จะเหนียวจะพระดียังไง เจอ.45 เป็นกระเด็น

1278

จากอดีตเด็กช่างยนต์ เทคนิคกรุงเทพฯ ลูกชายตำรวจเก่า สน.ชนะสงคราม ไต่เต้าจากชั้นประทวนทางหลวง สมัยบันเทิง กัมปนาทแสนยากร เป็นผู้การ จนโตขึ้นมาเป็นนายตำรวจ และได้เป็นนายพลผู้การบุรีรัมย์ ก่อนเกษียณ

ในฐานะที่เป็นเขยบุรีรัมย์รุ่นน้อง ได้มีโอกาสได้สัมผัสนายตำรวจคนจริง เขยบุรีรัมย์รุ่นพี่ พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์

คนที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะไม่เช่นนั้น ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คงไม่มอบหมายให้คอยดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกสนาม ทั้งนักฟุตบอลและแฟนบอล รวมทั้งเวลาออกไปเป็นทีมเยือนเป็นแน่

วันนี้มาดูกันเรื่องปืนผาหน้าไม้ที่ พี่ต๋อย ผู้การสมบัติ มีไว้เป็นเขี้ยวเล็บคู่กายที่ผมได้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ4ปีที่แล้วกันครับ

จะเหนียวจะพระดียังไง เจอ.45 เป็นกระเด็น
                     

หลังเกษียณฯเมื่อ 2-3ปีที่ผ่านมา เดอะต๋อย -พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์ อดีตผู้การตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์
(ตำนานชีวิตหาอ่านได้ใน Cop’s Magazine ฉบับเดือนก.พ.2015 )
ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และความปลอดภัยของนักฟุตบอลปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ยูไนเต็ด รวมทั้งพลพรรคเหล่า GU 12 เวลาเดินทางไปแข่งในต่างจังหวัด
                     
“  อาสา”นาย”(เนวิน ชิดชอบ)ขอไปช่วยดูแลเรื่อง รปภ. ไปวางระบบ  ดูเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ได้เงินนะ
ทำเหมือนตอบแทนบุญคุณท่านเพราะในชีวิตนี้ ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่ได้นายพล
อีกอย่างเราอยู่บุรีรัมย์ ถ้าอยู่บ้านเฉยๆไม่มีอะไรทำ ก็มารับอาสาตรงนี้ ก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เกษียณ…..”
อดีตนายพลภูธรที่ช่วงแรกในชีวิตราชการเป็นลูกหม้อบช.ก.เกริ่นก่อนเล่าต่อ
 
 “ตอนนี้มาทำเรื่อง สนามยิงปืน อยู่ในแอเรียเดียวกับสนามฟุตบอลไอโมบาย และสนามแข่งรถ ลงไปช่วยในเรื่องการจัดตั้งสมาคมฯ
 
ตอนนี้มีครูฝึกสอนคนที่ไม่รู้เรื่องอาวุธปืน ในสนามมีปืนให้เช่า มีกระสุนให้ซ้อมยิง
อยากให้คนในพื้นที่ หรือคนที่มาเที่ยวบุรีรัมย์ได้รู้ว่า  ปืนนี่มันเป็นยังไง ต้องเรียนรู้  รู้จักวิธีการยิง วิธีการใช้…”  
                     
เมื่อถามถึงเขี้ยวเล็บที่ใช้ในยามรับราชการ นายพลนัยน์ตาสีเหล็กเล่าให้ฟังว่า
“กระบอกแรกในชีวิต เป็น  Colt.45 Mk. IV ซื้อตอนเป็นชั้นประทวน ช่วงปี 2515 ราคาประมาณ 5,000  ก็ใช้มาตลอด
ก่อนนี้สมัยเรียนอยู่มัธยม 5 เสาร์ อาทิตย์ พ่อจะพาไปฝึกยิงที่ รด. ใช้ปืนลูกโม่.38 ของพ่อยิง เราก็ชอบ มีทหารเป็นครูฝึกสอน
แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบใช้ปืนแมกกาซีน  อาจด้วยเพราะใจรัก  เห็นทหารพกแล้วมันโก้เก๋ ก็ขอครูฝึกมาลองยิง
เหมือนมันแม่นกว่าลูกโม่ ควบคุมง่ายกว่า การสะบัดไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่ พอควบคุมได้จนกระทั่งปี 29-30 สมัยเป็นสารวัตรทางหลวงประจวบฯ มาได้กระบอกที่ 2 เป็นปืน Sigsauer  P 220  ขนาด.45
ยิงดีจริงๆ  นิ่ม เบา ไปยิงที่สนามที่ จ.ประจวบฯ ยิงได้เหรียญเลย ได้ประมาณ 90กว่าคะแนน ก็ใช้มาตลอดจนเกษียณฯติดตัวไม่มีห่าง
ที่เน้น. 45 เพราะมันมั่นใจ แรงปะทะมันดีกว่า
จะเหนียว จะหนังดี จะพระดี ยังไงก็กระเด็น คือเราปลอดภัยแน่ แถมเสียงดัง ข่มขวัญได้  
แล้วก็มากระบอกที่ 3 ตอนเป็น รอง ผกก.ซื้ลูกโม่ Smith&Wesson .357 Model 686  ลำกล้อง 4 นิ้ว เป็นปืนสวัสดิการ  
ส่วนกระบอกที่ 4 ก็เป็นลูกโม่ Police Detective
ยังมีอีกหลายกระบอก ไม่ได้สะสม แต่เห็นแล้วถ้าชอบก็จะซื้อมาเรื่อย ชอบอันไหนก็ซื้อ แต่ว่าไม่ซื้อปืนยาว ผมไม่ชอบปืนยาว แต่ว่าถ้าไปทำงานก็เอาไปใช้ ทั้งลูกซอง เอชเค
ตอนนี้ที่พกติดตัว ใช้ Walther.380 ยิงดี แต่ถ้าเดินทางไกล หรือไปต่างจังหวัด จะมี Sigsauer ติดไว้ในรถอีกกระบอก
ประสบการณ์บู๊ๆ น่าจะเป็นช่วงที่ยังเป็นชั้นประทวนอยู่ทางหลวง ตอนเป็นชุดเฉพาะกิจของทางหลวงประตูน้ำฯ   
ออกปราบพวกปล้นรถบรรทุก สมัยปี 2515 แถวๆ อยุธยา สิงห์บุรี ขึ้นมาจนถึงอุทัยฯ  พวกปล้นรถทัวร์ รถโดยสาร
ถึงขั้นอดีตมือปราบ ชลอ เกิดเทศ มาขอให้ไปเป็นหัวหน้าหน่วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดตาก            
ปืนผมจะขึ้นลำตลอด เพราะปืนแมกกาซีน  จะเสียเวลาตอนขึ้นลำ ต้องเซฟไว้
ส่วนที่ใครเคยพูดไว้ ชักปืนแล้วต้องยิง มันก็ขึ้นกับสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าจะต้องยิงตลอด  
อยู่ที่ลักษณะท่าทางของคนที่เราจะยิง ไม่ใช่เขาวิ่งมามือเปล่า แล้วเราไปยิงเขา ก็ไม่ถูก
Cop’s Magazine Vol.10  No.111  2015.11
เกษียณอายุราชการ