Wednesday, June 19, 2024
More
    Homeท่องปทุมวันครูบาเสน พระอาจารย์ มือปราบสายธรรมะ

    ครูบาเสน พระอาจารย์ มือปราบสายธรรมะ

    ไม่กี่วันที่ผ่านมา รองต่อ-พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบก.ป.ขึ้นไปลำปาง ถวายพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร รวมทั้งก่อสร้างพระอุโบสถ์ ที่วัดผาปังหลวง อ.แม่พริก  วัดที่รองต่อศรัทธา และเคารพหลวงปู่ครูบาเสน เขมจาโร เป็นพระอาจารย์ ที่ให้ความเมตตาพ.ต.อ.ต่อศักดิ์หลายต่อหลายเรื่อง รวมทั้งปลุกเสกผ้าสามเหลี่ยมที่พันคอคอมมานโดกองปราบปรามทุกนายด้วย

    พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่ได้ฉายาจากสื่อ มือปราบสายธรรมะ เล่าให้ฟังถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม และสิ่งมหัศจรรย์จากธรรมะก่อนขึ้นเป็น รองผบก.ป.ไม่นานว่า

    หลวงปู่เสน ให้ปริศนาธรรมเตือน
    โชคดีที่พี่ไปปฏิบัติธรรม แล้วมีหลวงปู่ที่คอยตามดู คอยเตือน คอยให้ปริศนาธรรมให้เราระวังตัว นี่คือสิ่งที่พี่ไม่เข้าสถานอโคจรเลย เนื่องจากครูบาท่านคอยตักเตือน แสดงว่าท่านคอยติดตามจิตเราตลอด ถ้าเราเข้าสถานอโคจร มันจะเสื่อม ตอนนี้หลวงปู่เสน อายุ 86 อาจจะ 85  ท่านเมตตามาก  ท่านจะอยู่ในป่า วัดที่พี่ไปทำบุญ จะเป็นวัดสาขาของท่าน คือโรงเรียนศักดิ์สุนันท์ วัดแม่พริกลุ่ม อันนี้จะเป็นวัดที่เข้าไปลึกมาก จะเข้าไปใน อ.แม่พริก เหมือนกัน

    มีเมตตาธรรมสูง
    พระอาจารย์ท่านเมตตามาก  ท่านจะสร้างโรงเรียน สร้างตึก รพ.ที่เทิง ที่ลำปาง อย่างเวลาท่านปวดท้อง ไปโรงพยาบาล ท่านก็ไม่ลัดคิว จนเณรมาถามว่า ตึกนี้หลวงปู่สร้าง ทำไมหลวงปู่ไม่บอกเขา ทำไมหลวงปู่ยังต้องมานั่งรอ  ท่านบอกว่าคนอื่นเขาก็รออยู่เหมือนกัน จะไปแซงเขา ไม่ได้ เรารอได้ ท่านเมตตาจริงๆ ตึกท่านเป็นคนสร้างให้ ท่านไม่เคยไปเอาเปรียบชาวบ้าน ท่านเมตตาธรรมสูงมาก

    ถูกทักรอดตาย เพราะมีธรรมะห่อกาย
    แล้วท่านจะคอย คอยเตือนพี่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นอุทาหรณ์คอยเตือน เวลาเราทำอะไรก็ตาม ถ้าจะทำสิ่งไม่ดี พระอาจารย์ท่านตามเราอย่างนี้แล้ว แสดงว่าท่านก็ต้องเห็นสิ่งที่ดีๆ ในตัวเรา แล้วเราจะต้องรักษาเอาไว้ พี่ก็คิดอย่างนี้ แล้วพี่ก็จะพยายามไม่ไปที่อโคจร ไม่เอา ทำบุญดีกว่า ไปกราบท่าน ท่านบอกว่าที่โยมรอดจากอุบัติเหตุมาได้ เพราะมีธรรมะห่อกายอยู่นะ ธรรมะหรือผ้าเหลืองล้อมกายโยม ท่านอยู่ในป่า ไม่มียูทูป แล้วใครจะไปเล่าให้ท่านฟัง นี่คือสิ่งที่แปลกประหลาดมาก แล้วพี่เพิ่งไปเจออุบัติเหตุ ไม่มีทางที่ท่านจะดูยูทูป หรือลูกศิษย์ไปเล่าให้ฟัง ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย

    ได้พบหลวงปู่เสน เพราะไปทำบุญ
    ที่ไปเจอท่านก็พี่นี่ทำโครงการกับโรงเรียนศักดิ์สุนันท์ ให้ทุนการศึกษา แจกจักรยาน ช่วยชาวเขา มีชาวเขามาบวชที 30-40 รูป พี่ก็เอาเงินจากร้านคอมมานโดคอฟฟี่เลิฟ ถวายเป็นค่าอาหาร เสร็จแล้วพระอาจารย์อุเทน ลูกศิษย์หลวงปู่เสน ท่านเป็น ผอ.โรงเรียนศักดิ์สุนันท์ โรงเรียนในพุทธศาสนา มีชาวเขาลงมาบวช แล้วมาเรียนภาคสามัญกับเณรในภาคพื้นราบ ก็จะเรียนรวมกันในห้องเรียนเดียวกันหมด พระอาจารย์ก็จะเป็นคนไปเอาลงมา ขอบอกบุญให้พี่ช่วยเรื่องอัฐบริขาร จำพวกผ้าเหลืองของพี่ 3 ปีๆ ละประมาณ 30-40 รูป ที่เอาลงมาบวช

    สวดสืบชะตา-สิ่งแปลกๆเข้ามาในชีวิต
    แล้ววันที่พี่ไป  มีสวดสืบชะตาให้พี่ ท่านพระอาจารย์อุเทน  นิมนต์พระอาจารย์เสนมา  ทำให้พี่ได้สวดจากท่านมาตลอด แล้วสิ่งแปลกๆ ก็เข้ามาในชีวิตหลายๆอย่าง ท่านเตือน แล้วพอเตือนไม่เกิน 2 เดือน หลังจากนั้นจะมีเหตุอย่างนั้นจริงๆ แต่เราระวังในหลายๆเรื่อง อย่างในเฟซโปรไฟล์พี่ดำ ก็มีเรื่องเตือน เริ่มส่งสัญญาณแล้ว ถ้าเห็นโปรไฟล์พี่ดำ คนก็จะตามเฟซพี่ พี่ก็ไม่ปิด อยากจะเตือนคือได้อะไรมา ครูบาอาจารย์เตือนมา ไม่เคยผิด พี่จะเตือนต่อ

    ถ้าไม่มีอะไร พี่ก็ขึ้นไปปฏิบัติธรรมของพี่ ไปเก็บสะสม เพราะเราไม่รู้หรอก สูงได้ ก็ต่ำได้ ขึ้นได้ก็ลงได้ เราก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราจะถึงตรงนั้น ดวงชะตาเราจะเป็นอย่างไร ถ้าเราตก ไม่มีใครช่วยเรา นอกจากบุญกุศลที่เราเก็บสะสมไว้นี่แหละ ที่จะช่วยเรา พี่จะบอกว่า ในหน้าที่พี่เป็นหน้าที่ เขากำหนดหน้าที่ให้พี่มาตรงนี้ พี่ก็ต้องแสดงให้เต็มที่ พี่ถือว่าพี่ทำงานเพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อแผ่นดิน เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับครอบครัวของพี่ อย่างหาที่สุดมิได้ พี่ก็ทำงานได้อย่างสบายใจ ถึงเวลาที่เป็นส่วนตัว พี่ก็ปฏิบัติธรรม

    เตรียมไว้เพื่อวันข้างหน้า

    พี่ก็เตรียมเผื่อไว้แล้ว เพื่อวันข้างหน้า เมื่อพี่ปลดเกษียณไป ก็ต้องไปปฏิบัติธรรม เราต้องยอมรับให้ได้ เพราะหลายๆ คน ยอมรับไม่ได้ พอถอดหัวโขนออกแล้ว มันทำใจไม่ได้ บางคนก็ฆ่าตัวตายก็มี บางคนเป็นโรคซึมเศร้าก็มี ใช่มั้ย ร่างกายอ่อนแอลง ติดเชื้อในกระแสเลือด

