Saturday, May 25, 2024
More
    Homeบทความทั่วไปเหยียบถิ่นออสซี่ เกาะติดขอบสนาม ถึงเมลเบิร์น

    เหยียบถิ่นออสซี่ เกาะติดขอบสนาม ถึงเมลเบิร์น

    Ep.8 เหยียบถิ่นออสซี่โอเพ่น

    ย้อนไปตอนลูกชายผมอายุ 14 ปี มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ทำให้ลูกผมได้ประสบการณ์จากแมตช์แข่งขันมากทีเดียว เป็นรายการสิงห์แกรนด์สแลมออสเตรเลี่ยนโอเพ่น โดยบริษัทสิงห์คอเปอร์เรชั่น เป็นโต้โผจัดเป็นปีแรก เพ่ือเฟ้นหายอดนักหวดเยาวชนไปสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 1 ใน 4 เทนนิสรายการใหญ่ของโลกและเป็นแกรนด์สแลมแรกของปี

    บริษัทสิงห์ฯให้ทุนนักเทนเทนนิสเยาวชนทั้งหมด 12 คน แบ่งเป็นรุ่น 12 ปี 14 ปี และ 16 ปี ทั้งชายและหญิง 6 คนแรกมาจากผู้ที่ได้แชมป์ในแต่ละรุ่น ส่วนอีก 6 คนคัดเลือกด้วยวิธีจับสลากจากผู้สมัครแต่ละรุ่น เรียกว่าใครดวงเฮงก็ได้ไปเพราะมีผู้สมัครกันหลายสิบคน ปีนั้นลูกผมลงรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีและคว้าแชมป์มาครองได้สิทธิ์ลุยแดนจ้ิงโจ้ แต่กว่าจะได้ก็ไม่ใช่เร่ืองง่ายครับ

    ต้องยกน้ิวให้บริษัทสิงห์และทีมงานฝ่ายจัดการแข่งขันครับที่กำหนดทัวร์นาเมนต์นี้มาให้เยาวชนไทยได้เปิดโลกทัศน์บินไปยังดินแดนออสเตรเลีย ถึงแม้ไม่ได้ไปแข่ง แต่แค่ไปเหยียบถ่ินออสซี่ได้เห็นสนามแข่งขัน เจอหน้าเดินกระทบไหล่นักเทนนิสชั้นนำของโลกก็ถือว่าโอเคมากแล้ว โดยมีนักหวดรุ่นพี่อย่าง “พี่ปิ๊ก-ดนัย อุดมโชค” และพี่ต้น-พี่ต้อง สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์ คู่แฝดมหัศจรรย์ เป็นไกด์นำทีมด้วยตัวเอง

    การได้ไปเห็นของจริงที่ขอบสนามถึงเมลเบิร์น เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจริง ๆ นอกจากได้ร่วมแคมป์ฝึกซ้อมในคอร์ตดินที่เยาวชนในโครงการไม่เคยสัมผัสกันมาก่อน ได้เรียนรู้เทนนิคต่างๆจากโค้ชผู้ฝึกสอนต่างชาติ รวมถึงพี่ๆนักหวดชั้นนำของเมืองไทยที่ร่วมกันถ่ายทอดวิถีชีวิตบนเส้นทางนักเทนนิสอาชีพที่เปรียบเสมือนเข็มทิศให้เยาวชน รุ่นหลัง

    ที่สำคัญได้บุกถึงห้องร็อกเกอร์รูมดูการเตรียมตัวของนักเทนนิสทั้งก่อนและหลังแข่งขัน ได้นั่งติดขอบสนามดูการซ้อมของนักหวดชั้นนำหลายคน ทั้ง“โนเล่-โนวัค ยอโควิช” มือ 1 โลกในขณะนั้น และ “เฟดเอ็กซ์-โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์” นักเทนนิสยอดอัจฉริยะตลอดกาล ชมเกมส์การแข่งขันจริงในสนามเช็นเตอร์คอร์ต โดยเฉพาะแมตช์ที่ “ลักษิกา คำขำ” สาวนักหวดดาวรุ่งของไทยลงชิงชัย กองเชียร์เยาวชนสิงห์แกรนด์สแลมส่งเสียงดังกึกก้องลั่นสนาม

    กลับจากเมลเบิร์นลูกชายผมขยันฝึกซ้อมและมีความมุ่งมั่นมากขึ้น ส่ิงเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากเด็กๆได้เห็นและสัมผัสของจริง “วันหนึ่งผมจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง และจะมาในฐานะผู้เล่น ไม่ใช่มาดูเขาเล่น” มันเป็นคำพูดของลูกที่ผมยังจำได้แม่น และเฝ้ารอเวลาที่เขาเติบโตไปถึงจุดหมายที่เคยลั่นวาจาไว้

    ต้องขอขอบคุณบริษัทสิงห์ฯและทีมงานทุกคนที่ผุดโครงการดีๆแบบนี้และยังคงจัดต่อเน่ืองเป็นประจำทุกปี ผมหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้เห็นเยาวชนเหล่านี้ไปยืนอยู่บนเวทีเทนนิสโลกเหมือนสมัยที่เรามีพี่บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์ หรือ พี่แทมมี่-แทมมารีน ธนสุกาญจน์ แน่นอนครับ

    ———————————–

    เดอะวินเนอร์

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments