บช.น.แจงบังคับใช้กม.จราจรใหม่ ตอนนี้เน้นกวดขันปชส.ยังไม่เน้นกวดจับ

 

โฆษกบช.น.แจงกฎหมายจราจรใหม่ เน้นประชาสัมพันธ์และกวดขัน ยังไม่เน้นกวดจับ กม.ที่กำหนดเป็นความผิดเดิม แต่เพิ่มโทษอัตราค่าปรับมากขึ้น เผย 3เดือนแรก ตร.มีนโยบาย ใช้อัตราค่าปรับเดิมไปก่อน  จากนั้นอาจปรับขึ้นเป็นขั้นบันได ส่วนรถยนต์ที่จดทะเบียนหลัง1 ม.ค.31 ทุกที่นั่งต้องรัดเข็มขัดนิรภัย รถกระบะที่จดทะเบียนหลัง  1 ม.ค.37 ต้องมีเข็มขัดทุกที่นั่ง ไม่ว่าตอนหน้าหรือตอนหลัง  

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ก.ย.65 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกบช.น. กล่าวถึงการประกาศบังคับใช้กฎหมายจราจรใหม่ว่า

นโยบายของการกวดขันวินัยจราจรเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติตามปกติ เน้นในเรื่องการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนอาจจะรับรู้ข้อกฎหมายจราจรใหม่ยังไม่ทั่วถึง ไม่ใช่ว่าพอมีกฎหมายใหม่แล้วเจ้าหน้าที่จะกวดขันจับกุมให้มากขึ้น

กฎหมายที่กำหนดขึ้นเป็นความผิดเดิม แต่เพิ่มโทษอัตราค่าปรับมากขึ้น ทำให้การปฏิบัติงานของตำรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กำหนดแนวทางการตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม ผู้กระทำผิดเมาแล้วขับซ้ำโทษจะเพิ่มมากขึ้น

บช.น.จะมีการกวดขันวินัยจราจรนอกเวลาเร่งด่วน เน้นเรื่องส่งผลกระทบต่อการจราจร เช่น ที่ห้ามจอด ขับรถย้อนศร ฝ่าไฟแดง และด้านความปลอดภัย เช่น ไม่สวมหมวกกันน็อค ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น

ตามกฎหมายเดิมการกำหนดโทษค่าปรับโดยไม่มีขั้นต่ำ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)จะประกาศกำหนดอัตราค่าปรับที่เป็นกลางในแต่ละข้อหาเพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปแนวทางเดียวกัน พอกฎหมายใหม่ที่ออกมา ถึงแม้ว่าอัตราโทษปรับสูงขึ้น แต่ ตร.มีนโยบายโดยใช้อัตราค่าปรับเดิมไปก่อนใน 3 เดือนแรก จากนั้นอาจจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได และจะกำหนดอัตราที่เป็นกลางขึ้นใหม่จากนั้นจะประกาศออกมาให้ประชาชนทราบ

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. รถยนต์ที่จดทะเบียนหลังวันที่ 1 ม.ค.31 เป็นต้นไป ทุกที่นั่งต้องรัดเข็มขัดนิรภัย รถกระบะที่จดทะเบียนหลังวันที่ 1 ม.ค.37 ก็จะมีเข็มขัดทุกที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็นตอนหน้าหรือตอนหลังก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

ส่วนในแค็ปไม่เข็มขัดนั้นไม่คาดก็ยังไม่มีความผิด (ตร.)จะกำหนดออกมาอีกครั้งว่านั่งได้ไม่เกินกี่คน และใช้ความเร็วเท่าใด รวมทั้งผู้ที่นั่งหลังกระบะก็จะมีการกำหนดรายเอียดอีกครั้ง

หากไม่คาดเข็มขัดกฎหมายใหม่มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีคาร์ซีทที่นั่งสำหรับเด็กต้องรอการกำหนดรายละเอียด ประชาชนยังไม่ต้องตกใจหรือเสียเงินซื้อให้รอฟังรายละเอียดก่อน

เบื้องต้นกำหนดไว้ 3 ทางเลือก 1.จัดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี 2.ที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (บูทเตอร์) และ3.วิธีการป้องกันอันตรายกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยจะกำหนดรายละเอียดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ธ.ค.65

นอกจากนี้จะร่วมกับกทม.เตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางม้าลาย ตรวจจับรถยนต์ไม่หยุดให้คนข้ามถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐานส่งไปทางไปรษณีย์เพื่อดำเนินคดีต่อไป