25.ยกแรกกับไอ้หยอง คู่ปรับปาทาน

ตำนานมือปราบพระกาฬ “ชลอ เกิดเทศ”      โดย…กิตติพงศ์ นโรปการณ์
            
         
2 วันผ่านไป ยังไม่มีวี่แวว

ไอ้บังมุด มือปืนแขกปาทานจาก ชากังราว กำแพงเพชร ที่ขึ้นมายิงนายอำนาจ คู่กรณี ไอ้หยอง ถึงจังหวัดตาก ว่ามันหลบอยู่ที่ไหน
        
พันตำรวจเอกชลอ ถือว่าเป็นการหยามศักดิ์ศรีเขามาก อีกทั้ง ไอ้หยองพยายามสร้างอิทธิพลในแผ่นดินไทย ตรงนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ชลอรับไม่ได้
        
อะไรวะ…. ส่งคนไปควานทั่วกำแพงเพชร ค้นตามโรงแรมที่พักในเมืองตากทั่วทุกแห่ง ยังไม่เห็นหัว มันจะไปไหน

หรือว่าจะไปหลบอยู่ลพบุรี ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ใช้รถจักรยานยนต์ มันคงไม่เร็วไปกว่านี้นักหรอก…..
        
ชลอคิดในใจ หลังเลิกประชุมกับชุดสืบสวน แล้วเดินก้าวฉับๆเข้าห้องทำงานที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก อย่างรวดเร็ว
        
ชายหนุ่มหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้โต๊ะทำงาน เอื้อมมือหยิบแฟ้มสืบสวนคดีฆ่านายอำนาจที่วางอยู่บนโต๊ะ พลิกไป 2-3 หน้า

หยิบรูปถ่ายของ บังมุด ที่เขาสั่งค้นหาเป็นข้อมูลไว้ล่วงหน้าก่อนนายอำนาจจะเสียชีวิต มาเทียบกับภาพสเกตช์ที่พยานในที่เกิดเหตุให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่กองวิทยาการจังหวัดตาก ถือว่าใกล้เคียงกันมาก
        
อุกอาจจริงๆ ไม่มีอำพรางเลยนะมึง….
        
ชลอคำรามอยู่ในใจ
        
ก๊อกๆๆ
        
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจ่าแป๊ะ คนขับรถจะเดินเข้ามา
        
“นาย…มีคนชื่อเหน่ มาขอพบนายครับ…”
        
“เหน่…”

ชลอทวนคำ แต่พอคิดได้รีบบอกจ่าแป๊ะ “ให้มันเข้ามา…”
        
ชายหนุ่มรูปร่างผอมเกร็ง ท่าทางล่อกแล่กเดินเข้ามาพร้อมยกมือไหว้
        
“สวัสดีครับนาย….”
        
“เออ..ไปไงมาไงมึง….”

ชลอถามสายเก่าของเขาเมื่อครั้งยังเป็นรองผู้กำกับตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี สายที่เขาใช้ดับเสือเม่น เขาถ้ำพระ และไอ้เสือดำ พัฒนานิคม
        
“พอดีผมนัดเพื่อนที่ทำงานอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ในเมืองตาก ว่าจะมาหาลู่ทางทำมาหากินเผอิญไปเห็นไอ้พวกแขกปาทานกลุ่มหนึ่ง มันมองผมจัง คงไม่เคยเห็นผม

ตอนแรกผมไม่คิดอะไร แต่พอคิดได้ว่าเพิ่งมีคดียิงคู่อริไอ้หยองเมื่อไม่กี่วันนี้

ผมฉุกคิดว่าจะใช่พวกมันหรือเปล่า เลยรีบเข้ามาหานาย เผื่อมีประโยชน์...”
        
สายตาชลอแวววับสดใสขึ้นมาทันใด
        
“มีประโยชน์สิวะ….ไอ้เหน่…”
        
ชลอตอบพร้อมเดินไปตบหลังสายเก่าดังปึ้ก ท่ามกลางความงงของไอ้เหน่
        
“แป๊ะ  แป๊ะโว้ย ให้พลวิทยุเรียก ธีรจิตต์ กับ วสันต์ให้หน่อย เรียกหมวดวิสุทธิ์ด้วย ให้มาพบกูที่ห้องภายใน 15 นาที

ส่วนมึงลงไปเตรียมตัวอยู่ที่รถ ไอ้เหน่มึงด้วย รออยู่ที่รถพร้อมไอ้แป๊ะ เดี๋ยวไปกินข้าวกับกูที่คุ้ม….”
        
ชลอสั่งลูกน้องเร็วจี๋ พร้อมเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น
        
เขาคิดภาพในใจ แถมด่าตัวเองอีก
        
ลืมไปได้ยังไงวะ …..
        
ไอ้โรงฆ่าสัตว์ในเทศบาลเมืองตากกับจุดที่เกิดเหตุ มันห่างกันไม่มาก มิน่าจุดสกัดจับ ถึงไม่เห็นคนร้าย
        
ไม่ถึง 15 นาที พันตำรวจโทธีรจิตต์ และพันตำรวจโทวสันต์ รวมทั้งร้อยตำรวจตรีวิสุทธ์มานั่งพร้อมหน้าอยู่ในห้องทำงานของเขา
        
“พรุ่งนี้ตี 5  พวกคุณเตรียมกำลังให้พร้อม เราจะไปจับไอ้บังมุด วิสุทธิ์ คุณเตรียมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 20 นาย อาวุธครบมือ

ส่วนธีรจิตต์กับวสันต์ คุณเอาชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบไปซุ่มรอบโรงฆ่าสัตว์หน้าตลาด สังเกตไอ้มุดตามภาพสเกตช์ และภาพถ่ายที่แจกไว้ให้ตอนประชุม

ถ้ามันโผล่หัวมาก่อน จับได้เลย ถ้าสู้ก็พิจารณาตามสมควร ปฏิบัติตั้งแต่ตอนนี้ รายงานผมเป็นระยะทุกๆ 2ชั่วโมง……”
        
ชลอสั่งการเร็วจี๋
        
“แต่ถ้ามันไม่ออกมา เปลี่ยนแผน เอาหน่วยปฏิบัติการพิเศษจู่โจมตอนเช้ามืด ตลบมุ้งหาตัวให้ได้

กูเชื่อว่ามันหลบอยู่ในโรงงานฆ่าสัตว์แห่งนี้  เอ้ามีอะไรสงสัยไหม ถ้าไม่มีให้แยกย้ายกันได้….”
        ——————————————
        
ตีห้ากว่า วันรุ่งขึ้น  
        
ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก
        
พันตำรวจเอกชลอ ในชุดไปรเวท และชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตาก รวมทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ยืนกระจายกันอยู่เป็นกลุ่ม นับได้แล้วเกือบ 20 คน
        
“พี่ลอ…กว่าไอ้โรงฆ่าสัตว์จะเลิกงาน มันต้องเก็บเศษเนื้อเศษกระดูก และล้างโรงเชือด กว่าจะเสร็จเข้านอนกันก็ประมาณ 6  โมงเช้า…”
        
สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตาก นายตำรวจรุ่นน้องกล่าวรายงานสถานการณ์ให้นายตำรวจรุ่นพี่ พร้อมวาดรูปแผนผังประกอบ ว่าห้องนอนของพวกคนงานตั้งอยู่ตรงไหน
        
“เอา…ฟ้าสว่างเห็นลายมือ เข้าชาร์จพร้อมกัน แล้วอย่าลืม วิสุทธิ์ ล้อมโรงงานไว้ และให้ติดต่อกันทางวิทยุ นี่ก็ใกล้ 6 โมงเช้าแล้ว เคลื่อนตัวกันได้…ไป โชคดีทุกคน”
        
ชลอกล่าวจบ เดินไปขึ้นรถจี๊ปตราโล่ ที่มีจ่าแป๊ะนายตำรวจคนขับรถคู่ใจนั่งรออยู่แล้ว

จากนั้นจ่าแป๊ะสตาร์ทเครื่องออกไปเป็นคันแรก ตามด้วยรถกระบะตราโล่ 2 คัน บรรทุกกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ ตามออกไปอย่างติดๆ
        
อีก 20 นาทีต่อมา ไม่ไกลจากโรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองตาก
        
ชลอวิทยุสอบถามความเคลื่อนไหวจากชุดสังเกตุการณ์ที่ซุ่มจับความเคลื่อนไหวของไอ้บังมุด ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
        
เมื่อทราบว่าพวกคนงานเข้านอนในที่พักเมื่อสักประมาณ 10 นาทีแล้ว เหตุการณ์ทุกอย่างปกติ ชลอตัดสินใจสั่งเข้าตรวจค้นหาตัวไอ้บังมุดทันที
        
ชุดซ่มสังเกตการณ์เป็นสเกาต์หน้า 2-3 นาย ปีนกำแพงโรงงานฆ่าสัตว์หายเข้าไปข้างใน

สักพักประตูรั้วเหล็กถูกเปิดออกให้กำลังตำรวจที่เหลือวิ่งถือปืนเล็กยาว กรูเข้าไปที่พักคนงานหลังโรงงานทันที
        
ขณะที่รถจี๊ปตราโล่ และรถกระบะตราโล่ ที่นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ แล่นตามกันเข้ามาในโรงฆ่าสัตว์กันอย่างติดๆ
        
โครม โครม โครม….
        
เสียงถีบประตูห้องคนงานที่แบ่งเป็นห้องแถวยาว 5 ห้องติดกัน ดังโครมคราม ท่ามกลางความงัวเงียของกลุ่มคนงานชาวปาทาน เพราะเพิ่งหลับไปไม่นานนี้เอง
        
“หมอบลง ไม่ต้องลุกขึ้น ไอ้สัตว์บอกให้หมอบ ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง…”

        
พร้อมกับเสียงตุ๊บตั้บๆ ที่ชุดสืบสวนของเขาลงไม้ลงมือกับแขกปาทานบางคนที่ทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง            
        
“นาย…เจอมันแล้ว…”
        
ชลอได้ยินเสียงลูกน้องตะโกนโหวกเหวกดังมาจากห้องนอนห้องสุดท้าย เขารีบจ้ำอ้าวชักปืนคู่ใจออกมาจากซองที่สะพายอยู่ข้างไหล่ทันที
        
ชลอ เห็นไอ้บังมุด ที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ในมือทั้งคู่ถูกสวมกุญแจมือไว้ก่อน
        
มันแหงะหน้าขึ้นมองนายตำรวจหัวหน้าทีม แล้วก้มหน้าหลบตาทันที
        
“ไอ้สัตว์…มาหลบอยู่ที่นี่เอง….”
        
ชลอคำราม
        
“ปืนมึงอยู่ไหน รถมึงอยู่ไหน แล้วเพื่อนอีกคน คนไหน…”
        
“ปืนอยู่นี่ครับพี่…มันไว้ใต้หมอนแต่ไม่ทันได้หยิบ เพราะเราถึงตัวก่อน…”
        
คราวนี้ ธีรจิตต์ อุตตมะ ที่ยืนอยู่ในห้องบอกนายตำรวจรุ่นพี่
        “
แล้ว รถจักรยานยนต์มึงเอาไว้ไหนวะ….”
        
บังมุดยังก้มหน้าเงียบ….
        
“ เอาไอ้มุดไปที่คุ้ม ส่วนคนอื่นๆเอาไปทำประวัติที่โรงพักเมือง. อย่าเพิ่งปล่อยใครไปทั้งสิ้น…”

        
ชลอสั่งเสียงเข้ม
    —————————————————
        
จากที่ไอ้บังมุด ไม่ยอมเอ่ยปาก ตอนนี้ถูกมัดมือไพล่หลัง และมีผ้าผูกตา นั่งพับเพียบตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ในกรงเหล็กเหนือน้ำปิง เนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก หายใจหอบแฮ่กๆ  หลังผ่านกรรมวิธีการสอบสวนตามแบบฉบับ

ชลอได้ยินเสียงมันร้องไม่เป็นภาษา ระหว่างเดินเข้ามาสมทบลูกน้อง ฟังดูแล้วโหยหวนเหมือนควายเหมือนวัวที่พวกมันเชือดในโรงฆ่าสัตว์
        
เจอหน้าคราวนี้ ยังไม่ทันถามอะไร มันรีบตอบเสียก่อน
        
“อย่าทำผมเลยครับนาย….ผมต้องทำให้พี่หยอง พี่หยองเขาช่วยเหลือผมไว้เยอะ ไม่ได้มีค่าจ้างอะไร ไม่ทำก็ไม่ได้ พี่หยองเอาผมตายแน่

ส่วนสาเหตุที่พี่หยองให้ผมมายิงไอ้อำนาจ เพราะไอ้อำนาจมันทำธุรกิจร่วมกับพี่หยอง แต่หักหลังเกี่ยวกับเรื่องอะไรผมไม่รู้…”
        
บังมุด ตอบทุกอย่างที่ชลอ อยากรู้ และชลอรู้ว่า มันพูดความจริง
        
“พอพี่หยองรู้ว่า ไอ้อำนาจมันมาหลบอยู่ที่ตาก พี่เขาสั่งให้ผมขึ้นมาดู ถ้าสบโอกาสให้ยิงเลย ผมเลยมากับบังเลาะห์ นอนอยู่ห้องเดียวกับผมตอนที่ถูกจับ นั่งรถบัสมาลงที่บ้านตาก

มาเอารถจักรยานยนต์ที่บ้านพรรคพวกมาใช้ทำงาน ขี่ตระเวนหานายอำนาจจนเจอ เลยกลับมานั่งวางแผนว่ายิงเสร็จ จะหลบไปไหน…..”
        
“ไอ้เลาะห์ที่มาด้วยกันบอกว่า มันมีเพื่อนทำงานอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเมืองตาก ห่างจากบ้านของนายอำนาจไม่มากนัก…”
        
“ผมเลยตกลงกับไอ้เลาะห์ วางแผนกันว่ายิงนายอำนาจเสร็จ จะขี่รถหลบเข้าไปในโรงฆ่าสัตว์ กะอยู่สักระยะจนเรื่องเงียบ ค่อยกลับกำแพงเพชร แต่มาถูกจับซะก่อน…”
        
ชลอเดินออกมาจากแพเงียบๆ พร้อมส่งสัญญาณให้ธีรจิตต์และวสันต์เดินตามกลับมาที่บ้านพักของเขา  ทิ้งให้ บังมุด นั่งผวาอยู่ในกรงเหล็ก ที่มีลูกน้องของชลอ 2-3 คนเฝ้าอยู่
        
ทันทีทีเมื่อถึงบ้านพัก ชลอ สั่งการ
        
“ธีรจิตต์ ไปเอาตัวไอ้เลาะห์ที่โรงพัก แยกสอบปากคำมัน ถ้ามันรับสารภาพ ให้พาไปชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ตั้งแต่มาเอารถจักรยานยนต์ที่บ้านตาก ไปดูเป้าหมาย ก่อนลงมือ และหลบหนีเข้าไปในโรงฆ่าสัตว์  ทำทุกขั้นตอน
        
ส่วนวสันต์ ลองดูว่าทำยังไงถึงจะโยงจับไอ้หยองในฐานะผู้จ้างวานได้
        
“ครับพี่…. 2นายตำรวจอดีตนักเรียนนายร้อยรุ่น 24 ตอบแทบจะพร้อมกัน ก่อนออกไปดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย
        
“วิสุทธิ์ เดี๋ยวเอาตัวไอ้มุดออกจากกรง แล้วพาไปขังไว้ที่กองเมือง ไม่ต้องเอาผ้าปิดตาออก จนกว่าจะใกล้โรงพัก

แล้วเดี๋ยวคุณคอยประสานกับโรงพักว่าจะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพกันอย่างไร เอากำลังไปคุ้มกันด้วย เผื่อไอ้หยองมันรู้ว่าไอ้มุดถูกจับ แล้วจะเอาคนมาฆ่าปิดปากตัดตอน….”
        
ชลอสั่งงานรวดเดียวจบทุกขั้นตอน
        
“มึงจะแน่แค่ไหน…ไอ้หยอง” !!!!
        —————————————