Wednesday, July 24, 2024
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันปอศ.ทลาย3เครือข่ายเงินกู้ดอกโหดข่มขู่ประจานทำร้ายลูกหนี้

    ปอศ.ทลาย3เครือข่ายเงินกู้ดอกโหดข่มขู่ประจานทำร้ายลูกหนี้

    ตำรวจ ปอศ.เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ตรวจค้น 3 จุด กรุงเทพ-อยุธยา จับ 3 แก๊ง  ผู้ต้องหา 5 คน แฉหากลูกหนี้ใช้หนี้หรือส่งดอกไม่ครบไม่ตรงเวลา โดนด่าประจาน, ข่มขู่,หนักสุดที่อยุธยาส่งคนทำร้ายร่างกายลูกหนี้ซี่โครงหัก

    วันที่ 23 มี.ค.67 พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ.สั่งการ  พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ มอญรัตน์, พ.ต.ต.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการปูพรมปราบปรามเงินกู้นอกระบบ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพระนครศรีอยุธยา รวม 3 จุด จับผู้ต้องหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบได้ 5 ราย

    เป้าหมายแรกบุกค้นห้องพักย่านหลักสี่ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จับกุมนายชินภพ อายุ 46 ปี ข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หลังสืบสวนพบว่า เป็นคนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด รวมทั้งรับจำนำรถจักรยานยนต์ เรียกดอกร้อยละ 120 ต่อปี ไม่ลดต้นไม่ลดดอก

    หลังจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ได้มีลูกหนี้สาวผู้เสียหาย แจ้งความกับบก.ปอศ.ว่า นายชินภพ ปล่อยเงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน และคิดดอกลอย คือ ไม่มีการตัดเงินต้น จนกว่าจะนำเงินต้นมาปิดชำระยอด ส่วนการส่งดอกรายเดือนเป็นการส่งดอกเบี้ยอย่างเดียว ไม่มีการตัดเงินต้นแต่อย่างใด และเมื่อชำระดอกเบี้ยไม่ตรงกำหนด จะโทรศัพท์มาข่มขู่ทวงหนี้ อ้างว่าจะส่งลูกน้องมาทำร้ายร่างกายถึงที่บ้าน และที่ทำงานจนทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว

    เจ้าหน้าที่ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุม  ตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม, สัญญาเงินกู้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของลูกหนี้ 2 ชุด, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 20 ใบ, หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 4 ฉบับ, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ 5 เล่ม สอบสวนนายชินภพ ให้การว่า ปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับลูกหนี้ทั่วไปในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หรือร้อยละ 120 ต่อปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยแบบดอกลอย คือให้ลูกหนี้ชำระเงินต้นไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกหนี้จะมีเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยมาชำระในคราวเดียวกัน  ตรวจสอบพบว่านายชินภพ ยังรับจำนำรถจักรยานยนต์กว่า 10 คันอีกด้วย

    ส่วนจุดที่ 2 บุกตรวจค้นบ้านพักย่านนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.จับกุม นายพิเชษฐ์ อายุ 25 ปี และนายธีรภัทร อายุ 19 ปี 2ผู้ต้องหาแก๊งหมวกกันน๊อกดอกเบี้ยโหด โปรยใบปลิวเกลื่อนเมือง

    ตรวจยึดนามบัตรโฆษณาเงินกู้กว่า 10,000 ใบ, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม, สัญญาเงินกู้พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของลูกหนี้หลายรายการ, โทรศัพท์มือ จำนวน 1 เครื่อง, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง และเอกสารอื่นๆ หลายรายการ

    หลังมีผู้เสียหาย แจ้งว่า มีกลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 40 ต่อ 28 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 520 ต่อปี โดยหากลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ตรงกำหนด จะถูกทวงหนี้ด้วยการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย
    จากการสืบสวนจนทราบว่า แก๊งหมวกกันน๊อคดอกเบี้ยโหด ได้แบ่งหน้าที่กันทำเป็นระบบ คือ 1. หน้าที่ในการหาลูกค้าด้วยการโปรยนามบัตรเงินกู้ตามหน้าบ้าน และสถานที่สาธารณะในเวลากลางคืน, 2. หน้าที่คัดกรองลูกหนี้ 3. หน้าฝ่ายอนุมัติและทำสัญญา 4. ฝ่ายทวงหนี้ โดยการใช้ชายฉกรรจ์ 2 – 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ไปทวงถามหนี้โดยยืนกดดันและข่มขู่ลูกหนี้ให้ชำระดอกเบี้ยเงินกู้ เบื้องต้นทั้งคู่รับสารภาพ นำตัวส่ง กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดี

    จุดที่ 3 เข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุม 2ผัวเมียนายทุนเงินกู้ขาโหด ทวงหนี้ไม่จบ อัดลูกหนี้ซี่โครงหัก คือนายฉัตรมงคล อายุ 41 ปี และนางน้ำฝน อายุ 43 ปี  ข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น

    ตรวจยึดของกลางสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 7 เล่ม ,สัญญาเงินกู้ สำเนาบัตรประชาชนของลูกหนี้ 900 ฉบับ. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 20 ใบ,นามบัตรโฆษณาเงินกู้กว่า 10,000 ใบ,สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ   5 เล่ม,คอมพิวเตอร์   1 เครื่อง และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 4 ฉบับ

    ก่อนนี้เมื่อเดือน ก.พ.67 มีผู้เสียหายแจ้งความกับ กก.5 บก.ปอศ. ว่า นายฉัตรมงคล และนางน้ำฝน ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 20 ต่อเดือน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 240 ต่อปี เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อผิดนัดชำระดอกเบี้ย จะถูกส่งข้อความทวงหนี้ทางไลน์ รวมทั้งทวงหนี้ในที่สาธารณะตะโกนด่า ก่อนรุมทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ทำให้ผู้เสียหายล้มกระแทกของโต๊ะ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก เจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายจับ กระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่รับสารภาพ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง กก.5.บก.ปอศ. ดำเนินคดีพร้อมขนายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments