Monday, February 26, 2024
More
    Homeท่องปทุมวันเส้นทางนักสืบ ไอยรา1-พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ

    เส้นทางนักสืบ ไอยรา1-พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ

    จัดเป็นตำรวจนักสืบพันธุ์แท้อีกคน  เพราะชีวิตราชการอยู่ในตำแหน่งสืบสวนโดยตลอด

    “เด็กๆอยู่บ้านพักตำรวจ คุณพ่อ ด.ต.บุญรัตน์ แสนคำ เป็นตำรวจอยู่ที่ สภ. สันป่าตอง จ.เชียงใหม่  เรียนที่โรงเรียนปรินซ์รอแยลวิทยาลัยถึงชั้นม.4  สอบเข้าเตรียมทหารรุ่นที่ 32 เรียน 2 ปี ขึ้นเหล่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 48….”

    นายพลนักสืบย้อนให้ฟังถึงชีวิตวัยเด็กก่อนสำเร็จการศึกษาจากรั้วสามพราน

    คุมนปพ.ปากน้ำลงสมรภูมิใต้

    หลังจบรับตำแหน่งเป็น รอง สว.สอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ  อยู่งานสอบสวนพักหนึ่งเริ่มมาช่วยงานสืบสวน  สภ.สำโรงเหนือ ผู้บังคับบัญชาเริ่มเห็นแววเอามาทำหน้าที่หัวหน้า นปพ.ภ.จว. สมุทรปราการ อยู่ได้ 5 ปีเศษ

    ตำแหน่งนี้ขึ้นตรงต่อการบังคับบัญชาของ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ในการปราบปรามอาชญากรรมและความผิดที่มีโทษทางอาญาทุกประเภท ในเขตพื้นที่ จว.สมุทรปราการ

    ปีสุดท้ายก่อนขึ้นสารวัตร สถานการณ์ภาคใต้เริ่มทวีความรุนแรง คำสั่งผู้บังคับบัญชา เอากำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษทุกจังหวัด ไปช่วยราชการที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

    ดูแลความสงบปัตตานี

    มีโอกาสไปช่วยราชการที่ปัตตานี อยู่ในวันที่ 28 เม.ย.2547 ที่มีเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ เนื่องจากเราไปอยู่ตรงนั้นสถานการณ์มันเปลี่ยนก็ต้องการให้กำลังที่เข้าตอนเช้า หรือกลางคืนตื่นตัว เลยปรับกำลัง แต่ผลัดเช้ามันจะเริ่มเกิดเหตุ ช่วงตำรวจออกไปอำนวยการจราจร เราจะให้ชุดเช้าที่เข้าเวรกะปรี้กระเปร่าตื่นมาทำงานได้เต็มที่ กลางคืนต้องระมัดระวังตัวเอง

    อยู่คืนเดือดที่กรือเซะ

    วันนั้น ฐานปฏิบัติการโดนโจมตีตอนตี 5 กำลังที่เข้ามาสามารถช่วยเหลือปิดล้อมได้ทัน ผมอยู่เมืองปัตตานี ออกไปช่วยฐานที่มัสยิดกรือเซะ ส่วนที่จังหวัดอื่น ที่ยะลา ที่กรงปินัง คือ 3 จังหวัดตอนนั้นมันโดนประมาณ 5-6 ฐาน ที่ทหารโดนยิงตาย

    พล.ต.ต.วรชาติ เล่าถึงภารกิจคืนเดือดเมื่อครั้งลงไปทำหน้าที่ในสมรภูมิด้ามขวานหลังเกิดเหตุปล้นปืนเมื่อ20ปีก่อน

    ตำรวจภูธรภาค 1 ช่วยอยู่ในเมืองปัตตานีประมาณ 400 คน ผลัดหนึ่งประมาณ 60-70 คน มีหน้าที่แตกต่างกันไป บางคนเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว บางคนคุ้มครองการจราจร ตอนเช้าอีกชุดหนึ่ง เข้าเวรคู่สายตรวจโรงพัก ขับคู่กัน 2 คัน เป็นสายตรวจเสริม คุ้มครองจราจร คือเรายืนคัฟเวอร์อยู่ริมถนน ส่วนจราจรเขาทำหน้าที่ของเขา โบกรถไป

    ชุดเคลื่อนที่เร็วอยู่ตามจุดสกัดผลัดละ 10 คัน รถกระบะ คันหนึ่งมี 7-8 คนต่อชุด ชุดเคลื่อนที่เร็วตามวงรอบ ถ้ามีกำหนดการตั้งด่านก็จะไปตั้งด่านร่วม หมดเวลาตั้งด่าน ก็จะขับวน แต่ก็เฝ้าฟังวิทยุตอนนั้น

    ย้อนนาทีเดินเท้าเข้าปิดล้อม

    พอโจมตีที่ตู้ยามมัสยิดกรือเซะ  มีวิทยุแจ้ง สภ.เมืองปัตตานี กำลังภาค 1 ที่เข้าไปก็เริ่มจอดรถแล้วเดินเท้าไม่ให้เห็นแสงไฟ ขณะที่ตำรวจกองปราบใช้รถเข้าไปถึงหลังป้อมเลยโดนยิงสวนมาเสียชีวิต กำลังชุดภาค 1 เข้าโอบล้อมพื้นที่กระทั่งมีกำลังทหารเข้ามาก็เริ่มสว่าง ก่อนจะมีปฏิบัติการในช่วงบ่าย

    สารวัตรสืบโรงพักเมืองสระบุรี

    เดือน มิ.ย.ปีนั้น มีคำสั่งหลังจากกลับมาจากปัตตานี ไปรับตำแหน่งใหม่ สว.สืบ เมืองสระบุรี อยู่ 5 ปีครึ่ง  สมัยนั้นก็มีคดียาทั่วไปที่ปราบปรามอยู่ คดีชิงทรัพย์เซเว่นฯปล้นทรัพย์คนสัญจรไปมา

    ช่วงนั้นมีคดีสำคัญที่ทำ เริ่มตั้งแต่ลักเสือโคร่งจากสวนสัตว์เอกชน หน้าพระพุทธฉาย กม.ที่ 100 ของเมืองสระบุรี ตอนนี้เป็นบายพาส ด้านหลังจะมีสวนสัตว์เอกชนอยู่ แต่สมัยนี้เขาเลิกไปแล้ว

    คนร้ายเอาไปขายเมืองจีน เบื่อยาให้เสือตายแล้วลากซากไปทั้งตัว รีบชำแหละ เพราะไม่เช่นนั้นพิษที่เหลือจะลามไปหมด จากนั้นผ่าครึ่งท่อนขายส่งออกแนวชายแดนไปถึงประเทศจีน

    ได้ข้อมูลคนนำพาซากสัตว์ออกไปคือนายยุทธ เราไปตามหาเจอกันไว้เป็นพยาน แล้วซัดคนที่ขโมยเสือมาขาย  เขาฆ่า 2 ตัว แต่มันสว่างก่อน ตัวเมียตายยังไม่สนิท ซากเลยอยู่ในกรง แต่ชุดคนร้ายพัวพันกับลักเสือของหลวงตามหาบัว ทางกาญจนบุรี  เป็นแก๊งค้าสัตว์ป่า

    ขึ้นรองผกก.สืบละโว้

    อยู่สืบเมืองสระบุรี 5ปี8เดือน  ขึ้น รอง ผกก.สืบ จ.ลพบุรี 2 ปี  ก็ทำงานในพื้นที่ มีเคสยิงผู้รับเหมา เกี่ยวเนื่องกับผู้มีอิทธิพลใน จ.ลพบุรีกับ จ.สระบุรี ภายหลังจับคนร้ายได้ ยิงใน อ.โคกสำโรง สภ.พะเนียด สภ.ชัยบาดาล บุคคลที่ถูกยิง เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติด  มีประวัติเกี่ยวกับท้องที่สระบุรีเป็นผู้รับเหมา ยิงนนทบุรี ที่เป็นนักโบว์ลิ่งทีมชาติ มือปืนเกี่ยวพันกัน คดีก็ยังอยู่ในศาล คดีแรกที่ฟ้องผู้ต้องหาไปก็ถูกดำเนินคดี แต่มีหลายคดีที่อายัดตัวไป

    โยกไปสืบจังหวัดนนทบุรี

    หลังจากนั้นมาเป็น รอง ผกก.สืบ จ.นนทบุรี อีก 2 ปี คดีสำคัญคือหลานสาวฆ่าย่าตัวเอง เศรษฐีนี ท้องที่ สภ.บางศรีเมือง หลานสาวสมคบกับแฟนจ้างมือปืนมายิงย่าตัวเอง ฆ่าเอาสมบัติ ตามไปจับได้ คือหลังจากเกิดเหตุ มือปืนแยกย้ายกันหลบหนี จับคนแรกที่อรัญประเทศ อีกคนหนึ่ง หนีลงไปภูเก็ต ก็ตามจับมาได้ อีกคดีฆ่าพริตตี้หญิง ปาดอวัยวะเพศแล้วเผาศพอยู่บนคอนโดฯแจ้งวัฒนะ ตรงข้ามเซ็นทรัลแจ้งฯ

    หลังจากเกิดเหตุ เราทราบว่า แฟนของผู้ตาย เป็นคนก่อเหตุ เราก็ตามไปที่บ้านที่นครปฐม ตอนหลังรู้จากคนใกล้เคียงบริเวณบ้าน คนร้ายหนีไปบวชที่เชียงใหม่ แม่อาย เราประสานไปชายแดนแม่อายแล้วทหารพรานจับได้ส่งตัวมาให้

    ผกก.สืบสิงห์บุรีก่อนไปภ.3

    ขึ้น ผกก.สืบ จ.สิงห์บุรี วาระปี 2556 ระหว่างอยู่สิงห์บุรี ก็มีคดียิงกำนันตำบล ก็เหมือนกัน แม่ เมียกำนัน ไปทำงานต่างประเทศ ส่งเงินมาให้กำนันใช้จ่าย แต่กำนัน ดันไปคบกับหญิงอื่น ลูกก็โกรธแค้นจ้างมือปืนฆ่าพ่อ

    อยู่สิงห์บุรี 2 ปี  ผู้บังคับบัญชาชวนไปอยู่ด้วยที่ภาค 3  ก็ไปเป็น ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.3 อยู่ 4 ปี

    อยู่กับนายตำรวจบิ๊กเนม

    ไปอยู่กับผู้การสืบสวนตอนนั้น ท่าน เฉลิม สุวรรณรัตนโอสถ รุ่น 34  คนที่ 2 ผู้การอุดร ยอมเจริญ คนที่ 3 ท่านศุภกร คำศรีนอก รุ่น 36 คนที่ 4 ท่าน พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบช.ภ.6 ที่เพิ่งเกษียณ

    ผบช.ท่านแรกก็ท่าน ทวิชชาติ พละศักดิ์  ไปตอนท่านไปขึ้นที่ภาค 3 ท่านชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ท่านดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แล้วท่านพูลทรัพย์ ประเสริฐสุข

    คลี่คดีร.อ.ฆ่าผอ.อ้อย

    ระหว่างอยู่ภาค 3 ก็มีคดีสำคัญ ที่เข้าไปดำเนินการคลี่คลาย ก็คือฆ่า ผอ.อ้อย น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อนผู้อำนวยการ กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จว.ศรีสะเกษจับ ผู้กองเหน่ง ร.อ.ทหาร นักเรียนนายร้อย จปร.ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิต

    ชนวนตายทวงเงินผู้กองเหน่ง

    คือก่อนหน้า สามี ผอ.อ้อย เป็นพาณิชย์นาวี เดินเรือเอกชนไปต่างประเทศ 3-4 เดือน กลับมาที เอาบัตรเอทีเอ็ม เงินเดือนให้ ผอ.บริหารจัดการสร้างบ้านใหม่ แต่บ้านไม่เสร็จ

    ผัวเริ่มจะโวยทำไมใช้เงินเยอะแล้ว บ้านยังไม่เสร็จ ผอ.อ้อย เกรงสามีจะเห็นการใช้จ่ายเงิน เลยรีบทวงผู้กองเหน่ง ซึ่งผู้กองเหน่ง ก็ยืมเงินมาใช้เพราะติดการพนัน 

    ไม่ได้คืนเลยร้องเรียนผู้ใหญ่

    พอผอ.อ้อย ขอเงินคืนไม่ได้ ก็ไปร้องผู้บังคับบัญชา วันเกิดเหตุก็ใส่ชุดข้าราชการไปร้องเรียน คือส่วนใหญ่ข้าราชการจะใส่ชุดข้าราชการวันจันทร์ พอเปิดทำการเขาก็ไปทวง ระหว่างนั้นมีพยานเห็นว่า ผอ.อ้อย ไปคุยในรถก่อน แล้วผู้บังคับบัญชาก็ไม่อยู่  ผู้กองเหน่ง เลยออกอุบายไปนั่นไปนี่ ออกจากค่ายพร้อมกัน

    ตัวหายเฟซบุ๊กโผล่ที่ลาว

    หลังจากนั้น ผอ.อ้อย ก็หายตัวไปเลย แต่ระหว่างที่ ผอ.อ้อย หายไป มีบัญชีโซเชียลเฟซบุ๊กของ ผอ.อ้อย เคลื่อนไหว โพสต์อยู่ลาว ทักถึงพี่สาวเพื่อนคนสนิทขอยืมเงิน อย่างนี้ หนีไป ลาวไปปลีกวิเวกก่อน

    หลักฐานมัดร.อ.เอาของไปขาย

    แนวทางสืบสวนคาดว่า ผอ.อ้อย ไม่น่าจะมีชีวิตแล้ว แล้วคนที่ใช้โซเชียลของ ผอ.อ้อย ก็ไม่น่าจะใช่ตัวตน  ผอ.อ้อย เพราะคำพูดที่คุยกับเพื่อนมันไม่ใช่ ภาพที่ปรากฏออกมาก็เป็นภาพตัดต่อ ก็เริ่มตามหา จนพบผู้ต้องสงสัย  เอาผู้กองเหน่งมาสอบ มาดูความเชื่อมโยงทั้งการเงินและโซเชียล มันเหมือนว่าโทรศัพท์  ผอ.อ้อย จะคู่กับโทรศัพท์ของผู้กองเหน่ง ไปตลอด

    จนวันหนึ่ง เราไปได้ทรัพย์สินของ ผอ.อ้อย ที่ไปขายที่ร้านทองในตลาด ในเขต อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ยืนยันได้ว่า ผู้กองเหน่ง เอาทรัพย์สิน ผอ.อ้อย ไปขาย

    ศาลฎีกาประหารชีวิต

    ประจวบเหมาะช่วงนั้น มีคนหาของป่า ไปพบโครงกระดูกโครงหนึ่งถูกคลุมด้วยชุดข้าราชการ เลยยืนยันได้ว่าน่าจะเป็นเข็มขัดรัดคอจนขาดอากาศหายใจ มีสภาพการทำร้าย จังหวะที่เขาเอาศพไปทิ้ง เข็มขัดยังรัดอยู่บนคอเสื้อ  อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งเอว

    ถ้าผู้เสียชีวิตเป็นลมจนเสียชีวิตเพราะไม่มีใครเห็น เข็มขัดต้องอยู่ที่เอว แต่มันไปคาดอยู่ข้างบน จึงคิดว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม  เขาก็ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  แต่ศาลชั้นต้นลง อุทธรณ์ยืน ฎีกายืน

    เสือคืนถิ่นขึ้นรองผู้การ

    ปิดคดีนี้ กลับมาขึ้นรองผู้การภาค 1 อีก 4 ปีผลงานปราบปรามมากมาย อาทิ คดีเกี่ยวเนื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน คดีอุ้มฆ่า เรียกค่าไถ่นักศึกษาหญิงชาวจีน นำศพไปทิ้งบ่อน้ำข้างสวน อ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี

    คดี ผอ.กอล์ฟ นายประสิทธิ์ เขาแก้ว อายุ 38ปี ชิงทรัพย์ทองคำร้านออโรร่า สาขาโรบินสัน ลพบุรี ที่ใช้อาวุธปืน 9มม. ยิงประชาชน เสียชีวิต 3ราย บาดเจ็บ 4ราย  รวมทั้งการคลี่ปมเสียชีวิตของดาราสาว ”นิดา-แตงโม“ที่ตกจากเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา และอื่นๆอีกหลายคดีได้รับการพิจารณาคัดเลือกขึ้นผู้การสืบภาค 1  

    ผู้การบอยบอกว่า

    ถือเป็นลูกหม้อเลยก็ว่าได้ ก็เป็นคนในพื้นที่ภาค 1 มาตลอด ตั้งแต่จบรับราชการมาในจังหวัดภาค 1 ซึ่งมี 9 จังหวัด ผมรับราชการมาแล้ว 5 จังหวัด สมุทรปราการ สระบุรี ลพบุรี นนทบุรี และสิงห์บุรี

    อยู่ในพื้นที่ รู้จักคน มีคอนเน็คชั่น อาชญากรรมต่างๆในพื้นที่ ก็รู้จักตัวคน รู้จักกลุ่มแก๊ง ที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ถ้าพูดถึงคนในจังหวัดนี้ ใครที่น่าจะเป็นบุคคลเฝ้าระวัง ก็สามารถจะระบุตัวบุคคลได้

    โจรโซเชียลปัญหาใหญ่

    อาชญากรรมในภาค 1 ที่มองส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องชีวิต ร่างกาย ทรัพย์ ก็เป็นโดยปกติ แต่สมัยนี้อาชญากรรมที่ทำให้ประชาชนเสียหายมากที่สุด จะเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะมันเจาะเข้าไปถึงตัวบุคคลได้ ในโลกที่ไม่มีพรมแดน ตอนนี้มันเจาะเข้าไปในระบบโซเชียล มันเอาไปได้หมดทั้งบัญชี

    ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน 

    ฝากประชาสัมพันธ์ป้องกันในสโลแกนของท่าน อดีต ผบ.ตร.ดำรงศักดิ์ ที่เคยให้ไว้ ในโลกไซเบอร์ไคร์ม  คือไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ให้ประชาชนซึ่งได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ ถ้าเกิดคิดจะโอนเงิน อย่าเพิ่งเชื่อ ควรจะปรึกษาคนที่รู้ หรือญาติ หรือคนใกล้เคียง

    คนร้ายมักจะขอให้คุยเป็นการส่วนตัว จะถามว่าอยู่กับใคร ให้ออกห่างมา คุยกันส่วนตัว เป็นความลับ อย่าให้ใครรู้ อย่าปรึกษาใคร

    ตกใจกลัวเมื่อไหร่เสร็จ

    มันทำให้เราตกอยู่ในภาวะที่อยู่ในการควบคุมของคนร้ายซึ่งเปลี่ยนการทำหน้าที่ของแต่ละคน เปลี่ยนสตอรี่ ทำหน้าที่บทบาทโทร.มาให้ตกใจกลัว โทร.มาช่วยเหลือ เป็นตำรวจ เป็นทนาย เป็นเจ้าหน้าที่บริษัท จนเราหลงเชื่อโอนเงินไป ตอนหลังนี่ ปลอมเป็นตำรวจเยอะ

    ไม่ทิ้งสวัสดิการลูกน้อง

    สำหรับการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเรื่องสวัสดิการต่างๆ เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มาทำงานโดยที่ไม่มีความกังวลเรื่องครอบครัว การอยู่ดีกินดีของครอบครัว ทำให้เขามีพละกำลัง ในการทำงาน มีกำลังใจ

    เมื่อผู้ปฏิบัติมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การทำงานในหน้าที่ก็จะดี เราดูแลลูกน้องเรา เพื่อให้ลูกน้องเราไปดูแลประชาชนได้ดี ตั้งใจทำงานในหน้าที่รับผิดชอบ

    นี่คือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตหัวหน้านักสืบตำรวจภาค1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ครับ

    เฮียเก๋28/1/67

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments