ปิดฉากเหียหนิด-สนิท เฟื่องประยูร

ชีวิต “เหียหนิด- สนิท เฟื่องประยูร” อดีต สจ.จันทบุรี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน

ย้อนไป50กว่าปีก่อน จากเด็กหนุ่มเมืองจันทบุรี นอกจากจะทำสวนผลไม้ของครอบครัวที่ตกทอด “เหียหนิด” รวมกลุ่มกับคนหนุ่มรุ่นเดียวกันอย่าง กำนันเวก ท่าใหม่ สุนทร อนามพงษ์ มาค้าขายพลอยอัญมณีที่ขึ้นชื่อเมืองจันทฯ 

การค้าขายที่มีเม็ดเงินจำนวนมากมหาศาล เหียหนิด ได้รู้จัก จ๋อง ตาเดียว-สุจินต์ เกษสุวรรณ นักบู๊ผู้กว้างขวางจากเมืองเพชรบุรี คอยดูแลคุ้มกันเวลานำเงินซื้อขายพลอยงวดละ 10 กว่าล้านไปเข้าธนาคาร ก่อนทั้งคู่จะกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันในเวลาต่อมา

เหียหนิด และพรรคพวกบางคนเริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่นตามเงื่อนไขสถานการณ์บ้านเมืองและท้องถิ่น ก่อนได้เป็น ส.จ.จันทบุรี ในเวลาต่อมา

ขณะที่ลูกสาวของเขา คมคาย เฟื่องประยูร ส.ส.จันทบุรี แต่งงานกับนักการเมืองหนุ่มพรรคประชาธิปัตย์ -อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี ที่มีศักดิ์เป็นน้องเมีย จ๋อง ตาเดียว ทำให้ เหียหนิดและจ๋องตาเดียว แนบแน่นกันยิ่งกว่าญาติ

การเมืองฝั่งภาคตะวันออก หลังสถานการณ์เมืองชลฯเริ่มสงบเพราะมีเจ้าพ่อเพียงหนึ่งเดียว แต่ที่เมืองจันทบุรี ไม่เป็นเช่นนั้น

6 มี.ค.40 เกิดเหตุระเบิดรถเบนซ์ ของนางปัทมา เฟื่องประยูร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ ภรรยาเหียหนิด เสียชีวิตทันที เหตุเกิดภายในสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี จ.จันทบุรี

จากการสอบสวนที่มี พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ รองผบช.ก. และพ.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผบก.ป.ในขณะนั้นพบว่า เหยื่อสังหารไม่ใช่นางปัทมา แต่เป้าหมายนักลอบฆ่าที่แท้จริงคือ เหียหนิด ที่กลุ่มคนร้ายลอบนำระเบิดซีโฟร์ไว้ใต้ท้องรถเบนซ์พาหนะที่เหียหนิดจอดไว้ ขณะไปกินเลี้ยงที่โรงแรมอิสเทิร์น กลางเมืองจันทบุรี ในคืนวันที่ 5 มี.ค.

ผู้เคราะห์ร้ายกลายเป็นผู้ใหญ่ปัทมา ภรรยาเหียหนิด ที่เอารถไปขับ และระเบิดทำงานในวันรุ่งขึ้น

ส่วนกลุ่มมือวางระเบิดจากซุ้มจ่ามีหรือ สิทธิพร ขำอาจ สจ.ลัก-เอกสิทธิ์ อยู่สุข สจ.เชียงคาน จ.เลย นายประสงค์ แสงจันทร์ หรือหมู แก่งคอย หรือหมู อาก้า นายโสภณ ปัทมนุติ หรือแดง ฟู นายกนกพล หรือเสน่ห์ เยี่ยมสวัสดิ์ จ.ส.อ.นิคม จิตรสกุล หรือเปี๊ยก ซีโฟร์ ถูกจับกุมไว้ได้

ระหว่างนั้น ตำรวจกองปราบฯและชุดสืบสวนของกรมตำรวจ ยังจับกุม 2 คนร้ายรับงานยิง จ๋อง ตาเดียว แต่ไม่สำเร็จ สารภาพรับงานมาจากซุ้มจ่ามี โดยมีคำพูดว่า ถ้าจะล้มเหียหนิด ต้องคว่ำจ๋อง ตาเดียวให้ได้เสียก่อน

ขณะเดียวกัน พยานสำคัญๆในคดีมหากาพย์เลือดเมืองจันทบุรี อย่างจ่าฤทธิ์ หรือจ.ส.ต.ทรงฤทธิ์ เทวานุรักษ์​ ฝ่ายสืบสวนสภ.อ.ท่าใหม่ คนขับรถให้กับนักการเมืองที่มีข่าวขัดแย้งกับเหียหนิด ถูกเชิญตัวมาให้ปากคำ และตำรวจกันไว้เป็นพยาน ยิงตัวตายที่บ้านพักในค่ายมะขาม เมื่อเย็นวันที่ 1 ธ.ค.40 หลังทราบข่าวถูกสั่งฟ้อง

ตามต่อด้วยนายจเร สุขเจริญ ลูกน้องจ่าฤทธิ์ พยานในคดีฆ่านางปัทมา ถูกมือปืนบุกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2542 ก่อนขึ้นศาลเป็นพยานในวันที่ 5 ก.ค.

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ประหารชีวิต นายสิทธิพร ขำอาจ หรือจ่ามี นายเอกสิทธิ์ อยู่สุข หรือ สจ.รักษ์ และจำคุกตลอดชีวิตนายกนกพล หรือเสน่ห์ เยี่ยมสวัสดิ์ ส่วน หมูอาก้า และจ่าเปี๊ยก ซีโฟร์ ศาลลดโทษ 1 ใน 3 จำคุกตลอดชีวิต

ส่วนเหียหนิด ระยะหลังสุขภาพไม่สู้ดี ล้มป่วยหนัก จนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 76 ปี เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา หรืออีก 21 ปีต่อมาจากเหตุระเบิดคร่าชีวิตนางปัทมา

ญาตินำร่างไร้วิญญาณของอดีตผู้กว้างขวางเมืองจันท์ฯ ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดเขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยจะฌาปนกิจศพในเวลา 13.00 น. วันที่24 เม.ย.61

ถือว่าจบสิ้นตำนานเลือดเมืองจันท์ฯ เหลือเป็นเรื่องเล่าขานในยุทธจักรนักบู๊ฝั่งบูรพาต่อไป

ทีมงานPolice News Varieties ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเฟื่องประยูรกับการสูญเสียครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณเจ้าของภาพทุกท่านด้วยค่ะ

กากีกลาย 21/4/61