Friday, May 8, 2026
More
    Homeข่าวเด่นรอบวันไทย-สหรัฐแฉรังแก๊งคอล”นรกโอร์เสม็ด”พบห้องผ่าตัด-ที่กักขังโยงค้าอวัยวะข้ามโลก

    ไทย-สหรัฐแฉรังแก๊งคอล”นรกโอร์เสม็ด”พบห้องผ่าตัด-ที่กักขังโยงค้าอวัยวะข้ามโลก

    ตำรวจไทยจับมือสหรัฐยกระดับปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ข้ามชาติ หลังสหรัฐชื่นชมไทยเดินหน้ากวาดล้างจริงจัง พร้อมเร่งขยายผลเครือข่าย “โอร์เสม็ด” หลังพบห้องขัง ห้องผ่าตัด และอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายในฐานปฏิบัติการ ส่อเชื่อมโยงขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ ขณะ สตช. เตรียมใช้ระบบ “SHIELD” เชื่อมข้อมูล 18 ประเทศ ล่าข้ามโลกเต็มรูปแบบ

    วันที่ 8 พ.ค.69 เวลา 10.30น.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน

    ร่วมแถลงผลการหารือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายหลังเดินทางเยือนระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ

    นางหัทยาเปิดเผยว่า ไทยได้หารือกับหน่วยงานสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลก ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในระดับเทียร์ 2 ต่อเนื่อง 4 ปี โดยไทยได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามค้ามนุษย์ การคุ้มครองแรงงาน และการแก้ปัญหาแรงงานบังคับอย่างรอบด้าน รวมถึงความคืบหน้าการผลักดันให้สินค้าไทยถูกถอนออกจากบัญชีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ

    โดยสหรัฐได้ชื่นชมการทำงานของไทยที่บูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และการกำหนดนโยบาย ซึ่งสิ่งที่สหรัฐให้ความสนใจและติดตามการดำเนินงานของไทย คือ ตัวเลขสถิติการจับกุมการป้องกันปราบปราม

    อีกทั้งไทยก็มีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น ทั้งกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ใหม่ที่นำมาบังคับใช้ มีกลไกระหว่างหน่วยงานในการดูแลเหยื่อการค้ามนุษย์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

    นอกจากนี้ สหรัฐยังให้ความสำคัญกับปัญหาค้ามนุษย์ออนไลน์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังพบว่าชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อสูงที่สุด มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแสดงความจริงจังที่จะร่วมมือกับไทยในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด

    ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า สหรัฐให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเครือข่ายที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา เมียนมา และลาว ซึ่งหลอกลวงเหยื่อกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ไม่เฉพาะชาวอเมริกัน

    ขณะเดียวกัน ไทยยังได้รับคำชื่นชมเรื่องการตั้งศูนย์ติดตามและช่วยเหลือผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสหรัฐเตรียมนำรูปแบบไปเป็นต้นแบบจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเดียวกัน รวมถึงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การยึดทรัพย์ และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

    อีกประเด็นสำคัญที่ไทยนำเสนอ คือข้อมูลแก๊งโอร์เสม็ด ซึ่งถือเป็นเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีคนเกี่ยวข้องมากกว่า 10,000 คน โดยภายในพื้นที่พบห้องควบคุมตัว สถานที่บังคับใช้แรงงานและทรมานผู้คน รวมถึงห้องผ่าตัด เครื่องเอกซเรย์ และอุปกรณ์ทางสูตินรีเวช

    ทำให้ทั้งไทยและสหรัฐตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

    พร้อมระบุอีกว่า ปัจจุบันยังมีชาวต่างชาติถูกหลอกเข้ามาในประเทศไทย ก่อนถูกส่งต่อไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยช่วงแรกเป็นการสมัครใจเดินทาง แต่เมื่อถึงปลายทางกลับถูกบังคับใช้แรงงานและถูกทรมานหากขัดขืน

    ที่ผ่านมา มีข้อมูลจากสถานทูตบราซิลว่า มีชาวบราซิลอย่างน้อย 30 คน ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชา ขณะเดียวกันยังพบเหยื่อจากไต้หวันและญี่ปุ่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสกัดไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

    จากการหารือครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเข้าใจถึงความตั้งใจและความจริงจังของไทยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และเชื่อว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการพิจารณาจัดอันดับเทียร์ของไทยในอนาคต

    ทั้งนี้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเตรียมยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ผ่านระบบ SHIELD หรือ ชิว เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ 18 ประเทศ และอีก 3 องค์กรสำคัญระดับโลก รวมถึงเอฟบีไอ และตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ด้วย

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments