ห้วง 14 ปี ช้างตัวเดิมสังหาร 4 ศพ คนครอบครัวเดียวกัน
ถ้าเป็นที่เมืองไทย น่าเรียกได้ว่า “จองเวรจองกรรม” ครอบครัวนาย “ชานิชารา โบเต” ชาวเมืองมาดี ประเทศเนปาล
ย้อนกลับไปช่วงปี 2012 บิดากับมารดานายชานิชารา ถูกช้างป่าเพศผู้ตัวใหญ่ บุกบ้านในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติชิตตะวัน เหยียบย่ำตายอนาถทั้งสองคน
โศกนาฎกรรมครั้งนั้น ทำให้ “ชานิชารา” ตัดสินใจย้ายครอบครัว ข้ามฝั่งแม่น้ำไปสร้างถิ่นฐานใหม่อยู่อีกฟากหนึ่ง หวังจะปลอดภัยมากขึ้นจากเหตุช้างป่าบุกถิ่นพำนักทำมาหากินของมนุษย์
กระทั่งไม่กี่วันที่เพิ่งผ่านไป “ชานิชารา” ต้องสูญเสียอีกครั้ง ลูกสะใภ้ วัย 25 ปี กับหลานชาย วัย 4 ขวบ ถูกช้างป่าบุกเขตบ้าน เหยียบย่ำสังหารสมาชิกครอบครัวของเขาอีก 2 ศพ
ช้างป่าตัวนั้น เจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติชิตตะวัน รู้จักดีเพราะมันถูกผูกติดอุปกรณ์ติดตามตัวมาตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีแล้ว
มันชื่อ “ดูร์บี” เป็นช้างเพศผู้ตัวเดียวกับที่เหยียบย่ำสังหารบิดาและมารดา “ชานิชารา” เมื่อ 14 ปีก่อน
“ดูร์บี” ถูกระบุเป็นช้างเพศผู้ดุร้ายก้าวร้าว ตลอดช่วงเวลา 23 ปีที่มันถูกติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวภายในอุทยานแห่งชาติชิตตะวัน
มันไล่กระทืบสังหารผู้คนเสียชีวิตแล้ว 23 ราย รวมครั้งนี้อีก 2 ศพ ยอดทะลุ 25 ศพ
ผู้เคราะห์ร้ายถูก “ดูร์บี” สังหารส่วนใหญ่ คือ ผู้ชายวัยหนุ่ม แต่หลายครั้งมันก็ไม่ละเว้น ผู้หญิง เด็กและผู้สูงอายุ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า อธิบายเหตุผลเชื่อว่า “ดูร์บี” มีพฤติกรรมก้าวร้าวดุดัน เพราะมันต้องการเป็น “จ่าฝูง” ทั้งต้องการขยายอาณาเขตหากินและจำเป็นต้อง “ขับไล่ศัตรู”
เหตุช้างป่าบุกรุกไล่ทำลายพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ถือเป็นเรื่องปกติในเนปาลและอินเดีย
แต่ถือเป็น “คราวเคราะห์โชคร้าย” ของ “ชานิชารา” ต้องสูญเสียสมาชิกครอบครัวไปถึง 4 คน ในห้วงเวลา 14 ปี
จากความดุร้ายเกรี้ยวกราดของช้างตัวเดียวกัน ชื่อ “ดูร์บี”
ไฟเขียว19/7/69

