    จิตข้างในดี ร่างกายจะดีตาม
    ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายๆ คน ที่ติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากร่างกายมันไม่สู้แล้ว จิตใจมันห่อเหี่ยว มันก็เลยไปเร็วมาก นี่คือสิ่งสำคัญเลย ตัวที่จะทำให้เราดี คือจิตข้างในเราดี ร่างกายเราก็จะดีตามไปด้วย ไม่ใช่ร่างกายเราแข็งแรง แต่จิตใจข้างในมันไม่ไหว เวลาป่วยทีเดียว มันก็ไปเลย ฉะนั้นพอแข็งแกร่ง ก็ควรจะแข็งแกร่งจากข้างใน จากจิตใจเรา ก็จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง พี่เป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ จะช่วยได้เยอะ

    ลูกน้องใหม่มา ต้องพาไปบวช
    ตำรวจกับพระพุทธศาสนา มันเป็นของคู่กัน จะสังเกตว่าพี่นี่ เมื่อมีนายตำรวจมาดำรงตำแหน่ง รอง สว. สารวัตร หรือ รอง ผกก.ที่มาอยู่กับพี่ พอมารับตำแหน่งปุ๊บ อีกอาทิตย์หนึ่งพี่จะเอาไปบวชหมด อย่างน้อยต้องมี 9 วัน ไปบวชที่วัดป่าภูทับเบิก  เพื่อให้ซึมซับ อย่าเอาอีโก้ มาปกครองลูกน้อง ถ้าปกครองด้วยอีโก้ จิตใต้สำนึกของคุณไม่ได้ ต้องล้างกันก่อน แล้วต้องไปปฏิบัติธรรม แล้วจะรู้ว่าชีวิตจริงๆ ของคนปกติธรรมดา เขาดำเนินชีวิตกันยังไง

    ล้างใจให้มองโลกแห่งความจริง
    แล้วลูกน้องเราก็คือคน  คือประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง พี่อยากให้เขามองโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกของการเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้านายกับลูกน้องไม่ใช่ ก็เหมือนคนในครอบครัว ให้เขาคิดว่า นี่คือคนในครอบครัว พื้นฐานจิตใจเหมือนกัน จะทำอะไรก็เอาใจเขาใส่ใจเรา พระพุทธเจ้าท่านสอนให้อยู่กับความเป็นจริง มองโลกในแง่ดี ถือว่ามีความสุขดี แต่ถ้ามองโลกเห็นเป็นจริง นั่นคือหมดทุกข์ ถ้าคนรู้จักมองโลกแห่งความเป็นจริงได้ นั่นคือความสุขที่สุด ไม่ทุกข์เลย

    ใจไม่ดี ไม่มีธรรมะ พระก็ช่วยไม่ได้
     ทั้งหมดมันอยู่ที่ใจ ถ้าใจไม่ดี ไม่มีธรรมะ พระก็ไม่ได้ช่วยอะไรเรา พระที่สำคัญเลยคือ พ่อ แม่ พี่ดูแลพ่อแม่ตลอด พระพรหมที่บ้าน พี่เสียดายพ่อ เสียไปก่อนที่พี่จะมาเป็นตำรวจ ตอนนั้นท่านราชฯ ยังเป็นนาวาอากาศเอก อยู่เลย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านยังดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพพ่อ  ภาพยังติดตาอยู่เลย เป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวของพี่มากๆ  ทุกอย่างไม่มีเรื่องบังเอิญในชีวิต ฟ้าดิน กำหนดให้เราต้องมาทำหน้าที่แล้ว เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

