11.ย้ายไปมวกเหล็ก

ตำนานมือปราบพระกาฬ “ชลอ เกิดเทศ”      โดย…กิตติพงศ์ นโรปการณ์
 
        
ภายหลังเดินทางมารับตำแหน่งผู้บังคับกอง สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายตำรวจหนุ่มต้องปราบปรามแก๊งลักพระที่มีอยู่หลายแก๊ง
สาเหตุมาจากพวกเล่นพระ พอหาพระได้ ก็จะปลอมพระขาย พอปลอมไม่ได้จะใช้วิธีขโมย
        
หลายแก๊งที่ชลอจับมาได้ สารภาพว่าใช้วิธีเข้าไปดูลาดเลาด้วยการไปไหว้พระในโบสถ์ช่วงกลางวัน จากนั้นตอนกลางคืนจะเข้าไปขโมยพระด้วยการเจาะบานประตูโบสถ์ ให้ตรงกับกลอนที่ล็อกข้างในไว้
        
โดยแผนประทุษกรรมคนร้ายที่ชลอใช้เป็นเคล็ดลับในการสืบสวนว่าแก๊งไหนเป็นแก๊งไหน
        
เจาะรูเดียว เป็นแก๊งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจาะสองรู เป็นแก๊งขโมยพระจากจังหวัดลพบุรี และเจาะสามรู จะเป็นแก๊งจากจังหวัดสุพรรณบุรี
        
ถ้าเป็นพวกขุดกรุพระ เพชรพลอยที่ได้จะถูกนำไปขายที่ร้านทองบริเวณสะพานหน้าตลาดหัวรอ ซะเป็นส่วนใหญ่
        
หนักเข้าจะเป็นพวกตัดเศียรพระพุทธรูป
        
นายตำรวจหนุ่มกำชับให้ตำรวจใต้บังคับบัญชา ออกสืบสวนหาข่าวจับกุมแก๊งมารศาสนานี้มาให้ได้ โดยทั้งหมดออกทำงานหาข่าวในช่วงกลางคืนและไม่มีใครรู้ว่าไปทำงานกันที่ไหน?
        
แต่ที่น่าแปลก…. ในช่วงที่ชลอให้ออกสืบสวนปราบปรามแก๊งลักพระ กลับเกิดคดีฆ่าตัดคอหาศีรษะไม่เจอนับสิบศพ ถูกทิ้งประจานในที่ต่างๆ โดยไม่เหลือหลักฐานอะไรไว้ให้สืบสวนว่าเป็นใคร
        
ชาวบ้านลือกันเป็นเสียงเดียวว่า ไอ้พวกนี้น่าจะเป็นพวกแก๊งตัดเศียรพระพุทธรูปหักหลังกันเอง เพราะเมื่อมีศพไร้หัวโผล่ออกมาเมื่อไหร่ ใกล้ๆกับที่พบศพมักจะพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากอยู่เสมอๆ
        
เคยมีคนเล่ากันว่า เห็นพันตำรวจตรีชลอ ร้อยตำรวจเอกคงพล และจ่าเจิม ที่ไปตรวจสถานที่พบศพหัวขาด ยืนคุยกันเงียบๆ ขณะที่พนักงานสอบสวนและนักข่าวกำลังทำหน้าที่ของแต่ละคน
        
แว่บหนึ่งที่เห็น เขาบอกว่า ไม่เคยเห็นใครมีรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมแบบพันตำรวจตรีคนนี้มาก่อน
        
และข่าวการลักพระตามโบสถ์ ลักลอบขุดกรุ หรือตัดเศียรพระตามวัด และพระที่นั่งโบราณในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา แทบไม่มีอีกเลย…..
        ——————————————-
        
ต้นปี 2515 ระหว่างเป็นผู้กองเมืองอยุธยา พันตำรวจตรีชลอ ตัดสินใจซื้อบ้านอีกหลัง เป็นบ้าน 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ในหมู่บ้านจัดสรรย่านเมืองทอง จังหวัดนนทบุรี
โดยบ้านที่พรสว่างนิเวศน์ สำโรงเหนือ ชลอให้คนอื่นเช่า ส่วนสาเหตุที่ซื้อบ้านหลังใหม่ เพราะไม่อยากขับรถกลับบ้านไกล รวมทั้ง “ตุ๊กตา”นันทวัน ไม่อยากเดินทางไปอยู่ที่บ้านพักหลวงที่อยุธยาด้วย
        
“พี่ลอ…ตุ๊กตาอยากทำอะไรบ้าง ไม่อยากอยู่เฉยๆ…”
เมียผู้กองเมืองอยุธยาเอ่ยปาก ขณะทั้งคู่นั่งเล่นอยู่ด้วยกันหน้าบ้านหลังใหม่
        
“แล้วตุ๊กตาอยากทำอะไรล่ะ…”
ชลอเอ่ยปากถาม
        
“ตุ๊กตาอยากมีธุรกิจส่วนตัว ตอนนี้แอร์ติดรถยนต์น่าจะดี เพราะบ้านเราเริ่มจะร้อนทุกที…”

ตุ๊กตา ให้ความคิดเห็นและความเป็นไปได้ถึงธุรกิจตัวนี้

        
“เอาซิ…พี่ยังมีเงินรางวัลที่ได้ตอนจับทองเถื่อนที่ จ.หนองคาย อยู่อีกหลาย ตุ๊กตา เอามาลงทุนแล้วกัน จะได้ไม่เบื่อ เวลาพี่ไปทำงานต่างจังหวัด…”
        
จากนั้นทั้งคู่ได้เปิดบริษัทแอร์ติดรถยนต์ ชื่อ บริษัทคิงแอร์ จำกัด ธุรกิจใหม่ของครอบครัว “เกิดเทศ”
        
ต้อนรับ “กุมาริกา เกิดเทศ”หรือ ปลา สมาชิกใหม่ตระกูล เกิดเทศ
        
แต่ชลอหารู้ไม่ว่าการเปิดบริษัทแอร์ติดรถยนต์ จะเป็นชนวนทำให้ชีวิตคู่ต้องประสบปัญหา
        ———————————————
        
เย็นวันหนึ่ง ต้นปี 2515 ท่ามกลางความจอแจของตลาดทรัพย์สิน ย่านหัวรอ บริเวณชั้น 2 ของตึกที่ทำการตลาด ซึ่งเป็นที่พักของผู้จัดการตลาดทรัพย์สิน
กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของร้านขายผ้า ร้านขายทอง นักเลงมวยตู้ในตลาดหัวรอ รวมทั้งเจ้าของห้อง ผู้จัดการตลาดทรัพย์สิน กำลังนั่งล้อมวงเล่นไฮโล
ทั้งหมดนิ่งเงียบสายตาจ้องไปที่ข้อมือของนายช้วน พ่อค้าหมูเจ้ามือ ที่กำลังใช้ฝ่ามือกำถ้วยไฮโล ค่อยๆยกและสะบัด เสียงลูกเต๋ากระแทกจานรองถ้วยดังกริ๊กเบาๆ แต่ได้ยินทั่วกัน
        
“เอ้า….แทงเสีย แทงเสีย…”
เสียงยั่วของนายช้วน ชักชวนลูกค้านักพนัน ซึ่งเป็นเพื่อนๆกันให้แทงไปตามกระดาษที่แบ่งเป็นช่องไฮโล สูง-ต่ำ ตามแต่หูใครจะได้ยิน
        
ตี๋ หัวรอ นักเลงมวยตู้ หยิบถ้วยขึ้นมารินแนบหู โดยมีเพื่อนๆคนอื่นมองตาม ก่อนควักแบงก์ร้อยวางขวางระหว่างช่องแทนเลข 1 กับช่องต่ำ 1 ใบ และช่อง 1 อีก 1 ใบ
        
“เอี่ยวต่ำ เต็งต่ำ อย่างละร้อย…”
        
ธนบัตรสีแดงยังไม่ทันถึงช่องดีก็เปลี่ยนมือ โดย เฮียเม้ง พ่อค้าขายทองคว้าหนึบติดมือ พร้อมบอกกลางวง
        
“เอี่ยวต่ำ เต็งต่ำ ไปเต็งหก หกสูง เพิ่มตัวละร้อย….”
        
“กูด้วย เต็งหก หกสูง ตัวละสามร้อย…”
        
เฮียเส็ง เจ้าของร้านขายของเก่ารีบบอก ก่อนหยิบแบงก์ในมือโยนลงไปหกร้อยบาท
        
ตี๋ หัวรอ นักเลงมวยตู้ ไม่ยอมเสียฟอร์ม บอกเจ้ามือ
        
“ทั้งหมดไปอยู่เอี่ยวต่ำ เต็งต่ำ อย่างละครึ่ง….”
        
“เอ้า…ตานี้ใครจะแทงรีบแทง เร็ว..ไม่งั้นเปิดเลยนะ…”
        
นายช้วนเจ้ามือ สำทับเมื่อเห็นลูกค้านิ่งเงียบ
        
“เปิดเลยนะ…”
        
ตี๋ หัวรอ พูดพร้อมเอื้อมมือหยิบถ้วยไฮโล ก้มตัวค่อยๆลุ้นดอกข้างลูกเต๋า
        
“ตั้งหน้าหกเอี่ยว เป็นเอี่ยว….”
        
เสียงตี๋ หัวรอ กล่าวอย่างลิงโลด เพราะมันแทงเอี่ยวต่ำ เต็งต่ำไว้ ก่อนก้มลงลุ้นเต๋าใหม่
        
“ตั้งหน้าหกเอี่ยวอีกแล้ว เป็นหก…”
        
เสียงตี๋ หัวรอ อ่อยลง ขณะที่มีเสียงเฮจากฝ่ายเฮียเส็งและเฮียเม้งมั่ง
        
“ลูกสุดท้าย ตั้งหน้าสี่สาม เป็นสี่….ไอ้เหี้ยเอ๊ย สิบเอ็ดไฮโล เจ้ากินรอบวง ไม่ต้องทะเลาะกัน…”
        
ตี๋ หัวรอ บ่นอุบ ขณะที่เฮียเส็งและเฮียเม้งหน้าเสียไม่แพ้กัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเอี๊กอ๊ากของนายช้วน ที่กำลังรวบเงินเข้าหน้าตัก
        
โครม…..”
        
เสียงประตูห้องที่ปิดล๊อกถูกถีบพังเข้ามา ก่อนตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ กรูเข้ามาในห้องเข้ารวบตัวเซียนไฮโลได้ทั้งหมด 12 คน โดยไม่มีใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว
        
“เอาไปโรงพักให้หมด…”
เสียง พ.ต.อ.สมัคร เกิดสว่างเนตร หน่วยเฉพาะกิจ ภาค1หัวหน้าชุดจับกุม สั่งการเสียงเข้ม
        ——————————————
        
พันตำรวจตรีชลอ ยืนหน้าเครียดอยู่ภายในห่้องทำงาน หลังรู้ข่าวหน่วยเฉพาะกิจบุกจับบ่อนไฮโลในพื้นที่ของเขา             
        
ทำไมตำรวจหนุ่มจะไม่รู้ว่ามีบ่อนไฮโลเปิดอยู่ แต่จะให้ทำไง เพราะไอ้พวกที่โดนจับมันก็พวกๆกันทั้งนั้น ค่าต๋งชลอก็ไม่ได้เก็บไว้สักบาท…
        
“นายขออนุญาตครับ…”
        
เสียงส.ต.ท.ทวี มงคลยศ คนขับรถนายตำรวจหนุ่มเอ่ยปาก
        
“ผมถูกไอ้ผู้กำกับนั่นสั่งขัง 3 วันครับ ข้อหาอะไรนายรู้ไหม….

ข้อหาร้อยรองเท้าไม่ตรงรู…”

        
ส.ต.ท.ทวี ถามเองตอบเอง เสมือนระบายความในใจอย่างคับแค้น
        
แต่พันตำรวจตรีชลอ ถึงกับหัวเราะก๊าก เพราะข้อหาที่ลูกน้องถูกสั่งขัง มันจั๊กจี้ใจเหลือเกิน
        
“ผู้กำกับสมัคร เรียกผมไปสอบ ไปๆมาๆให้ผมยืนยันว่าเคยเห็นนายไปที่บ่อนตลาดทรัพย์สิน แต่ผมบอกว่าไม่เคยเห็น เขาเลยโมโห สั่งขังผมด้วยข้อหาบ้าอะไรไม่รู้….”
ส.ต.ท.ทวี บ่นอุบ
        
“เอาน่า…ขอบใจมึงมาก…”
ชลอโอบไหล่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา
        
อีกไม่กี่วัน คำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนพันตำรวจตรีชลอคลอดออกมา โดยถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตรับราชการ
        
พันตำรวจตรีชลอ หวนคิดไปเมื่อครั้งยังเป็นผู้หมวดชลอ จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เป็นผู้หมวดใหม่ๆในสถานีตำรวจภูธรอำเภอพระนครศรีอยุธยาแห่งนี้
        
ครั้งนั้นร้อยตำรวจโทชลอ ทำหน้าที่ร้อยเวร ออกไปดูเหตุรถชนกัน แต่ต้องวิ่งแจ้นกลับมาโรงพักเพราะวิทยุบอกว่าผู้ต้องหาในห้องขังเอามีดไล่ฟันกันจนหน้าเละ
        
โชคดีไม่เอากันถึงตาย ชลอไปถึงเอากุญแจไขยึดมีดกลับมาได้ ก่อนเอาตัวคู่กรณีไปทำแผล พอถึงตอนนี้ ชลอถึงกับยิ้ม เพราะไอ้คู่กรณีที่ถูกฟัน จำได้ว่าเป็นพวกกักขังแทนค่าปรับเรื่องฝิ่น มีรอยแผลเป็น เป็นริ้วๆอยู่เต็มหน้า
        
นั่นคือการถูกตั้งกรรมการสอบสวนเป็นครั้งแรก….
        ——————————————-
        
ผลการตั้งกรรมการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พันตำรวจตรีชลอ ถูกสั่งย้ายไปเป็นผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
        
เหตุเพราะ ร้อยตำรวจเอกประภาส พานิชอัตรา ผู้บังคับกองตำรวจคนแรก สถานีตำรวจภูธรอำเภอมวกเหล็กและนายกฤษทอง บัญญัติ นายอำเภอคนแรกของมวกเหล็ก มีปัญหาไม่ลงรอยกัน จนลามไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาของทั้ง 2 ฝ่าย
        
กระทรวงมหาดไทยเลยย้ายทั้งคู่ออกนอกพื้นที่ เป็นการตัดไฟไว้ก่อน…
        
มวกเหล็ก เป็นอำเภอใหม่ แยกจากอำเภอแก่งคอย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมพุทธศักราช 2511 และมีการจัดตั้งสถานีตำรวจภูธร อำเภอมวกเหล็กขึ้น เมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2512  ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
        
พันตำรวจตรีชลอ เลยกลายเป็นผู้บังคับกอง ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีเป็นคนที่สอง ส่วนนายอำเภอคนที่สองของมวกเหล็กคือ นายอนุ สงวนนาม
        
วันที่ทั้งคู่ไปรับตำแหน่ง มีพี่น้องเพื่อนฝูงมากมายไปส่ง เหล้ายาปลาปิ้ง ถูกเลี้ยงกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ทั้ง 2 ฝั่งตำรวจและฝั่งอำเภอ ที่มานั่งแจมเหล้าร่วมกัน
        
“พี่นุ….ผมว่าเราต้องแก้เคล็ดนะพี่ โรงพักกับอำเภอมันหันหน้าชนกัน ฮวงจุ้ยมันไม่ดี ถึงมีเรื่อง

เอางี้ไหมพี่ เราปลูกต้นสนบังไว้ฝั่งละข้าง ทิ้งสนามฟุตบอลไว้ตรงกลาง และทำถนนทางเข้าโรงพักกับอำเภอใหม่….”

        
ผู้บังคับกองมวกเหล็กเสนอไอเดียผูกมิตรก่อน
        
“ดีสิ…ผู้กอง ว่าไงว่าตามกัน จะได้ไม่มีปัญหา…”
        
นายอำเภอมวกเหล็กเด้งเชือกรับลูก
        
“จากนั้นเราเอาคนของเรามาแบ่งข้างเตะฟุตบอลกันนะพี่ จะได้รู้จักกันเร็วๆ….”
        
พันตำรวจตรีชลอ เอากีฬาโปรดมาเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ใหม่
        
“ได้เลย…..น้องรัก”
        
นายอนุ หัวหน้าฝ่ายปกครองของอำเภอเกิดใหม่แห่งนี้ขานรับ