หลังเกษียณ ชัยชาญ ที่ปึกเตียน

1476

 
พ.ต.อ.ชัยชาญ เงินมูล อดีตรองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี

คนเก่าคนแก่เมืองเพชรต้องรู้จัก เพราะจัดเป็นตำนานมือปราบของจริง เป็นเรื่องเล่าคู่มากับตำนานซุ้มมือปืนเมืองเพชรในอดีต  

ถึงตอนนี้19 ปีแล้วที่ถอดเครื่องแบบตำรวจ จากชีวิตที่พกปืนถือปืนมาตลอด เปลี่ยนมาพกตลับเมตร

กลายเป็นเขี้ยวเล็บใหม่ที่ชายสูงอายุร่างเล็กคนนี้ใช้ติดตัว เดินวัดโน่นวัดนี่ ในอาณาจักรหาดปึกเตียนที่เขามาบุกเบิกเมื่อ23ปีก่อนนี้

ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งในเมืองเพชร และจากต่างถิ่นแวะเวียนมาชิมอาหารทะเลกันสดๆ พร้อมถ่ายรูปกับพระอภัยมณีและผีเสื้อสมุทร เสมือนเป็นจุดเช็กอินอีกแห่งของอ.ท่ายาง เมืองเพชร

จังหวะที่นั่งคุยกัน เป็นช่วงเลือกตั้ง เรื่องที่คุยไม่พ้นเรื่องการเมือง ชายร่างเล็ก นัยน์ตาสีเหล็ก ริ้วรอยผ่านแดดผ่านฝนไปตามกาลเวลาเปิดฉากเล่า

ไม่ลงส.ส. ไม่อยากแข่งกับคนรู้จัก
ผมเกษียณปี 2542   พอปี 2543  มีพรรคประชาธิปัตย์ มาชวนผมลง ส.ส. ตอนนั้นคำว่าไปลง ส.ส.มันต้องไปแข่งกับคนเก่า แล้วคนเก่ากับผม ชอบกันมาทุกคนเลย เมืองเพชร ไม่ว่าจะพรรคไหน ก็ชอบกันมาหมด ไอ้เรา ถ้าลงก็ต้องไปแข่งกับเขา ก็ไม่เอา ไปแข่งกับคนที่ผมรู้จัก  ผมไม่อยากทำอย่างนั้น สนิทสนมกับทุกคน ที่เป็น ส.ส.สนิทกันหมด
 
ลง ส.ว. มั่นใจ เพราะมีแต่หน้าใหม่
พอมา ส.ว.ปั๊บ เป็นคนใหม่ทั้งนั้น   ที่ผมกล้าลง ส.ว.เพราะผมมั่นใจในตัวเอง  ชาวบ้านไม่เกลียด ทั้งที่ผมจับ ทั้งวิสามัญ  แต่ชาวบ้านไม่เกลียด ถึงได้กล้าลง ตอนนั้นปี 2543 เดือน มี.ค.

มี 11 คน ก็เป็น 1 ใน 11 คน พรุ่งนี้จะเลือกตั้ง วันนี้ตอนบ่าย โพลทุกโพลออกมา ชัยชาญ ได้หมด ราชภัฎโพลล์ โพลทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชัยชาญได้หมด วันนี้ตอนบ่ายนะ

รู้ซึ้ง การเมืองเรื่องสกปรก
ตกกลางคืน เช้าพวกโทรศัพท์เข้ามา ยุคนั้น มีเอาเงินไปแจก ผมนัดตำรวจ เอาตำรวจไปเฝ้าจุด จุดที่จะไปแจกเงิน  ผลสุดท้าย ผมแพ้ตอนกลางคืน ได้ที่ 2 คืนหมาหอน แค่นั้น แล้วก็ไม่เอาอีก

ผมไปหลายหมู่บ้าน คนออกมาต้อนรับ  บอกท่านรองฯ มาแล้วๆ ที่ท่านรองฯ สั่งไว้ว่าวันนั้นจะมาพบ ผมเตรียมคนมาแล้ว  ก็รองฯ ส่งคนมาว่าจะเอาเงินมาให้วันนั้นวันนี้ ผมบอกว่า ผมไม่เคยสั่งให้เอาเงินไปแจก

แล้วมีแบบนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 จุด  พอถึงวันนั้นผมไม่เอาเงินไปให้ เสียคนเลย ผมก็บอกว่าผมไม่ได้แจกเงิน นี่แหละถึงบอกว่าการเมือง มันสกปรก
                 
คนทำกรรมสนองโดนยิงตาย
แล้วผมรู้ด้วยว่าใครทำ  รู้แต่ไม่มีใบเสร็จ แล้วไอ้คนที่ทำอย่างนี้ตายไปแล้ว ธรรมชาติลงโทษไปแล้ว โดนยิงตาย แต่ไม่ใช่ผมนะ ผมไม่ทำ กรรมมันตามสนองมันเอง

โอ๊ย มันสกปรกมากเลย มีคนมาชวนผม ท่านรองฯ ต้องซื้อนะ ไม่ซื้อไม่ได้นะ ผมก็บอกกลับไปเลยว่า เอาอย่างนี้  ถ้าผมมีเงิน ผมก็ไม่ซื้อ ถ้าได้มาโดยการเสียเงิน ผมไม่ภาคภูมิใจ  แต่นี่ผมไม่มีเงิน ยิ่งไม่ซื้อใหญ่   ถ้ามันได้ก็ได้ ไม่ได้ก็แล้วไป  
              

มีมาชวนเรื่อย แต่ไม่เอาอีกแล้ว
แต่พอลงไปแล้วก็ต้องประสบกับสิ่งที่เลวร้ายของนักการเมือง ก็ไม่ไหว มีคนมาชวนเรื่อยๆ ไปสมัคร ส.ส.แต่ไม่เอาแล้ว  เพราะต้องไปแข่งกับคนที่เราชอบ อย่าง ส.ส.ทุกคนเนี่ย อดีต เอาตั้งแต่เป็นคนขับรถให้ผม ส.ส.บางคน อดีตเป็นคนขับรถให้สารวัตรใหญ่นั่ง ตอนนั้นเขายังหนุ่มอยู่ แล้วผมจะไปแข่งกับเขา ผมไม่เอา  

เปิดที่มาปึกเตียน ไม่มีถนนรถเข้าไม่ได้         
ส่วนที่มาบุกเบิก ปึกเตียน มาบุกเบิกแถวนี้  มันเป็นชายหาดต่อจากหาดเจ้าสำราญ เป็นเขตติดต่อชะอำ สมัยผมเป็น ร.ต.ต. ทาง ผกก.ใช้ให้ผมมาปิดล้อมหมู่บ้านที่นี่ ผมต้องเอาตำรวจใส่รถไปลงที่หาดเจ้า แล้วเดินมาตามชายทะเล 7 กิโลเมตรกว่า เพราะต้องปิดล้อมหมู่บ้าน

แต่ถ้าเป็นภาวะปกติ นายไม่ใช้มา เราก็ไม่มาหรอก ต้องเดินเข้ามา  มันไม่มีถนน รถเข้ามาไม่ได้

จุดเริ่มจากบุกจับพนันตีไก่           
ต่อมา ผมเป็นสารวัตรใหญ่ท่ายาง มาจับการพนันตีไก่ได้ 76 คน ผมใช้วิธีเอาตำรวจเข้าข้างหน้าคนหนึ่ง แล้วผมเอากำลังมาอีก 30-40 คน เดินมาตามรายทาง มาเฝ้าข้างหลังพอตำรวจเข้าข้างหน้า มันแห่วิ่งมาทะเล นึกว่ารอด มาเจอพวกผม จับได้ทั้งหมด 76 คน
               
ถามหาเจ้าของที่ กลายเป็นของป้า
พอจับได้เสร็จ ผมก็ถามว่า ที่แปลงนี้สวยของใคร เขาก็ว่าของพ่อจำเนียร แสงสุริยะ เอ้าของญาติผม ของป้าผม ก็ขอไปเลยที่มีโฉนด

ที่มาของชื่อปึกเตียน  สมัยก่อนแถวนี้เตียนคือไม่มีต้นไม้เลย โล่งเตียนสมชื่อ แล้วน้ำทะเล เข้าไปถึง เวลาน้ำลง จะมีดินปนทราย เหมือนน้ำตาลปึก อย่างนั้น เขาเลยเรียกปึกเตียน  

ไร่ละบาท ขอมาจัดสรร 82 ไร่               
ผมก็เลยไปขอมา จัดสรร 82 ไร่ ขอป้ามา ลองทายสิ ป้าผมซื้อมาเท่าไหร่ ซื้อมาไร่ละบาทเดียว เดี๋ยวนี้ไร่ละหลายสิบล้าน เสร็จแล้วผมก็มาขอจัดสรร ตอนขึ้นเป็นสารวัตรใหญ่ ผมยังไม่ได้ทำ แต่พอได้ตำแหน่งสารวัตรใหญ่ตูม ป.ป.ช.มีซองกระดาษสีแดง ใส่เอกสารมา บอกให้เขียนทรัพย์สมบัติมีเท่าไหร่ ใส่ในซองปิดผนึก แล้วเขียนส่งไปให้เขา
               
6ปี รายได้จาก0 งอกเกือบพันล้าน
เขาตรวจสอบทรัพย์สินเราไง เวลาขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยงาน ตอนนั้นผมไม่มีอะไรเลย  ก็เขียนเลขศูนย์  มีแต่เงินเดือน พอเป็นสารวัตรใหญ่ท่ายาง ก็ได้มาทำตรงนี้  ไปขออนุญาตจัดสรร แล้วได้ชาวบ้านช่วย มาถมดิน จนกระทั่งแบ่งขายได้

เป็นสารวัตรใหญ่ท่ายาง 3 ปี ไปเป็นสารวัตรใหญ่เมืองเพชร อีก 3 ปี  ขึ้นเป็นรอง ผกก.เมืองเพชร  ก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วย ป.ป.ช.ก็ส่งเอกสาร ใส่ซองสีน้ำตาลมาให้กรอกอีก มีทรัพย์สินเพิ่มเติมอะไรบ้าง

ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผมทำเงินได้เกือบพันล้าน ทรัพย์สินนะ ผมทำตรงนี้ จัดสรรที่  ผมขายได้หมด

ปปช.เชิญไปให้ปากคำ รวยผิดปกติ
ป้าให้ฟรีๆเลย ป้าแท้ๆ แกไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว แกไปถือศีลอยู่วัดสนามพราหมณ์   มีคนอื่นขอ แต่แกไม่ให้ แกให้ผม เพราะรักผม ผมเลยมาจัดสรร แล้วเอื้อมไปซื้อที่ข้างนอกด้วย  ผมเขียนไว้ในใบของ ป.ป.ช.พันล้าน หลักทรัพย์เวลานั้น จากศูนย์

อีก 7 วัน ป.ป.ช.มีหนังสือมาถึง  เชิญไปให้ปากคำหน่อย ร่ำรวยผิดปกติ ผมนึกแล้ว ต้องโดนแน่ แต่ความเป็นจริงเป็นอย่างนั้น เพราะในโฉนดชื่อผม จะบอกไม่มี แล้วถ้าเขามาค้นเอาเจอก็ผิดอีก ก็ต้องใส่ไป

แจงได้มาฟรี ถึงแม้ระบุว่าขาย
เขาก็ถามว่าที่นี่ท่านทำมาหากินอะไร ถึงได้มา ก็บอกว่า ป้าผมให้มา ชื่อทุเรียน แสนวิริยะ นี่คือโฉนด ผมเป็นคนแบ่งแยกเอง เขาถามว่าเอาเงินไหนซื้อ ผมบอกว่าไม่ได้ซื้อ ผมไม่มีเงิน ญาติให้มา  ได้มาฟรีจริงๆ เขาก็เปิดให้ผมดู  บอกว่าข้างในนี้ระบุว่านางทุเรียน ขายนะ ไม่ได้ให้

ผมก็บอกว่าท่านครับ ผมไม่ใช่ลูก ไม่ใช่ผู้สืบสันดานโดยตรง เป็นแค่หลาน ที่ดินเขาไม่เชื่อหรอกครับว่าเขาจะให้ผมมาโดยเสน่หา ต้องเสียภาษี คือถ้าพ่อแม่ให้ลูก ไม่ต้องเสียภาษี  โอนมาได้เลย แต่นี่เป็นป้า เพราะฉะนั้นที่ดินต้องระบุว่าขาย แต่เสียภาษี
             
ปปช.ตามไปสอบป้าถึงได้จบ
เขาก็จดบันทึกไป ไม่ได้คัดค้าน เขาก็ถามว่านางทุเรียน ตอนนี้อยู่ที่ไหน ผมบอกว่า นอนป่วยอยู่กรุงเทพฯ อยู่บ้านพี่ชาย ลูกพี่ลูกน้อง  แต่ผมส่งเงินให้แกทุกเดือน ก็ขอเบอร์โทรศัพท์ ขอที่อยู่ ผมก็ให้ไป

อีก 7 วันต่อมา พี่ชายที่กรุงเทพฯ โทร.มาบอก  ป.ป.ช.มาสอบป้าแล้ว ว่าที่ดินนี่ได้มายังไง ก็ถามว่าให้การว่ายังไง ป้าทุเรียน ก็ให้การว่า กูให้เอง ยืนยันว่าให้มา แต่ในนั้นระบุขาย เพราะว่าไม่ใช่พ่อแม่ แล้วมันต้องจ่ายภาษี  แกก็โอนมาให้ชื่อผม ระบุว่าขาย ก็จบ ไม่ได้เสียภาษี มันโอนมาแล้ว แต่ภาษีตอนนั้นก็ยังถูก ตอนนั้นโฉนดออกมาตั้งแต่ปี 2525

พิษต้มยำกุ้งถล่มปี40
ก็ค่อยๆ ทยอยโอนบ้าง ขายไปบ้าง  37 ปีแล้ว จากเป็นบ้านป่าเมืองดอย น้ำทะเล ท่วมถึง ก็มาเป็นอย่างนี้  พี่เกษียณ ต.ค.2542 ตอนนั้นก็เริ่มเป็นตึกแล้ว คอนโดฯ ขึ้นแล้ว

แต่ก่อนหน้า ปี 2540  ก็ชะงักไปหมด เพราะเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง หง่อยเลย เหมือนกบจำศีล ไม่ทำอะไรเลย  เงินหลักทรัพย์พันล้านนั่นก็เกือบหมด

ค้ำประกันลูกค้า ธนาคารตามยึด
เหตุเพราะว่าที่ผมสร้างมา ตอนที่ผมจัดสรร ผมแบ่งขาย ผมสร้างตึกขาย แล้วลูกค้ามาซื้อก็ไปผ่อนธนาคาร  ธนาคาร บังคับให้ผมเซ็นค้ำประกัน ในฐานะเจ้าของโครงการ

พอถึงปี 2540 ลูกค้าตก 90% ไม่มีเงินส่งธนาคาร ทางธนาคารก็มาล่อผม ผมก็บอกให้ยึดไปละกัน  ตอนนั้นถูกฟ้องแหลก แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างบางธนาคารก็ฟ้อง บางธนาคารก็ไม่ได้ฟ้อง

รับ…ชีวิตสตาร์ตใหม่เมื่อ 5ปีที่แล้ว
พอสัก 5 ปีมานี่ ผมเริ่มสตาร์ทชีวิตใหม่  เริ่มก่อร่างสร้างตัวใหม่ ดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มดีขึ้นตรงนี้ ช่วงที่อายุ 73-74 มันก็ยังแข็งแรงอยู่ ธรรมชาติมันบอกเอง  แล้วอาศัยที่ตอนเรารับราชการอยู่ ทรัพย์สินบางชิ้น ไม่ใส่ชื่อผม ก็เลยยังเหลืออยู่ ก็ได้กระดิกกระเดี้ยว กินของเก่า

อย่างหน้าทะเลก็เริ่มมาทำเป็นรีสอร์ท  ทำธุรกิจโรงแรม  ปึกเตียนรีสอร์ท ปึกเตียนวิลล่า ทำไปขายไป  ให้เช่าด้วย แล้วเมื่อสัก 5-7 ปีมานี่ กระทรวงมหาดไทย แจ้งมาทางจังหวัด ให้รีสอร์ททั้งหมดจดทะเบียนเป็นโรงแรม เพื่อที่เขาจะได้เก็บภาษีได้ ก็ถูกบังคับให้จดทะเบียนเป็นโรงแรม ก็มีทั้งดีทั้งเสีย    
               
จัดสรรพื้นที่หน้าทะเลให้เช่า
ที่สร้างใหม่ คือจัดสรรที่ให้เขาเช่าพื้นที่ ขายหน้าทะเลนี่ ถ้าร้านใหญ่ๆ เป็นของเรา แต่ถ้าบูธเล็กๆ เปิดให้เช่า เหตุผลเพราะพอเทศกาล แม่ครัวทำไม่ทัน ต้องให้ร้านเล็กๆมาเปิดบูธเช่า นี่ขนาดวันธรรมดา รถยังมาเยอะแยะเลย

ที่พัก 100 กว่าห้อง ทั้งขายทั้งให้เช่า
ตอนนี้ที่พักทั้งหมดของผม มีประมาณ 100 กว่าห้อง แล้วก็มีคาวาร่า ที่ลูกสาวผมดูแลอยู่ เป็นอาณาจักร เป็นเมืองๆเดียว ในนี้เราช่วยตัวเราเอง ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา ยาม ท่อระบายน้ำ อะไรเสีย เราทำเองหมด หลวงไม่ได้มาช่วยเราเลย  ลุยทำมาตลอด ตั้งแต่ยังไม่เกษียณเลย

ห้องเหล่านี้ ผมทำขายนะ สร้างมาขาย เป็นบ้าน แล้วเรามีของเราอยู่ส่วนหนึ่ง ก็เปิดให้เช่า เราก็ให้คนที่ซื้อไปแล้ว เอามาเปิดให้เช่าสิแล้วเราก็ดูแลให้ เงินแบ่งกัน ก็ได้เงินมาผ่อนธนาคาร ไม่ใช่ของผมคนเดียวนะ คนเดียว รวยตายเลย

ขายตึกให้ตร.ทำที่อบรมตำรวจ พฐ.
อย่างคอนโดฯ แต่ก่อนนี้มันยังไม่มีกฎหมายห้าม เดี๋ยวนี้ห้ามทำ ตรงนี้ผมสร้างตึกเล็กๆ ตอนนั้นก็ถูก ตอนท่านสันต์ ศรุตานนท์  เป็น ผบ.ตร. มาขอซื้อตึกไป 4 ตึก ซื้อไปตึกละ 10 ล้าน  ถูกนะ ถ้าสร้างใหม่ตึกละ 20 ล้านจะได้มั้ย

ท่านเอามาทำเป็นที่อบรมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน  ตำรวจที่จะไปเป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ต้องมามาอบรมตรงนี้ก่อน ตั้งแต่ว่าที่ ร.ต.ต.เลย นี่ยังอบรมอยู่เลย 100 กว่าคนนะ รุ่นๆ หนึ่งประมาณ 2-3 เดือนอบรมที  4 ตึกนี่ 40 ล้าน ถูกนะ  

ดูแลตัวเอง อบายมุขไม่ยุ่ง               
อายุ 79ปีแล้ว ดูแลตัวเองยังไง คือ ผมไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่มาตั้งแต่เล็กๆ  ตั้งแต่ก่อนเป็นตำรวจ แล้วก็ไม่ประมาทชีวิตด้วย ขับรถขับรานี่  ถ้าผมง่วง เข้าปั๊มจอดรถนอนเลย อาหารการกินก็ไม่ได้ห้ามนั่น ห้ามนี่ กลางคืนผมไม่เที่ยว ไม่เล่นการพนัน ไม่เอาอบายมุขทั้งหลายแหล่

มีแต่ไล่จับโจรอย่างเดียวที่นอนดึก ไม่กินเหล้าเมายา ไม่ดูการเล่น ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวกลางคืน อาหารกินทุกอย่าง ไม่เลือก แต่ไม่ได้กินไม่เป็นนะ เหล้ากินเป็น แต่ไม่กิน
               

นี่คือเสี้ยวหนึ่งในชีวิตหลังเกษียณฯของอดีตมือปราบเมืองเพชร ที่ปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรชายทะเลของเขาที่ปึกเตียนแห่งนี้ครับ….

ทิพย์สถาน13/4/62