห้าม เมื่อพบสารเร่งเนื้อแดง จึงสืบสวนย้อนกลับไปยังแหล่งที่มา ทั้งโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มที่เลี้ยงโค ก่อนขยายผลไปยังอาหารสัตว์และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

    จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบสารเร่งเนื้อแดงทั้งในเนื้อสัตว์ อาหารสัตว์ เครื่องผลิตอาหาร และตัวโคที่อยู่ในฟาร์มซึ่งต้องสงสัยว่าใช้อาหารสัตว์ที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่ จึงได้อายัดพยานหลักฐานและขยายผลต่อ

    สอบเส้นเงินพบผู้ต้องสงสัยล

    พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวอีกว่า หลังการเข้าตรวจสอบในพื้นที่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากการสืบสวน ทั้งเส้นทางการเงินและข้อมูลจากฟาร์มที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง  ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นผู้จัดหาสาร รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของสารเร่งเนื้อแดงที่ตรวจพบ นำมาจำหน่ายให้ฟาร์ม

    พิรุธโอนเงินออกจากบัญชีตัวเอง8ล.

    เจ้าหน้าที่จึงติดตามและตรวจสอบบุคคลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. บุคคลดังกล่าวมีการถ่ายโอนทรัพย์สินออกจากบัญชีของตัวเอง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงให้ความสำคัญกับบุคคลดังกล่าวและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลจากการสอบสวน เส้นทางการเงิน และผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันชนิดของสารที่ตรวจพบในฟาร์มต่างๆ

    บุกจับทันทีหลังผลตรวจระบุเป็นสารซัลบูตามอล

    จากผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ กก.2.บก.ปคบ.ยืนยันสารที่ตรวจพบว่าเป็นซัลบูตามอล ก่อนรวบรวมพยานหลักฐาน จับกุมนายเอก ข้อหา ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ผลิตหรือขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน, ใช้วัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ และขายยาแผนปัจจุบันประเภทอันตราย หรือซัลบูตามอล โดยไม่ได้รับอนุญาต จับได้ที่บ้านพัก ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังตรวจสอบพบว่สเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวหาว่านำสารเร่งเนื้อแดงมาจำหน่ายให้กับฟาร์มและสถานที่ผลิตอาหารสัตว์

    โชกโชนวงการอาหารสัตว์

    จากการตรวจสอบประวัติ นายเอกชัย มีประวัติเป็นเซลส์ในวงการอาหารสัตว์มาตั้งแต่ปี 2539 แต่ปัจจุบันไม่ได้มีใบอนุญาตในการขายอาหารสัตว์ ขณะที่การตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาหารสัตว์ เจ้าหน้าที่พบเงินหมุนเวียนเข้า-ออกรวมกว่า 80 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาไปจนถึงช่วงที่มีการถ่ายโอนเงินออกจากบัญชี

    พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและขยายผลเพื่อหาต้นตอของสารดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการนำสารออกมาจำหน่ายในวงการอาหารสัตว์

    เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสารที่มีการนำไปใช้ทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีอาการหอบหืด และบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือจำหน่ายมีจำนวนไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้น

    ใช้ในสุกรแล้วลามมายังโคเนื้อ

    ด้านนายสรวุฒิ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำงานเกือบ 1 ปี โดยเป็นการสืบสวนไปถึงต้นตออย่างเป็นขั้นตอน เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวมีขนาดใหญ่และส่งผลกระทบต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและผู้บริโภค โดยสารเร่งเนื้อแดงเป็นสารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    นายสรวุฒิ กล่าวว่า ปัญหาสารเร่งเนื้อแดงก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในกลุ่มสุกรมาอย่างต่อเนื่อง จนปัญหาในส่วนดังกล่าวเบาบางลง จึงขยายการตรวจสอบมายังกลุ่มโคเนื้อ ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามสืบสวนให้ถึงต้นตอว่าใครเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวบ้าง เพราะสารเร่งเนื้อแดงเป็นอันตรายและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตเนื้อสัตว์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

    นอกจากนี้ การลักลอบใช้สารดังกล่าวยังถือเป็นการเอาเปรียบเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากอาจสร้างความได้เปรียบทางการค้าให้กับผู้ที่ใช้สารดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงโค แกะ แพะ หรือสุกร  ถือว่าการปฏิบัติการครั้งนี้มีความสำคัญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าปราบปรามปัญหาดังกล่าวต่อไปจนถึงที่สุด

    สัตวแพทย์ชี้ห้ามใช้เพราะส่งผลต่อผบู้ริโภค

    ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวเตือนผู้บริโภคและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยซัลบูตามอลเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจตกค้างในเนื้อสัตว์และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก อาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments