ตำรวจไซเบอร์ค้น11จุดชุมพร ทลายเครือข่ายแก๊งคอลฯยึด Simbox 38เครื่อง

บ่ายวันที่ 5 ต.ค.65 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 แถลงข่าวผลการเข้าตรวจค้น GSM Gateways (SimBox) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ จ.ชุมพร รวมทั้งสิ้น 11 จุด

ควบคุมตัว น.ส.วิภาวณี อายุ 37 ปี และ นายสุจินดา อายุ 30 ปี สองสามีภรรยาชาว จ.ชุมพร พร้อมของกลาง GSM Gateways (Simbox) 38 เครื่อง และ router wifi ชนิดใส่ซิมการ์ดได้ 19 เครื่อง

พล.ต.ท.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาสืบสวนพบว่ามีการใช้เครื่อง GSM Gateways (Simbox)  เป็นเครื่องมือที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กระทำความผิด ในพื้นที่จังหวัดชุมพร

ได้วางกำลังเฝ้าสังเกตบริเวณพื้นที่จังหวัดชุมพร พบว่ามีการใช้เครื่อง GSM Gateways (Simbox) บริเวณบ้านเลขที่ 4/15 ม.8 ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร ลักษณะเป็นห้องเช่าชั้นเดียว ตรวจพบสัญญาณบริเวณบ้านพักเรือนไทย บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ 6 ซอยศูนย์ราชการ 5 ถนนเลียบทางรถไฟ ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร เป็นห้องพักให้เช่ารายเดือน  ได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดชุมพร ตามบ้านเลขที่ดังกล่าวทั้ง 2 หลัง

ผบช.สอท.กล่าวอีกว่า พบนายสุจินดา และ น.ส.วิภาวณี แสดงตัวเป็นผู้เช่าห้องพัก พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น พบ GSM Gateways (Simbox) เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด ระบบ IP-PBX, router wifi ชนิดใส่ซิมการ์ดได้

สองสามีภรรยาให้การว่า ได้ร่วมกันเช่าห้องเพื่อเก็บอุปกรณ์ชนิดนี้ โดยแยกเก็บไว้ตามห้องพักต่างๆ ในพื้นที่ จ.ชุมพร รวม 11 จุด ก่อนจะนำตัวทั้งสองส่ง กก.2 สอท.1 ในข้อหา “มีและใช้เครื่องมือวิทยุคมนาคมไม่ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.วิทยุฯ” ต่อไป

ผบช.สอท.กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของเครื่อง GSM Gateways (Simbox)
ที่ตรวจยึดได้นั้น เป็นอุปกรณ์ที่คนร้ายแก็งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้วแปลงสัญญาณ เป็นสัญญาณโทรศัพท์เพื่อโทรออกหลอกลวงหรือข่มขู่ผู้เสียหาย โดยนำเข้าผ่านช่องทางชายเแดนอย่างผิดกฎหมาย  

อุปกรณ์ที่ตรวจยึดได้ทั้ง 38 เครื่องนี้ สามารถโทรหลอกลวงหรือข่มขู่ผู้เสียหายได้มากถึงวันละ 608,000 ครั้ง หรือกว่า 18.2 ล้านครั้งต่อเดือน

ที่ผ่านมารวมผลการปฏิบัติของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทโนโลยี สามารถตรวจยึด GSM Gateways (Simbox) ได้แล้ว 240 เครื่อง ระงับยับยั้งการโทรของคนร้ายได้กว่า 115 ล้านครั้งต่อเดือน รวมมูลค่าอุปกรณ์ที่ตรวจยึดได้มีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท หลังจากนี้จะขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและหมายเลขโทรศัพท์เพื่อดำเนินคดีต่อไป