กอง 1 ป. รวบหนุ่มลวงโลก ตุ๋นเงินสาวทางเว็บไซต์หาคู่ เคยถูกจับแล้ว ไม่เข็ด!

1468
 
 
331601.LINE
สนับสนุนเรื่องราวดีดี
IMG_1923
สนับสนุนเรื่องราวดีดี
วันที่28 ม.ค.  พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก. สั่งการให้ พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป. ร.ต.ท.นงค์ เนียมสูงเนิน รองสว.กก.1บก.ป.และเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. นำกำลังจับกุม นายชัยณรงค์ หรือต้า ฉิมนอก อายุ33ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนครนายก ที่จ.89/2556 ลงวันที่8 ต.ค. ในฐานความผิด ฉ้อโกงและส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง(“เปรี้ยวปาก” )ซ.ไทยรามัญ ถ.หทัยราษฏร แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา

พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้มี น.ส.แพน(นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ว่า ถูกนายต้าหลอกลวงให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร 106 ครั้ง เป็นเงิน 2,472,900 บาท หลังจากรู้จักและคบหากันผ่านทางเว็บไซต์จัดหาคู่แห่งหนึ่ง หลังรับแจ้งความ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยคนร้าย เพราะเป็นภัยต่อสังคม จากการตรวจสอบทราบว่านายต้าแท้ที่จริงคือนายชัยณรงค์ ฉิมนอก ซึ่งยังคงมีประวัติหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดนครนายกติดตัว และหลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ร้านอาหารดังกล่าว กระทั่งกลางดึกที่ป่านมา ชุดสืบสวนได้นำกำลังไปสังเกตการณ์ และพบนายชัยณรงค์อยู่ที่ร้านดังกล่าวจึงได้นำกำลังเข้าจับกุม
 

5566217040241.LINE

สอบสวนนายชัยณรงค์ ให้การรับสารภาพว่ามีอาชีพเป็นนักดนตรี ตระเวนเล่นตามร้านต่างๆใน กรุงเทพฯเวลาว่างจะผันตัวเองเป็นอาสาสมัครกู้ภัย อย่างไรก็ดี


ยอมรับว่านำภาพบุคคลที่หน้าตาดี ซึ่งได้มาจากทางอินเทอร์เน็ตมาตั้งโปรไฟล์ให้ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-สกุล ที่แอบอ้างขึ้น เพื่อทำความรู้จักกับบรรดาผู้เสียหาย พูดคุยผ่านโปรแกรมแชท แลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน รายใดที่เริ่มสนิทจะยอมเปิดเผยตัวตนภายหลังว่าไม่ได้เป็นคนที่โพสต์รูปไว้บนเว็บไซต์ หากผู้เสียหายรายไหนที่ยังต้องการจะคบหาต่อไปจะนัดพบกันต่อ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าคบหากับผู้เสียหายจริงจัง ส่วนตัวมีนิสัยเจ้าชู้ คุยสนุก

สว.กก.1บก.ป.กล่าวอีกว่า สำหรับประวัตินายชัยณรงค์นั้นเคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมมาแล้วเมื่อปี2556 โดยครั้งนั้นได้หลอกลวงหญิงสาวโดยใช้แผนประทุษกรรมลักษณะนี้ ครั้งนั้นอ้างว่าเป็นนักร้องสังกัดค่ายยักษ์ใหญ่ จนเหยื่อหลงเชื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท ต่อมาภายหลังพ้นโทษได้มาก่อเหตุอีกครั้งโดยใช้วิธีการเดิม มีหลอกผู้เสียหายที่จังหวัดมหาสารคาม 500,000 บาท หลอกผู้เสียหายที่องครักษ์ นครนายก 200,000 บาทและมีผู้เสียหายไปแจ้งความที่บก. ปอท.25,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงและส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.องค์รักษ์ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
 
5566217117366.LINE
5566217080546.LINE
 
IMG_1924
สนับสนุนเรื่องราวดีดี