เปิดใจ‘บิ๊กปั๊ด’ เวลาที่เหลือบนเก้าอี้ ผบ.ตร.

เปิดใจบิ๊กปั๊ด ถึงว่าที่ ผบ.ตร.คนต่อไป สานต่อภารกิจ พัฒนาบุคลากรองค์กรตำรวจ

จัดเป็นคนทำงานตัวจริง สำหรับ บิ๊กปั๊ด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

เบอร์1สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ที่มีผลงานรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารองค์กร ด้านคดีในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน รวมถึงการดูแลพัฒนาความรู้และศักยภาพผู้ใต้บังคับบัญชา

แม้ใกล้จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.2565   แต่เจ้าตัวยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจที่ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนเกษียณอายุราชการ และหลายภารกิจต้องส่งไม้ต่อให้กับผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนต่อไป

บิ๊กปั๊ดพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษ Police News Varieties ถึงภารกิจที่ผ่านมา ภารกิจที่จะต้องดำเนินการให้จบ รวมถึงสิ่งที่อยากฝากถึงผู้นำสีกากีคนต่อไป ว่า

หลายงานที่เริ่มมา คงไม่จบภายในช่วงที่เราเป็นผบ.ตร.แค่นั้น เป็นงานที่ต้องทำไปเรื่อยๆ เป็นงานต่อเนื่อง

งาน ปป. ฝึกครูแม่ไก่ ฝากสานต่อ เซฟตี้โซน แก้ปัญหายาเสพติด

งานป้องกันปราบปราม ใน 1 ปีครึ่งที่ทำมา เริ่มตั้งแต่การปรับยุทธวิธีของสายตรวจ เราไม่สามารถฝึกคนพร้อมกันทั้งประเทศได้ เราก็ฝึกครูแม่ไก่แล้วให้ไปถ่ายทอด เอาบทเรียนจากเรื่องจริงที่ผ่านมาไปฝึกเขา เช่น ไประงับเหตุ โดนเขาแทงตาย ถูกยิงตาย หรือคดีตีกันในโรงพยาบาลจะทำยังไง การควบคุมคนวิกลจริต

การฝึกเราก็เอาสถานการณ์พวกนี้มาเป็นแบบเรียน ฝึกกันที่ .หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ฝึกให้เทรนเนอร์ทุกภาค แล้วเทรนเนอร์ไปฝึกลูกน้องของตัวเองในแต่ละภาค

การฝึกแบบนี้ต้องฝึกทุกปี มันต้องเป็นการฝึกประจำของสถานีตำรวจด้วย เวลาฝึกยุทธวิธีจะฝึกพร้อมอุปกรณ์ ไม้ง่าม ปืนไฟฟ้า แก๊สน้ำตา โล่ การควบคุม

รวมถึงระเบียบการแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่าง จะมีเครื่องแบบใหม่ให้ เนื้อผ้าผ่านการวิจัยมาดีกว่าเดิม มีความทนทาน ได้บอกฝ่ายบริหารไปแล้วว่าให้ใช้วิธีส่งผ้าไปให้ตัดตามแบบจะมีความคล่องตัวสูงกว่า

อย่างไรก็ดี งานป้องกันปราบปรามที่ยังเป็นห่วง คือ เซฟตี้โซน กับเรื่องยาเสพติด หวังว่าจะมีคนทำต่อเนื่อง อย่างยาเสพติดเราเน้นเรื่องการบำบัด

จัดสอบความรู้ กม. สร้างมาตรฐานตำรวจ

นอกจากนี้งานป้องกันปราบปรามจะมีเรื่องการสอบด้วย สอบผ่านแค่ 40% เราก็ต้องให้ตำรวจเข้ามาตรฐานให้ได้ ไม่ใช่ว่าทำปีนี้แล้วจบ ต้องสอบทุกปี แล้วเงื่อนไขต่อไปถ้าสอบไม่ได้ต้องทำยังไง ถ้าสอบได้จะได้อะไรบ้าง

ตรงนี้ต้องฝากท่านผู้บริหารคนต่อไป ตอนนี้พยายามให้ท่านรอง ผบ.ตร. ท่านผู้ช่วยผบ.ตร. ที่มีอนาคตเป็นคนทำเรื่องพวกนี้ หวังว่าถ้าท่านมาเป็นเบอร์ 1 จะทำต่อ เพราะมันเป็นการสร้างมาตรฐาน

เราเริ่มการสอบมาปีกว่าๆ ทั้งสายป้องกันปราบปราม สายจราจร สายสอบสวน โดยสอบข้อเขียน เป็นความรู้เรื่องกฎหมาย ส่วนยุทธวิธีเราจะใช้วิธีการฝึก


ความรู้เรื่องกฎหมาย เราต้องการให้ตำรวจตอบคำถามข้อกฎหมายเหมือนกันทั้งประเทศ ข้อสอบเป็นแบบโอเพ่น เราให้อ่านคำถามคำตอบก่อนสอบ ให้เขาเข้าใจ แล้วให้ท่องจำ

สมมุติว่ามี 500ข้อ คุณต้องตอบให้ถูกทั้งหมด 500 ข้อ บางสายงานบ่นว่าข้อสอบเยอะไป จำไม่ไหว งานสอบสวนบอกว่าโดนเป็นพันๆข้อ ตรงนี้อยู่ที่การปรับจนกว่ามันจะลงตัวว่าข้อสอบแบบไหนที่ลงตัว แต่ทุกคนต้องสอบ ทุกคนต้องผ่านมาตรฐาน

ยกตัวอย่าง จราจรเราให้ท่อง 500 ข้อ คุณต้องตอบให้ถูกทั้งหมด สมมติว่าใครถามปัญหาข้อกฎหมายทั้งประเทศต้องตอบเหมือนกันถูกไหม อันนี้ความคิดของเรา

แต่ส่วนจะเป็นกี่ข้อ เขาลองผิดลองถูกกันอยู่ อนนี้ทีมบริหารงานจราจรเขาบอกว่าขอ 80% ก่อน

ในความคิดของเราในเมื่อเราให้คุณท่อง มีทั้งคำถามและคำตอบ 100% ก็ต้องตอบได้ อันนี้คือคอนเซ็ปต์ของเรา เพียงแต่ตอนนี้อยู่ที่การปรับไปเรื่อยๆจนกว่าจะลงตัว ถึงบอกว่ามันไม่สามารถจะจบช่วงที่เราบริหาร ต้องทำไปเรื่อยๆ ต้องมีการปรับไปเรื่อยๆ ก็จะมีการพัฒนาความรู้

เดินหน้าใช้ใบสั่งอิเลคทรอนิกส์

อีกเรื่องคือ ระบบใบสั่งจราจรด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ตอนนี้ของบประมาณจัดซื้อไปแล้ว  ตำรวจจราจรจะเอาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่มาเสียบเข้าเครื่องอ่าน จะโชว์เลยว่ามีใบสั่งค้างกี่ใบ ทำผิดอะไรมาแล้วบ้าง ถูกเตือนมากี่ครั้ง หรือมีหมายจับ

สมมติว่าไม่มีความผิดเก่าอะไรเลย มาถูกจับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก ก็อาจให้ปั๊มลายมือเตือนครั้งที่ 1 เพราะการเตือนเมื่อก่อนไม่เคยเก็บสถิติ แต่ถ้าทำแบบนี้เก็บสถิติได้หมด แล้วอีก 3 วัน ถูกจับแบบเดิมอีก ก็อาจจะมีกติกาอะไรอีก ก็ ตอนนี้ที่เราทำอยู่คือ แก้ระเบียบเรื่องตรงนี้ และจัดซื้ออุปกรณ์มาแล้วส่วนหนึ่ง ทดลองใช้ไปแล้วประมาณ 1,000 กว่าตัว

เป้าเซ็น MOU กับ ขนส่ง ภายในก.ย.นี้ เน้นใช้เทคโนโลยีซัพพอร์ตงานจราจร

งานจราจร หลักคิดก็คือพยายามเอาเทคโนโลยีมาใช้ โดยให้ตัดปฏิสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับชาวบ้านลงให้เหลือน้อยที่สุด จอดในที่ห้ามจอดก็ต้องใช้กล้อง ขับรถทับเส้นทางม้าลายก็ต้องใช้กล้อง ของพวกนี้นอกจากใช้เงินแล้ว ยังต้องแก้กฎระเบียบต่างๆให้สอดคล้องกับวิธีการใหม่ๆนี้ด้วย หรือการเตรียมเซ็นเอ็มโอยูระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่ง

ตอนนี้ทำมาเป็นปี ยังไม่ได้เซ็นกันสักที มีการถกเถียงข้อกฎหมาย ฝ่ายที่เห็นว่ายังเซ็นไม่ได้ คือ อำนาจเปรียบเทียบปรับของเจ้าหน้าที่ขนส่งจะทำได้ไหม

จริงๆแล้วเรามองว่าถ้าเราจะปรับระบบเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว สอดคล้องกับเทคโนโลยี ลดปัญหาคอรัปชั่น ให้เกิดความโปร่งใส่ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เราต้องมองตัวนี้เป็นหลัก ประเด็นปลีกย่อย คิดว่าแก้ปัญหาทั้งได้หมด

แต่คณะทำงานคุยกันอยู่นานพอสมควรแล้ว แต่เชื่อว่าจะพยายามจบลงให้ได้ พยายามเซ็นเอ็มโอยูให้ได้ภายในเดือน ก.ย.ปีนี้

 

แต่งตั้งปลายปี ใช้กฎเหล็กผ่านงานสอบสวน ก่อนขึ้น สว. รองผกก. ผกก.สถานี

งานทุกอย่างเราพยายามสร้างมาตรฐานขึ้นมาอย่างที่บอก ความรู้ของตัวบุคคล มาตรฐานการทำงาน อย่างจราจรเอาระบบเทคโนโลยีมาใช้จะได้ไม่มีปัญหาถูกร้องเรียน หรืองานสอบสวน

เราก็บอกแล้วว่าการแต่งตั้งในปลายปีนี้จะมีเงื่อนไขว่า คนที่จะดำรงตำแหน่ง สว. รองผกก. ผกก.ในสถานี ทุกคนต้องเคยเป็นพนักงานสอบสวนมาก่อน เพราะหัวหน้าสถานีในอนาคตจะต้องสั่งคดี เราจะใช้ในการแต่งตั้งปลายปีนี้เลย

แต่บางคนถามว่าเป็นรองสวป.มา 8-9 ปี ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน จะเป็น สว.โรงพักนี้ไม่ได้เหรอ อยู่มาตั้งนาน เราก็มีบทเฉพาะกาลให้ คือถ้าอยากเลื่อนตำแหน่งคุณต้องสอบก่อนแต่งตั้ง

ตม.สอบความรู้งานที่รับผิดชอบ สอบตกมีผลปรับย้าย

รวมถึงงานสนับสนุน อย่าง ตม. ต้องสอบทั้งหมด จากเดิมต้องสอบภาษาก่อนเข้า และเมื่อได้บรรจุใน ตม.ต้องสอบความรู้ของงานที่รับผิดชอบอีกที ถ้าตกก็จะมีปัญหาในเรื่องการปรับย้ายตำแหน่งหน้าที่ ถ้าสอบผ่านก็จะเป็นเงื่อนไขในเรื่องการบรรจุก่อนเข้า ตรงนี้เราสอบไปแล้ว

การบรรจุเข้านักเรียนนายสิบ เราก็มีการประเมินเกี่ยวกับสุขภาพจิต จริงๆอยากทำมากกว่านั้น แต่ติดด้วยข้อกฎหมาย เรื่องสิทธิของเขา ซึ่งฝ่ายกฎหมายศึกษาอยู่ ถ้าเราสามารถสอบ Attitude Test ได้เลยก็ยิ่งดี คุณคาดหวังอะไรถึงมาเป็นตำรวจ ทางคณะทำงานก็ทำอยู่

ทั้งหมดเริ่มทำหมดแล้ว แต่ถามว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดไหม มันต้องมีการปรับไปเรื่อยๆจนกว่าจะลงตัว พี่ตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลาอีกกี่รอบปีงบประมาณ แต่ทุกอย่างมันไม่อยู่นิ่ง มันไดนามิค เพียงแต่หลักการคือการสร้างมาตรฐาน

ฝากสานต่อ อบรมนักสืบ 5G

ด้านงานสืบสวน ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นพิเศษ 5G รุ่นที่ 1 จำนวน 42 คน หลังจบหลักสูตรได้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งสืบสวนแล้ว อย่างไรก็ดี ฝากไว้กับผู้บริหารคนต่อไป เพราะการอบรมต้องมีต่อไป อาจจะเว้นระยะ 1-2 ปี เพื่อสร้างคน ซึ่งงานสืบสวนดีตรงที่วัดผลสำเร็จง่าย คือจับได้หรือไม่ได้ ฟ้องศาลแล้วลงโทษไหม

สร้างบ้านพักสวัสดิการแก้หนี้ตำรวจ 3 แสนล้าน

เรื่องงานบริหารจะมีเรื่องแก้ปัญหาหนี้สินตำรวจ สร้างบ้านพักสวัสดิการ อยากให้ทำต่อเนื่อง อย่างเรื่องหนี้ตำรวจ หลังจากรวมหลายรอบพบว่าตำรวจมีหนี้ 300,000 กว่าล้านแล้ว แก้ปัญหาไปได้ 2,000 กว่าราย

จากการสำรวจพบว่า 97% เป็นสีเขียว คือ อยู่ในวิสัยที่ยังผ่อนได้ 2% สีส้มคือร่อแร่  และ 1% สีแดง ตอนนี้ความเร่งด่วนคือแก้ปัญหากลุ่มสีแดง ซึ่งคือกลุ่ม 2,000 รายที่เราช่วยแก้ปัญหาไปแล้ว

ตร.หญิงดีใจน้ำตารื้น แก้หนี้ลดจาก 1.8 ล้าน เหลือ 4 แสน

วันก่อน คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ มาเล่าให้ฟังว่า มีตำรวจหญิงคนหนึ่ง มาเล่าให้ฟัง ดีใจจะร้องไห้ บอกว่า เป็นหนี้อยู่ 1.8 ล้านบาท หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่เกิดจากการไปค้ำประกัน

พอมีโครงการแก้ปัญหาหนี้จึงสมัครเข้าโครงการ ก็เลยช่วยกันเจรจาปรับดอกเบี้ย ตัดลงไปเหลือ 4 แสนบาท เขาดีใจมาก

หลักๆของเราคือการทำรีไฟแนนซ์ สมมุติว่าต้นทุนเงินกู้แพง ดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องแพง โดยต้องดูดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ว่าเท่าไหร่ ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากแพง แสดงว่าต้นทุนแพง เขาจะมาให้กู้ดอกเบี้ยถูก เป็นไปไม่ได้

เราก็พยายามหาสหกรณ์ที่อยากมาเข้าโครงการของเราเพื่อช่วยเหลือตำรวจ โดย บช.น.สมัครเป็นสหกรณ์ต้นแบบ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะแก้ปัญหาแรกๆก่อน ที่มีหนี้ท่วมมากๆ อาจทำรีไฟแนนซ์ให้เฉพาะรายนั้นไป

จับมือแบงก์ออมสินช่วยแก้หนี้

ธนาคารออมสินเขายินดีมาช่วยเรา ดอกเบี้ยเขาไม่เกิน 2 บาท สมมุติต้นทุนมาไม่เกิน 2 บาท ถ้าเราปล่อยสัก 4 บาท สหกรณ์ก็ยังอยู่ได้ แทนที่จะ 7-8 บาท แต่อย่างนี้ทำทุกคนไม่ได้ มันจำกัด และด้วยสัญญาเดิมที่มีต้นทุนเก่า เพราะฉะนั้นต้องค่อยๆถ่ายเทกันไป

สหกรณ์ไม่ได้อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขาเป็นอิสระ เขามีการเลือกตั้ง ประธานสหกรณ์บางทีเป็นตำรวจที่เกษียณแล้ว จึงอยู่ที่การเจรจา

เพราะฉะนั้นขอให้ผู้บริหาร ผบก. ผกก. เข้าใจหลักการ แล้วก็เอาหลักการไปประยุกต์ใช้เป็นเคสๆไป ไปคุยกับเจ้าหนี้ให้ลูกน้อง แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่ 1-2% เป้าหมายเราคือ 97% กับเป้าหมายที่ 2 คือ คนที่ไม่ได้อยู่ใน 100% นี้ ที่เป็นตำรวจเข้าใหม่

 

ส.แม่บ้านตำรวจ จัดอบรม Money Management & Investment

ตอนนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจไปให้ความรู้เกี่ยวกับการออม การบริหาร การใช้เงิน โครงการ Money Management & Investment เสียงตอบรับดี แล้วก็พยายามขยายไปทุกๆหลักสูตรการศึกษาของตำรวจ

ทางผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถ้าคุณเก็บเงินวันนี้เดือนละ 2,000 บาท 7ปี  แต่ละปีหาผลตอบแทนให้ได้ 10% พอ 7 ปีหยุดแค่นี้ไม่ต้องใช้อะไรเลย เวลาเกษียณเงินก้อนนี้จะกลายเป็น 10 ล้านบาท เขาพยายามอธิบายให้ฟัง เราพยายามให้ความรู้เรื่องพวกนี้กับเจ้าหน้าที่เรา เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เขา

แต่ถ้าเขาไม่ไหวจริงๆ กระโดดเข้ามาในระบบสินเชื่อ มันก็ต้องไม่ใช่ราคาสินเชื่อที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นสหกรณ์ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัว เพื่อลดต้นทุนของตัวเองมาให้ได้ ไปถึงจุดที่สามารถดูแลข้าราชการตำรวจในต้นทุนที่ต่ำๆได้ ซึ่งต้องทำไปเรื่อยๆ

สำรวจพบ ตร. ต้องการอาชีพเสริมอันดับ1 ชูเมล็ดกาแฟ ตชด. ขายร้านปันรักษ์

รวมทั้งเราพยายามส่งเสริมอาชีพ ตอนที่ทำแบบสำรวจ อันดับแรกเขาอยากได้อาชีพเสริมของครอบครัว เรามองว่าสินค้าของตำรวจที่ทำกันเองตามชุมชนต่างๆก็พอมีอยู่บ้าง ถ้ามีการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสูงขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ก็อาจทำให้ขายได้ดีขึ้น

อีกอย่างคือช่องทางจำหน่าย ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจทำร้านปันรักษ์ขึ้นมา โดยสมาคมแม่บ้านตำรวจจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเพื่อความโปร่งใสในการจัดการ เราก็อยากเห็นร้านค้าที่ขายของครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ อันนี้จะต้องมีสินค้าชูโรง เพื่อให้มันเกิดขึ้นได้จริง

ตอนนี้ดูที่มีศักยภาพเป็นไปได้ที่สุด คือเมล็ดกาแฟ ที่ตชด.ทำอยู่ ได้การสนับสนุนจากบริษัทใหญ่ๆในประเทศ มาพัฒนาเรื่องการคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การเก็บรักษา การคั่ว การบรรจุภัณฑ์ให้ เพื่อให้ถูกมาตรฐาน

เราใช้แบรนด์ปันรักษ์เลย เราจดเครื่องหมายการค้าเอาไว้แล้ว ถ้าทำได้ก็จะเปิดร้านกาแฟแบบนี้ทั้งประเทศ แต่ก็คงไม่ได้อยู่เห็น ไม่รู้เขาจะทำกันต่อหรือเปล่า มันก็เป็นผลิตภัณฑ์ชูโรง เพียงแต่ว่ามันก็เป็นช่องทาง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีทุกที่ เป็นการจ้างงานครอบครัวตำรวจ

เมล็ดกาแฟตัวชูโรงของเราเอามาจากดอยสามหมื่น เมล็ดพันธุ์กาแฟที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้ตำรวจตระเวนชายแดน  ครู ตชด.ปลูกมาเรื่อยๆ  สินค้าต้องมีเรื่องราว แหล่งกำเนิด ต้องมีสตอรี่ ให้คนเขารู้ เป็นลักษณะวิธีการค้า

อย่างน้อยต้องมี 1-2 ร้านเปิดก่อนเราเกษียณ ที่ตชด.เขาก็กำลังจะเปิด โดยเราต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐานรวมถึงอาจเปิดเป็นช่องทางสำหรับสร้างอาชีพให้ครอบครัวตำรวจ อาทิ เป็นจุดรับติดต่อบริการซ่อมเครื่องปรับอากาศโดยลูกตำรวจ เป็นต้น

ลงนามMOUกับกรมธนารักษ์ สร้างบ้านพักสวัสดิการ

อย่างบ้านพักสวัสดิการที่.สมุทรปราการ  กำลังเริ่มขอที่จากกรมธนารักษ์ ทำเอ็มโอยูแล้ว ทางบช.ภ.1 กำลังจัดการเรื่องการหาผู้รับจ้างก่อสร้าง จะเป็นบ้านพักที่ตำรวจสามารถซื้อได้ในราคาถูก เพราะไม่มีราคาที่ดิน ก็อยู่ได้ 30ปี+30 ปี เขาทำเซอร์เวย์เรียบร้อยแล้ว

บช.น.ก็ทำอีกทีอยู่แถวๆบางเขน อันนี้อาจจะเสร็จปีหน้าหรือปีถัดไป ก็หวังว่าจะเป็นทางเลือกราคาถูก และอยู่ในวิสัยที่เงินเดือนผ่อนได้จริง

