คอมมานโดบุกรวบหนุ่มขอนแก่นคาสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ หลังร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เปิดเพจเฟซบุ๊กปลอมอ้างชื่อ “เจ้เล้ง” หลอกขายครีมลวงทำภารกิจ ดูดเงินเหยื่อเกลี้ยงบัญชีกว่า 1.6 ล้านบาท เจ้าตัวสารภาพตกงานถูกหลอกไปเขมร สแกนหน้าเปิดบัญชีม้าแลกเงิน 9 พัน
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม ตัวนายประดิษฐ์ หรือ เต้ อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียง ที่ จ.28/2569 ในความผิดฐาน “สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และเปิดบัญชีม้า” จับกุมได้หน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2567 มีผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อซื้อครีมผ่านเพจเฟซบุ๊ก ที่มิจฉาชีพสร้างปลอมขึ้นมาโดยใช้ชื่อ “เจ้เล้ง” เมื่อโอนเงินค่าสินค้าไปแล้ว คนร้ายกลับแจ้งว่าต้องทำกิจกรรมเพิ่มเติม ถึงจะส่งของได้ ก่อนจะลวงให้เข้ากลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้าอ้างเป็นแอดมินคอยชี้แนะ หลอกให้โอนเงินลงทุนทำกิจกรรมอ้างผลตอบแทนสูง
เหยื่อหลงเชื่อโอนไปหลายครั้ง สุดท้ายถอนเงินไม่ได้และถูกบังคับให้โอนเพิ่มเรื่อยๆ จนสูญเงินรวมกว่า 1,683,326 บาท แจ้งความที่ สภ.แม่ลาหลวง จ.แม่ฮ่องสอน
ต่อมาสืบทราบว่า นายประดิษฐ์ ผู้ต้องหา เป็นเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงิน กำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น นำกำลังไปดักจับกุมตัวไว้
เบื้องต้น ฃรับสารภาพว่า เมื่อปี 2567 ขณะตกงานและหางานทำอยู่แถวๆย่านบางซื่อ ได้มีชายแปลกหน้ามาชักชวนไปทำงานเสิร์ฟอาหาร แต่กลับถูกพาไปย่านรังสิตฯ และพาตัวขึ้นรถแท็กซี่ มีบุคคลอื่นอีก 2 คน ข้ามแดนไปยัง อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อไปประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ
อยู่กัมพูชา ประมาณ 3 สัปดาห์ และถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี แลกกับเงินค่าตอบแทนเพียง 9,000 บาท ก่อนจะถูกปล่อยตัวขึ้นรถตู้ประจำทางกลับประเทศไทย จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนอย่าหลงเชื่อเพจขายของที่อ้างให้ทำ “กิจกรรม” หรือโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบเด็ดขาด หากเจอพฤติกรรมลักษณะนี้ให้หยุดโอนทันทีและแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

























