ตำรวจสาวหัวใจแกร่ง พ.ต.ต.หญิง รังสินันท์ จันทร์เพชร


สารวัตรปุ๊-พ.ต.ต.หญิง รังสินันท์ จันทร์เพชร อายุ 39 ปี

สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ปฏิบัติหน้าที่ที่ทำการ ตม.สมุย

สารวัตรสาวหัวใจแกร่งคนนี้ เป็นชาวนครศรีธรรมราช จบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะศิลปศาสตร์ สาขาการจัดการทั่วไป

ตั้งแต่เล็กจนโตช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวรับงานพิธีกรอีเว้นท์ต่างๆ

อาทิ เปิดตัวสินค้าแบรนด์ต่างๆรวมถึงผลิตภัณฑ์ความสวยความงามตามห้างสรรพสินค้า

งานภาคสนามก็รับมากมาย เช่น งานเลี้ยงรุ่น งานแต่งงาน รวมถึงงานของต้นสังกัด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกด้วย

ตั้งแต่แบเบาะเธอคลุกคลีกับบิดา คือพ.ต.อ.สมบูรณ์ จันทร์เพชร อดีตตำรวจ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

เห็นชุดเครื่องแบบสีกากีทุกวันจนชินตามาตั้งแต่เธอจำความได้

กระทั่งเรียนอยู่ชั้น ป.6 คุณพ่อถูกลอบสังหารจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

เนื่องจากเป็นนายตำรวจตงฉิน ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับอะไรที่ผิดกฏหมาย ความฝันอยากเป็นตำรวจมีนับแต่นั้น

จนปี 2548 ตัดสินใจเป็นตำรวจโดยโครงการใช้สิทธิ์ทายาทของข้าราชการตำรวจส่วนภาคใต้ที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิต

สานฝันคุณพ่อ อุทิศตนกับชุดเครื่องแบบสีกากีอย่างหนักแน่น

เพราะเชื่อมั่นในตัวคุณพ่อ ที่เป็นแบบอย่างยอดเยี่ยม ทุ่มเท จริงใจ เห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ทำให้รู้สึกว่าเป็นอาชีพศักดิ์สิทธิ์และเสียสละ

การดำเนินชีวิตของตำรวจสาวรายนี้สิ่งที่ขาดเสียไม่ได้คือคุณแม่ พระในบ้านที่คอยให้กำลังใจ

ช่วยเติมพลังให้มีแรง มีพลังเดินต่อไปในทุกก้าวอย่างมีสติ พร้อมความสุขและความหวังในวันถัดไป

ถึงแม้ปัจจุบันภาพลักษณ์องค์กรจะมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจต่อประชาชนอยู่บ้าง แต่ขอให้เปิดใจรับฟังหรือเปิดใจมองอีกมุมถึงภาวะความกดดันของเจ้าหน้าที่ด้วย

ปุ๊เข้าใจและรู้สึกเห็นใจทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้อยากแนะนำหากมีรุ่นน้องต่อไปๆ เข้ามาสวมเครื่องแบบ สิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ

เราจะต้องถามใจของเราเองว่าความอดทนของเรามีมากน้อยแค่ไหน รักในอาชีพนี้จริงหรือเปล่า

หากเข้ามาอาชีพนี้แล้วจะทำงานเช้าชามเย็นชามองค์กรก็จะไม่พัฒนา ฝากไว้เตือนใจกับอาชีพที่ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน

ถึงหัวใจของสารวัตรจะแข็งแกร่งเพียงใด ยังมีความอ่อนโยนในเรื่องความรัก พกพาหุ่นบอบบางตามสัดส่วน 34-25-34 น้ำหนัก 45 กก. สูง 157 ซม.

ชอบผู้ชายรูปร่างสูง ผิวสองสี มีภาวะความเป็นผู้นำ เล่นกีฬา

แต่ถ้าสิ่งที่จะทำให้หัวใจละลายเหมือนไอติมในฤดูร้อนก็คือ

“แววตาขณะสนทนา”

สารวัตรบอกว่า ถ้าได้พูดคุยต่อหน้าจะดูจากแววตา มันจะมีความรู้สึกอบอุ่น รู้สึกในหัวใจของเราเอง

ยิ่งน้ำเสียงการพูดคุยที่ออกมาจากข้างในนั่นแหละคือสเปค ใช้ความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ

เกรียงไกร พรมยะดวง บันทึก 31/1/64