ฝาก บิ๊กก้องสานต่อโครงสร้างระบบไอที รวมเป็นบิ๊กดาต้า

นอกจากนี้ที่อยากให้สานต่อคือเรื่องงานโครงการสร้างระบบไอที จะต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด อันนี้เราพยายามจะเข็นให้ทำมาสเตอร์แพลน ยังไม่เรียบร้อยดี แต่ก็ทำไปเยอะ

ต่อไปงานไอทีของทุกส่วนต้องเชื่อมกันไม่ว่าจะเป็นไบโอเมตทริกซ์ ตรวจอัตลักษณ์บุคคล ของ ตม. ระบบ CRIMES มีอยู่แล้ว ระบบของกองทะเบียนประวัติอาชญากร การพิมพ์มือของผู้ที่ถูกจับต่อไปก็ต้องออนไลน์ ระบบงานจราจร ระบบใบสั่ง หรือกล้องที่เป็นโปรแกรมอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์อัตโนมัติ(License Plate) กล้องที่เป็น AI หรือ ระบบ วิดีโอที่ใช้ AI พวกนี้ต้องเชื่อมกันหมดเลย แล้วมันจะกลายเป็นบิ๊กดาต้า


เราพยายามสร้างโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์พวกนี้ แล้วสเต็ปต่อไปค่อยจับมาเชื่อมกัน ตรงนี้ถ้าคนเข้าใจและทำต่อเนื่องมันก็จะไปได้ ตรงนี้ฝากไว้กับหลายๆคนโดยเฉพาะ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ต้องอาศัยคนที่อยู่นานถึงจะทำให้สำเร็จได้ ต้องทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเชื่อมต่อเนื่องเป็นแผ่นเดียวกันได้

บิ๊กดาต้า แชร์ข้อมูลกับหน่วยอื่นทั่วประเทศ

ตอนนี้เราอยากจะเริ่มในส่วนของกองทะเบียนประวัติอาชญากร ระบบพิมพ์มือที่โรงพัก ทุกวันนี้ใช้การพิมพ์มือลงบนกระดาษ เอาแผ่นกระดาษส่งมาที่ส่วนกลาง แล้วค่อยสแกนเข้า

จริงๆต้องสแกนตั้งแต่ตอนเริ่มที่โรงพัก ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงกัน ใครขึ้นโรงพักไปแจ้งความ ต้องโชว์ขึ้นมาหมดเลย ว่ามีใบสั่งกี่ใบ เคยไปให้การอะไรที่ไหนมาแล้วบ้าง ไปพบตำรวจที่ไหนมาบ้าง ถ้าทำสำเร็จจะบอกได้หมดเลย ทั้งหมดนี้เรียกว่าบิ๊กดาต้า

แล้วมันจะสามารถไปแชร์กับอัยการ ศาล ระบบยุติธรรมทั้งระบบ มหาดไทย แรงงาน สาธารณสุข พัฒนาสังคม ทั้งประเทศ ไบโอเมตทริกซ์ต้องเป็นพื้นฐานของข้อมูลบุคคลในอนาคตของคนไทยทุกคน ระบบดิจิตอลซิกเนเจอร์ การพิสูจน์ตัวบุคคลก็จะต้องมีไบโอเมตทริกซ์มารองรับอีกที

แจ้งความออนไลน์ โปร่งใส สถาบันการเงินอายัดรวดเร็ว

อย่างการแจ้งความออนไลน์ต่อไปจะต้องให้ทางสถาบันการเงินเห็นตั้งแต่ต้นเลย เพื่ออายัดได้อย่างรวดเร็ว การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์หมด จะลดขั้นตอนทางธุรการไป และประกันความโปร่งใสว่ามีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ดีๆมาสร้างเรื่องเพื่อขออายัดคนโน้นคนนี้เขา เพราะมันมีการร้องทุกข์โดยตัวตนมา

ล้วนเป็นโปรเจกต์เพื่อเป้าหมายพัฒนาองค์กรตำรวจ ที่ บิ๊กปั๊ดพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ดำเนินการไว้ในห้วง 1 ปีครึ่ง

และฝากไปถึงผู้ที่จะขึ้นมาบริหารกรมปทุมวันคนต่อไป ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า !!

ปร์วีร์1/5/65