“เหลือบ..บอลไทย”

2561

รถยนต์ที่วิ่งอยู่ตามท้องถนนได้ จะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ขับเคลื่อนไปด้วยกัน และมีความสำคัญเท่าๆ กัน แม้จะทำหน้าที่ตแตกต่างกัน ซึ่งต้องไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น เพราะไม่อย่างนั้น รถยนต์ก็จะไม่สมบูรณ์ วิ่งไม่ได้
ฉันใด ฉันนั้น วงการฟุตบอลไทย ก็เช่นกัน

การทีเราจะพัฒนาวงการฟุตบอลสิ่งสำคัญ ผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอล,ผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลไทย ทุกภาคส่วน ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ระดับรากหญ้า (เริ่มจากเด็กอายุ 4-5 ขวบ) ไปจนถึงฟุตบอลลีกภูมิภาค (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น T 3, T 4,) ฟุตบอลลีกอาชีพ และ ทีมชาติไทย
ซึ่งทุกสิ่ง ทุกอย่าง ต้องทำอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน มีขั้นตอน ที่ชัดเจน และต้องทำงานอย่างมืออาชีพ ที่สำคัญการบริหารงานต้องโปร่งใส มีความรักลูกหนังอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามการพัฒนาฟุตบอลไทย ในยุคสมัยหลัง ๆ แม้ภายนอกจะมองสวยหรูสร้างภาพตัวเองว่ามีความพยายามยกที่จะพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยทั้งระบบ แต่แท้จริงแล้ว ทุกอย่างตรงกันข้าม บอลไทยวันนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในกระถ่าง ที่ผลงานดี ก็เพราะกินบุญเก่า ที่สะสมมา และเป็นจังหวะที่นักเตะมีความลงตัวกันพอดี เช่นเดียวกับ สมัย “ดรีมทีม” ในอดีต

เหตุใดที่กล่าวไว้เช่นนั้น ก็เพราะในปัจจุบันนี้ ฟุตบอลลีกภูมิภาค ที่ถือเป็นหัวใจและเป็นพื้นฐานของฟุตบอลลีกอาชีพที่แท้จริง มีการกระทำในสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย

กรณีที่ ทีมสุไหงปาดี เอฟซี ทีมในระดับ ไทยลีก 4 โซนภาคใต้ ได้ทำหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอล เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิ ทีมสโมสรสุราษฎร์ธานี ซิตี้ และ สินธนากบินทร์บุรี เอฟซี ทำไมถึงได้สิทธิเข้าแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 4 โซนภาคใต้ (โดยสโมสรสินธนา กบินทร์บุรี ย้ายมาเล่นให้ทีม สุราษฎร์ธานี ซิตี้) ซึ่งเป็นการผิดกฎข้อบังคับฯ

เรื่องนี้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกลูกหนังไทย ต้องตรวจสอบว่ามีนายดาบตำรวจคนดังที่เกี่ยวข้องกับทีมสินธนากบินทร์บุรี อย่างเร่งด่วนมีใครเกี่ยวข้องในเรื่องนี้บ้าง และต้องลงโทษให้หนัก

ที่สำคัญมีกระแสเกิดการว่าจ้างล้มบอกเกิดขึ้น เพื่อให้,การแข่งขันเป็นไปตามที่คาดหวัง อีกทั้งมีผู้ตัดสินเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยเป็นคนสั่งการให้และกำหนดผู้ตัดสินที่จะไปทำหน้าที่

เรื่องอย่างนี้คงไม่มีใครยอมรับได้ เพราะถือเป็น “เหลือบ บอลไทย” ที่จะทำให้วงการฟุตบอลไทยล้มทั้งระบบ….