กองปราบฯวิตก”นครศรีฯเมืองร้อยศพ”

Crime Track / Wassayos

ตำรวจกองปราบปรามกำลังหนักใจกับอาชญากรรมรุนแรง

โดยเฉพาะคดีฆ่ากันตายที่เกิดในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้พบว่าสถิติคดีฆาตกรรมพุ่งสูงถึง 39 คดีตั้งแต่ต้นปี64

เฉลี่ยกระชากวิญญาณกัน 5.5 ศพต่อเดือน ซึ่งนับว่าสูงสุดในประเทศแบบก้าวกระโดด โดยตำรวจกำลังจัดการ ค้นจุดเป้าหมายยึดอาวุธปืนเถื่อนจากบรรดาพี่บ่าวเสียงทองแดงอย่างเร่งด่วน

เพราะหากไม่หยุดยั้งแนวโน้มเมืองคอนอาจจะเป็นกลายจังหวัด 100 ศพภายในสิ้นปีนี้

พันตำรวจเอก วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม บอกให้เรารู้ว่า

ตำรวจทั้งจากส่วนกลางและตำรวจท้องที่กำลังหนักใจกับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีเหตุฆ่ากันตายรายวันเกิดขึ้นสูงมาก

ทั้งนี้ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม พบว่ามีเหตุฆ่ากันตายมากถึง 39 คดี หรือเฉลี่ยฆ่ากันตายถึงเดือนละ 5.5 ศพ

ถือว่าสูงมากที่สุดในประเทศ และเป็นการฆ่ากันแบบซึ่งหน้า ไม่ใช่เป็นการจ้างวานฆ่าแต่อย่างใด

“หากปล่อยไว้แบบนี้ สิ้นปีมีหวังถึง 100 ศพแน่ครับ ฆ่ากันตายง่ายมากจริงๆที่นครศรีฯ”

ผู้กำกับกองปราบฯ กล่าวพร้อมกับโยกหัว และบอกว่าได้สั่งการให้สารวัตรที่ดูแลจังหวัดนครศรีฯ รีบนำกำลังลงพื้นที่ไปแล้ว

พร้อมกับให้วิเคราะห์ข้อมูลการเกิดเหตุ สาเหตุ และปัญหาทั้งหมด เพื่อหยุดการฆ่ากันตายหรือลดจำนวนลงมาให้ได้

เบื้องต้นให้เร่งเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยที่น่าจะมีอาวุธปืนหรือสิ่งของผิดกฎหมาย เพื่อจับกุมดำเนินคดีเพื่อป้องกันเหตุฆ่ากันตายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

จากข้อมูลของกองปราบปรามพบว่า จำนวนเหตุฆ่ากันตายใน จ.นครศรีธรรมราช ที่เกิดขึ้นอย่างบ้าบิ่นถึง 39 คดีนั้น

สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 34 คดี หลบหนีหมายจับ 2 และไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ 3 คดี

อาวุธที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืน 27 คดี มีด 6 คดี พร้า 2 คดี อื่นๆ 4 คดี

ด้านสาเหตุของการฆ่ากันตายนั้นส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุทะเลาะวิวาท 21 คดี ชู้สาว 2 คดี ยาเสพติด 1 คดี และยังไม่ทราบสาเหตุหรือสาเหตุไม่ชัดเจน 15 คดี

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นไล่เลี่ยกัน คือ กลางวัน 18 คดี และกลางคืน 21 คดี

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ชาวบ้านท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อของ “เมืองคอน”

นับเป็นหัวเมืองใหญ่ของภาคใต้เต็มไปด้วย คหบดี นายหัว นายตำรวจ นายทหาร และทนายความชื่อดัง

นอกจากนั้นในอดีตยังขึ้นชื่อเรื่องของนักเลงและเป็นซุมมือปืนที่เรียกกันว่า “มือปืน เมืองคอน” ใครได้ยินต่างขนลุก

ขณะเดียวกัน เมืองคอน ยังเต็มไปด้วยไสยเวทย์หรือคาถาอารมของพระอาจารย์ที่ปลุกเสกเครื่องรางของขลังออกมามากมาย

ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเครื่องรางของขลังอย่าง กะลาตาเดียว จตุคามรามเทพ หรือ “ไอ้ไข่” เครื่องรางล่าสุดที่สร้างชื่อเสียงอย่างโด่งดังให้กับนครศรีธรรมราช เมืองแห่งธรรมะแห่งนี้

พันตำรวจตรี ธีรยุทธ ไทยราช สารวัตรกองกำกับการ 5 กองปราบปราม ที่เป็นตำรวจด่านหน้าจากส่วนกลางลงไปพื้นที่เมืองคอน ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่ เล่าให้เราฟังว่า

เหตุที่มีเหตุฆ่ากันตายทำสถิติทะลุเป้านั้นก็เพราะว่าลักษณะของคนใต้เมืองคอนมักมีนิสัยโผงผาง ตรงไปตรงมา

ที่สำคัญแทบทุกบ้านมีอาวุธปืน บ้างก็ซื้อมาใหม่ บ้างก็ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น

เหตุที่ต้องมีเพราะชาวบ้านทำสวนยางพารา และสวนผลไม้ ต้องมีอาวุธไว้เฝ้าสวนของตนเอง ส่วนใหญ่เป็นคนมีเงิน

อาวุธที่ใช้นั้นเกือบทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หนึ่งบ้านมีมากกว่า 1 กระบอกทั้งปืนสั้นปืนยาว

แต่ด้วยความที่คนเมืองคอนเป็นคนใจร้อน ปากกระบอกปืนจึงพ่นกระสุนออกไม่หยุด มีเหตุทะเลาะวิวาทกันที่ไร มักจบด้วยการสาดกระสุนใส่กันแบบไม่ยั้ง

“ส่วนใหญ่ยิงกันจากเหตุทะเลาะวิวาท และส่วนมากก็ทะเลาะกันเองในเครือญาติ อาจจะมาจากเรื่องมรดก หรือรังวัดที่ดิน

ผิดใจกันนิดหน่อยก็ยิงกันตายได้ ปัจจัยที่ทำให้ยิงกันมีไม่เยอะ ทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะใจร้อน พกปืนกันทุกคนครับ

คนใต้มักพูดกันว่าเคลียร์กับคนตายดีกว่าพูดกับคนเป็น เป็นกันแบบนี้เลยยิงกันตายง่ายๆครับ”

สารวัตรธีรยุทธ กล่าวด้วยภาษาภาคกลางแต่สำเนียงใต้ สำเนียงท้องถิ่น ที่เรียกกันว่าพูดทองแดง

สารวัตรหนุ่มคนเดิมกล่าวต่อว่า

คนเมืองคอนส่วนมากเป็นคนชอบเรียนกฎหมาย ส่วนมากมีความรู้ด้านนิติศาสตร์ วิ่งเต้นเคลียร์คดีเก่ง

เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาแม้ว่าจะเป็นคดีฆ่าคนตายก็จะวิ่งเต้นเคลียร์คดี ส่วนน้อยที่หนี

ส่วนมากจะมอบตัวกับตำรวจหลังเกิดเหตุ และหาช่องทางกฎหมายสู้คดีให้ได้ติดคุกน้อยที่สุด

เป็นเรื่องปกติที่คนเมืองคอนจะขายที่ดินขายสวนยางเพื่อนำไปให้ทนายความจัดการคดีของตัวเอง ในลักษณะที่เสียเงินได้แต่เสียศักดิ์ศรีไม่ได้

และที่เมืองคอนแห่งนี้ คดีฆ่ากันตายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเรื่องผู้มีอิทธิพล การเมืองก็ไม่ฆ่ากัน

ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ จะมีบ้างที่เป็นเรื่องขัดแย้งกันเรื่องการขายยาเสพติดรายย่อย

พันตำรวจตรี ธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า

ขณะนี้กำลังหาเป้าหมายเพื่อตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ จากการตรวจค้นร่วม 2 เดือนต่อเนื่องที่ผ่านมา พบว่าปืนส่วนใหญ่มีทะเบียนถูกต้อง

แต่จะพบว่าแต่ละบ้านมักจะมีปืนมากถึง 2-3 กระบอก จะมีปืนเถื่อนบ้างก็จับกุมได้จากแก๊งค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่

แต่ก็ถือว่าเป็นการป้องกันปราบปรามไม่ให้เกิดขึ้นมากขึ้นอีก

อย่างไรก็ตามขณะนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีชาวบ้านก็มักจะทะเลาะกันมากขึ้นแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงห้ำหั่นกันจึงสูง และยาเสพติดมีแนวโน้มที่จะระบาดมากขึ้น เป็นไปได้ที่คดีอาชญากรรมจะเกิดขึ้นสูงขึ้นตามไปด้วยก็เป็นได้

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวธัญยภรรณ มากช่วย อายุ 42 ปี เข้าร้องทุกข์ที่กองปราบฯ ว่า

น้องชายของเธอ นายติณศรุต มากช่วย อายุ 28 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ถูกขาใหญ่คนขับรถของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ใช้ปืนยิงเสียชีวิตใกล้สี่แยกท่าศาลา

สภาพถูกยิงด้วย ปืน  9 มม. เข้าหน้าอก ลำคอ ลำตัวเกือบ 10 นัด

ตำรวจยังพบปลอกกระสุนปืน9 มม. ตกอยู่จำนวนมากถึง 16 ปลอก

การก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าอุกอาจเป็นอย่างมากเนื่องจากอยู่กลางเมือง และอยู่ใกล้กับโรงพักท่าศาลา

หลังเกิดเหตุ นายสุรพงศ์ ทองเกิด และ นายอรรถพล คุ้มเดช 2 ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับตำรวจท้องที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน

แต่ญาติคนตายกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้ต้องหาเป็นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่น จึงเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบฯ

เพื่อให้ตำรวจจากส่วนกลางเข้าไปจัดการคดี คดีนี้ถือเป็นคดีล่าสุดที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือดที่เมืองคอน 

ตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ Bangkok Post คอลัมน์ Crime Track ฉบับวันที่ 16 ส.ค.

https://www.bangkokpost.com/thailand/special-reports/2165743/cops-try-to-solve-riddle-of-murder-capital