    ไม่ติดภารกิจ จะขึ้นปฎิบัติธรรมภูทับเบิก
    พระอื่นที่นับถือก็มี คือพี่ปฏิบัติธรรมที่วัดป่าภูทับเบิก พี่ไปเวลาหมดภารกิจ หรือเสาร์ อาทิตย์ ถ้าไม่ติดภารกิจอะไร  เย็นวันศุกร์จะเดินทางขึ้นไป รับศีล 8 อยู่ 2 วัน พอบ่ายๆ วันอาทิตย์ จะกลับกรุงเทพฯ อยู่ภูทับเบิก 2 วัน พี่จะไปปฏิบัติธรรมที่นั่น ก็ได้จากที่นั่นมาเยอะ จนทำให้เราเปลี่ยนไป ที่เป็นวัดนี้ เพราะถามพระอาจารย์ พระอาจารย์บอกว่าจริงๆ แล้วไม่มีเรื่องบังเอิญในชีวิต ทุกอย่างเป็นบุญ ถึงเวลาของเรา บุญของเรา ที่จะต้องไป มันก็ถึงที่ของเรา แล้วเราก็สบายใจ พี่ถึงไป

    ที่นั่นเหมือนสวรรค์ของมนุษย์
    เสร็จแล้วมันคือวันที่พี่ต้องถอดหัวโขนออก นั่นคือชีวิตจริงๆ ที่เราจะต้องไปอยู่แบบนั้น ชีวิตประชาชนคนหนึ่งในบั้นปลายชีวิต ที่จะต้องไปปฏิบัติธรรม มันจะเย็นสบาย ที่นั่นเหมือนสวรรค์ไปแล้วจะติดใจทุกคน แปลก สภาพแวดล้อมเป็นป่า มีนั่งปฏิบัติธรรม พอเรานั่งสมาธิปั๊บ เมฆ จะลอยผ่านตัวเรา เย็นเป็นไอน้ำ นี่คือสวรรค์ของมนุษย์ ลอยอยู่เหนือเมฆ มนุษย์เหมือนอยู่บนสวรรค์มองฟ้า เหนือเมฆ นี่เราขึ้นไป ไปบ่อย เฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง พระอาจารย์จะให้ปฏิบัติธรรม ท่านบอกให้มาสักเดือนละครั้ง อย่างน้อยให้ได้เดือนละครั้ง ถ้าเราไม่มีโอกาสขึ้นไป เราก็ปฏิบัติข้างล่าง แล้วก็สวดมนต์ ลองไปดู ที่นั่น หลายๆ คน ชีวิตเปลี่ยน พี่ว่ามันเป็นการเปลี่ยนความคิดเรามากกว่า

    ย้ำ…ใครหว่านอะไรก็ได้อย่างนั้น
    พอเราเปลี่ยนความคิด จิตใจเราก็จะยกสูงขึ้น เราก็ไม่มองใครเป็นศัตรู เอาหัวสมองที่เราจะไปเครียดกับเรื่องแค้นคนโน้นคนนี้ เกลียดคนโน้นคนนี้ เอามาคิดพัฒนาหน่วยงาน พัฒนาคน พัฒนาประเทศชาติดีกว่า มันก็เลยทำให้พี่เดี๋ยวนี้ไม่เครียดอะไรเลย ปล่อย ก็บอกไปแล้วว่า ใครหว่านอะไรไป ก็ได้อย่างนั้น

    เห็นมั้ยถ้าเราหว่านข้าว ก็ต้องได้กินข้าวแน่นอน หว่านข้าวโพดก็ได้กินข้าวโพด ไม่มีหรอกที่หว่านข้าวโพด จะได้กินทานตะวัน เป็นไปไม่ได้ วันนี้เรานั่งปฏิบัติธรรม เก็บสะสมบุญไว้ วันข้างหน้า เราก็ต้องได้เสวยของเรา ใครทำใครได้สิ่งเหล่านี้พี่แนะนำ เพราะพี่ทำให้ใครแทนไม่ได้ แต่ว่าเราทำ ใครทำใครก็ได้ไป

     

    กากีกลาย17/4/61

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments