ก้อนกรวดบนฟ้า

ใครเห็นเป็นดินช่างเขาแต่ในคืนมืดมิดคือดาวสำหรับฉัน

จู้กหู้กกู้ขอเปิดตัวด้วยเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่โด่งดังมากๆ

กราบสวัสดี..ปิดฉากเรียบร้อยฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2020-21

เป็นอีกปีที่น่าจดจำ ทั้งซุปเปอร์สตาร์วันเก๋าและวัยรุ่นสตาร์ดวงใหม่ๆที่ก้าวเท้าเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนต่างน่าสนใจ

ที่จุ้กหู้กกู้อยากนำมาอวยในคอลัมน์กูมีคีย์บอร์ด..

ในเกมที่เลสเตอร์พ่ายแพ้ให้แกสเปอร์จู้กหู้กกู้เห็น เจมี่ วาร์ดี้ ยิงจุดโทษทั้งสองประตูแต่สุดท้ายแพ้และอดไป UCL จึงตัดสินใจง่ายมาก

18 พฤษภาคม 2012 เลสเตอร์ ซิตี้ เซ็นสัญญา เจมี่ วาร์ดี้ มาจากสโมสรฟลีตวู้ด ทาวน์ ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์

เป็นสถิติค่าตัวนักเตะจากนอกลีกที่แพงที่สุด
นับถึงปัจจุบัน หัวหอกวัย 34 ปี ลงสนามให้เลสเตอร์ ซิตี้ไปแล้ว 350 นัด ทำไป 145 ประตู

และมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2013/14 , พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015/16 และ เอฟเอ คัพ 2020/21 ได้อย่างละ 1 สมัย

พร้อมกับรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของพรีเมียร์ลีก 1 สมัย ในฤดูกาล 2019/20

แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 14 ก่อน…

เขาเริ่มลงเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนให้กับทีมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ก่อนจะถูก สโมสรบอกว่า “คุณไม่ดีพอจะได้เล่นฟุตบอลอาชีพ” และถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา

บางทีชีวิตการเป็นนักบอลอาชีพของเขาควรจะจบลงตั้งแต่วันนั้น เพราะด้วยรูปร่างที่ผอมบาง และ ฝีเท้าที่ไม่ได้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์…

เต็มที่แล้ว เขาอาจจะเป็นนักเตะสมัครเล่นได้ ถ้ายังอยากจะลงเตะฟุตบอลต่อไป

แต่เจมี่ วาร์ดี้ในวัย 20 ปี ไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาคิดว่า เขายังลงเล่นฟุตบอลต่อไปได้ ขอแค่ทีมที่มีโอกาสให้เขาได้ลงสนาม….

จากนั้น เขาระหกระเหินไปเล่นกับทีมอย่าง สต็อคพอร์ท พาร์ค สตีล ในลีคสมัครเล่น รับเงินเพียง 30 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ในปี 2007

โชคชะตาเข้าข้างเขาบ้าง เมื่อเขาทำผลงานได้ดีจนทีมในระดับสูงขึ้น สนใจคว้าตัวเขามาร่วมทีม

และเป็นทีมอย่าง ฮาลิแฟ็กซ์ ทาวน์ ที่อยู่ในลีคสมัครเล่นฐาน 7-8 ของพีระมิด(ต่ำกว่าพรีเมียร์ลีค 8 ขั้น) ซื้อเขาไปร่วมทีมเมื่อปี 2010

หลังเล่นได้อีกแค่ 1 ปี ฝีเท้าอันจัดจ้าน กับ สัญชาตญาณคมกริบในการล่าประตู พาเขาไปยัง ฟลีตวู้ดทาวน์ ทีมจากฐาน 5 ของพีระมิด

ถ้าพูดกันตามภาษานักเลงลูกหนัง บอลที่เขาลงเล่นเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น มันก็คือทีมนอกลีก(ต่ำกว่า 4 ลีกหลัก) ของฟุตบอลอังกฤษอยู่ดี

ค่าเหนื่อยระดับที่ออกไปหางานประจำทำอาจจะดีเสียกว่า

การลงเล่นเกมส์แล้วเกมส์เล่าแบบที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากเมื่อไหร่ แถมโอกาสลงเล่นเจอทีมใหญ่ๆก็มีแค่เอฟเอคัพ เพียงเท่านั้น…

เส้นทางที่เขาเลือกเดิน มันทั้งขรุขระ ทั้งสูงชัน

แต่สวรรค์ก็เลือกเล่นตลกให้

เลสเตอร์ใช้แมวมองตาแหลมคม ซื้อ นักบอลอังกฤษคนนึง ร่างผอมบาง เมาหัวราน้ำเป็นบางครา และ ไร้ระเบียบวินัยแบบนักเตะอาชีพทั่วๆไป มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์

จากดินที่สภาพแทบไม่ต่างจากถ่านสีดำๆก้อนนึง…

เลสเตอร์ชุบชีวิตใหม่ให้เขากลายมาเป็น เพชรเม็ดงาม ที่คุ้มค่าที่สุดเท่าที่ฟุตบอลอังกฤษเคยมีมา

การเทรนนิ่งที่เป็นระบบ และ ความรัก ความห่วงใยที่เจ้าของสโมสรมส่งตรงลงมาถึงเขา โดยไม่ผ่าน โค้ช หรือ ใครๆ….ทำให้ นักบอลสมัครเล่นคนนึง มาได้ไกลจนสุดทาง

ทางที่ว่านี้ มันก็สร้างเกียรติยศให้เขาเป็นทั้ง ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีค, แชมป์พรีเมียร์ลีค และ แชมป์เอฟเอคัพ ด้วยเวลาเพียง 10 ปี…..

หนือไปกว่าถ้วยรางวัล กับ แชมป์ใดๆ มันคงไม่ผิดนัก ที่เราจะเรียกได้อย่างเต็มปากว่า เรื่องทั้งหมดนี้ของเจมี่ วาร์ดี้….คือดินที่เจิดจรัสเป็นดาวและฉายแสงสว่าง

เปรียบดั่งนิยายวอล์ท ดิสนีย์ ที่ตอนจบมีดาวฉายแสงประกายเต็มท้องฟ้า

มันช่างจ้าเหลือเกิน