75.ขยับเข้าเชียงใหม่

ตำนานมือปราบพระกาฬ ชลอเกิดเทศ โดยกิตติพงศ์ นโรปการณ์

        
พระอาทิตย์ที่ขึ้นมาจากทิศตะวันออกที่อยู่ตรงข้ามกับไร่เกิดเทศ หรือคุ้มพระลอยิ่งสูงมากเท่าไหร่ คนในอาณาจักรแห่งนี้ก็เริ่มเยอะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
        
เพราะนอกจากกองกำลังชุดตำรวจกองปราบปรามนำโดย ผู้กองเบี้ยว-ร้อยตำรวจเอกพิภพ เบี้ยวไข่มุข  ผู้กองคก -ร้อยตำรวจเอกเจตนากร นภีตะภัฎ ผู้หมวดทองดำ-ร้อยตำรวจโททองดำ ลาภิกานนท์ หมวดหนุ่ย-ร้อยตำรวจโทอภินันท์ เกตุษเฐียร  หมวดป๊อก-ร้อยตำรวจโทโรจนะ สมุนไพร  หมวดเจิม-ร้อยตำรวจโทเจิม ภู่สุดแสวง  จ่าจิ๋ว -สิบตำรวจเอกประณีต จิ๋วเจียม จ่าอ๋อย-จ่าสิบตำรวจรุ่งแสง ทองแท่งใหญ่ จะทยอยเดินทางมาจากกรุงเทพฯตามคำสั่งของชลอแล้ว
        
ยังมีกองกำลังสายโจรอย่างไอ้เหน่ ที่พาลูกน้อง 3-4 คน ก็ตามเข้ามาสมทบ ทำให้คุ้มพระลอ อาณาจักร 30 ไร่ ริมแม่น้ำปิงคึกคัก และทำให้พื้นที่ลานจอดรถอันกว้างขวางเริ่มคับแคบจากรถราของแขกเหรื่อพรรคพวกเพื่อนฝูงของชลอ รวมทั้งลูกน้องเก่าๆในจังหวัดตาก ที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนหลังรู้ข่าวเจ้าของบ้านกลับมา
        
ลูกนายทหารยศพันโทที่เติบโตในชีวิตราชการตำรวจ เป็นถึงยศพันตำรวจเอก 1 ในมือปราบช่ือดังของกรมตำรวจ เดินทักทายแขกเหรื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการและผู้กว้างขวางในพื้นที่สมัยเขายังเป็นหัวหน้าตำรวจเมืองตาก  

ขณะที่กำลังตำรวจกองปราบฯลูกน้องชลอที่มาจากกรุงเทพฯ แยกไปนั่งรออยู่ที่เรือนแพริมน้ำปิง รอคำสั่งจากผู้บัคับบัญชาเจ้าของไร่เกิดเทศแห่งนี้
         
ชลอเดินทักทายแขกเหรื่อที่มาหาเต็มบ้านพักใหญ่ ก่อนขอตัวเข้าไปในบ้านพักของเขา  ยกหูโทรศัพท์บ้านหมุนเลขปลายสายหาใครบางคน พูดคุยกันสักพัก ก่อนเดินออกมาที่แพริมน้ำที่ลูกน้องกองปราบฯนั่งรอ

พร้อมกันนั้น ชลอสั่งให้ไอ้โก๊ะ เด็กกะเหรี่ยงที่หนีภัยสงครามจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และกลายมาเป็นเด็กเฝ้าบ้าน จัดข้าวปลาอาหารมื้อเที่ยงมากินกันระหว่างประชุมไปในตัว
         
อย่างแรกที่ชลอสั่งการคือให้ผู้กองเบี้ยว-พิภพ ฝ่ายบุ๋นของทีมร่างรายชื่อชุดสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่าเสี่ยปุ้ย-นายณรงค์ โพธิ์พูนสวัสดิ์ ในส่วนของกองปราบปราม เสนอไปยังรักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม พันตำรวจเอกกุศล นาคศรีชุ่ม ลงนามในคำสั่งกองปราบปรามตามระเบียบ

ก่อนที่จะหารือวางแผนการทำงาน พร้อมซักถามลูกทีม มีใครรู้จักใครในเชียงใหม่ที่พอจะเป็นแหล่งข่าวบ้าง
        
“ พี่ลอ…ผมพอจะรู้จักไอ้อู๊ด ลูกพ่อเลี้ยงโรงไม้ที่ทำไนท์คลับอยู่เจ็ดยอด เคยเรียนด้วยกันที่วชิราวุธ มันได้เลย เฮี้ยวพอตัว ผมว่าจะไปคุยหาข่าวกับมันดู….”
        
ผู้กองคก -ร้อยตำรวจเอกเจตนากร อดีตนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเอ่ยปากกลางวงข้าว แต่ก็เท่ากับตรงล๊อกของชลอ เพราะไอ้อู๊ด ก็อยู่ในลิสต์ที่เขาจะต้องหาข่าวเบื้องต้นอยู่แล้ว
        
“ดี…มึงไปคุยกับมัน  ไม่ต้องไปซักอะไรมากมาย ปล่อยให้มันคุยตามสบายเกี่ยวกับเรื่องไอ้เสี่ยปุ้ย เอาให้มากที่สุด ได้เรื่องยังไงแล้วมาคุยกัน…”
        
รองผู้บังคับการกองปราบฯ ชมรุ่นน้องอดีตนักรักบี้ พร้อมสั่งการต่อ
        
“เดี๋ยว เราขยับไปที่เชียงใหม่ แยกย้ายกันไปทำงาน ไอ้คก มึงเอาทองดำไปด้วย

ไอ้เบี้ยว มึงลองเข้าไปหาลูกเมีย ครอบครัวหรือญาติไอ้ปุ้ยมันดู ลองสอบถามพูดคุยว่าอะไรที่พอจะเป็นสาเหตุการถูกยิงครั้งนี้

ส่วนกูจะเข้าไปหาพ่อเลี้ยงแคนนะ ซี้เก่ากูหน่อย แล้วค่ำๆสักสองทุ่มไปเจอกันที่โรงแรมเมืองใหม่ของไอ้ปุ้ย ไปดูที่เกิดเหตุกัน แต่ถ้ามีอะไรด่วน หาโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องในรถกู….”
         
ชลอสั่งงานปร๊าดเดียว พร้อมกับอัดฉีดเงินค่าน้ำมัน ค่ากินอยู่ให้กับลูกน้องทั้งตำรวจทั้งโจร ก่อนที่ทีมงานพร้อมปืนผาหน้าไม้ วิทยุสื่อสาร และอาวุธเต็มพิกัดจะถูกทยอยนำขึ้นรถ  และเริ่มทยอยเดินทางขึ้นไปที่เชียงใหม่ จังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ที่อยู่ห่างจากคุ้มพระลอ ไปทางเหนืออีกประมาณ 260 – 270  กิโลเมตร  
        
แต่ขณะที่ชลอกำลังก้าวขึ้นรถรถเบนซ์ สีดำ รุ่น 230 E w124 พาหนะคู่ใจ ที่จ่าตั๋นกับจ่ายะ  สลับกันทำหน้าที่ขับมาจากกรุงเทพฯ เตรียมจะออกเดินทาง

พลันก็มีรถกระบะสายตรวจของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตากวิ่งเข้ามาจอดที่บริเวณลานจอดรถอย่างรีบด่วน พร้อมกับมีชายหน่มร่างผอมสูง ไว้ผมยาวรากไทร เสื้อเชิ๊ตแขนยาวพับแขน กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าใบไม่เล็กไม่ใหญ่เดินยงโย่ยงหยกเข้ามาด้วยท่าทีอันเร่งรีบ  
        
ชลอเห็นก็จำได้ เป็นไอ้โก๊ะ-ร้อยตำรวจโทสมภพ พงษ์ฤกษ์ นายตำรวจหนุ่มจากสืบสวนเหนือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และเซนเตอร์ฮาลฟ์ในทีมสโมสรฟุตบอลตำรวจที่เขาเป็นประธานสโมสรและผู้จัดการทีมอยู่
        
“ไอ้โก๊ะ…มึงมาทำอะไรวะ อย่าบอกนะว่าจะไปด้วย…”
        
ชลอตะโกนทักนายตำรวจรุ่นน้องจากรั้วโรงเรียนนายร้อยสามพรานอย่างสนิทสนมและรู้ทัน ขณะที่ หมวดโก๊ะ ที่อยู่ในชุดไปรเวท มองเห็นเจ้าของเสียงจึงรีบวิ่งหอบเข้ามาพร้อมยิ้มอ้อนวอนบอกว่า
        
“ เกือบไม่ทันนาย ผมขอไปด้วย เมื่อวานได้ยินข่าวว่านายจะขึ้นไปเชียงใหม่ ไปทำคดีเสี่ยปเลย้ย ผมอยู่ว่างๆ นายที่สืบเหนือยังไม่ใช้อะไร เลยนั่งรถทัวร์ตามมาจะขอนายขึ้นไปด้วย….”
        
“เออ..มึงขึ้นรถคันไอ้หน่ย หรือไอ้ป๊อก รถมันใหญ่ มีที่ว่างอยู่ ไปเร็วจะเที่ยงแล้ว กว่าจะถึงก็เย็นพอดี….”
        
นายตำรวจมือปราบปรามแห่งกองปราบปรามสามยอดพูดพร้อมหันหน้าโบ้ยไปทางรถเก๋ง Nissan Skyline 2000GT-EL ปี1980 สีน้ำเงินเข้ม หมวดหนุ่มนักฟุตบอลแห่งสืบสวนเหนือมองตามไปเห็น หมวดหนุ่ย-อภินันท์ และหมวดป๊อก-โรจนะ สมุนไพร เพื่อนตำรวจนักฟุตบอลโผล่หน้าโบกมือไหวๆเรียกให้ขึ้นรถ เจ้าตัวไม่รอช้ายกมือไหว้ขอบคุณผู้บังคับบัญชามก่อนวิ่งตามไปทันที
        
——————————————————————————————
        
ขบวนรถนักสืบจากกองปราบปรามสามยอด ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากคุ้มพระลอ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธินมุ่งหน้าจังหวัดเชียงใหม่
        
รถออกมาได้สักระยะ ชลอบอกจ่าตั๋น ตำรวจคนสนิทที่ทำหน้าที่คนขับรับคำสั่งมีจ่ายะ นั่งคู่อยู่เบาะซ้าย โดย 2 ตำรวจคนสนิท มีปืนโคลท์ ตราม้ายกขาหักหอก 11 มม.เสียบอยู่ข้างเบาะ หยิบฉวยได้พร้อมใช้

ขณะที่ชลอนั่งเบาะหลัง นอกจากมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหญ่ตั้งอยู่แล้ว ยังมีปืนเอ็ม.16 ลำกล้องตัดสั้นวางแอบอยู่ที่วางเท้าด้านขวามือเขาอีก 1 กระบอก
        
“ไปเชียงใหม่ บริษัทพ่อเลี้ยงแคนนะ….”
        
ชลอสั่งสั้นๆ ขณะที่จ่าตั๋นพยักหน้าตอบรับครับนาย เพราะรู้ดีว่าบริษัทเมืองเหนือคอนสตรัคชั่น ของพ่อเลี้ยงแคนนะตั้งอยู่ตรงไหน

เพราะก่อนนี้ในอดีต เมื่อช่วงปีพุทธศักราช 2516  จ่าตั๋นเคยเป็นชุดเฉพาะกิจร่วมกับนายตำรวจมือปราบที่นั่งอยู่เบาะหลัง สมัยยังเป็นผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ขึ้นมาทำคดีคนร้ายฆ่าชิงรถดัมพ์รถบรรทุกดิน

สุดท้ายการสืบสวนมาจบลงตรงที่คนร้ายนำรถบรรทุกที่ปล้นมาไปขายให้กับไซต์งานของพ่อเลี้ยงแคนนะ ที่ได้สัมปทานทำถนนสายยุทธศาสตร์สายเหนือตัดภูเขาเข้าไปในพื้นที่ 3-4 จังหวัด รอยต่อเชียงใหม่แต่เพียงผู้เดียว ในยุคที่ยังมีภัยคอมมิวนิสต์คุกคาม
         
—————————————————————————————
         
เกือบๆสี่โมงเย็น ชลอและลูกน้องตำรวจกองปราบฯ ที่มีหมวดป๊อก หมวดหนุ่ย และหมวดโก๊ะ 3 นายตำรวจนักบอลที่นั่งรถอีกคันตามมาก็มาอยู่ที่บริษัทเมืองเหนือคอนสตรัคชั่น จำกัด  ที่ตั้งอยกลางเมืองเชียงใหม่ โดยพ่อเลี้ยงแคนนะ ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง  
        
จังหวะเดินเข้าไปในออฟฟิศ นายตำรวจหนุ่มมือปราบเหลือบมองเห็นชายรูปร่างสันทัด วัย 50 ปลายๆ แต่ดูยังแข็งแรง เดินก้มหน้าอยู่หลังเจ้าของบริษัทรับเหมา ท่าทางดูกล้าๆกลัว ทำตัวลับๆล่อ ชลอเห็นแล้วจำได้ว่าใคร เลยเอ่ยปากทักเสียงดัง  
        
“ไง…ไอ้หนานวัง สบายดีมั้ยมึง….”
         
ชายเจ้าของชื่อหนานวังถึงกับสะดุ้ง อ้อมแอ้มตอบ
         
“สบายดีครับนาย อยู่กับพ่อเลี้ยงผมมีความสุขดีครับ….”
        
“อย่าเกเรอีกนะมึงไม่งั้นกูเอามึงตาย……”
        
ชลอสำทับด้วยน้ำเสียงเอาจริง เพราะเขาจำไอ้หนานวัง ได้

ช่วงที่เขารับคำสั่ง เทพ333 -พลตำรวจโทวิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ อดีตผู้อธิบดีกรมตำรวจ ให้มาสะสางเหตุคดีฆ่าชิงรถบรรทุก

ไอ้หนานวัง หรือวัง แม่ทะ คนลำปาง อดีตคนดูแลไซต์งานสร้างถนนเส้นดอยติ-ลำพูน ให้กับพ่อเลี้ยงแคนนะ เป็นคนส่งออเดอร์รถไปให้ ไอ้ออย เกาะคา ลูกน้องหนานวัง คนบ้านเดียวกัน ก่อนส่งต่อไปยัง ไอ้วี หัวรอ แก๊งลักรถในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงมือฆ่าคนขับรถที่ชอบจอดนอนพักริมถนน ก่อนชิงเอารถส่งขึ้นมาเป็นทอดๆ จนกระทั่งชลอ จะตามมายึดรถสิบล้อของกลางได้นับสิบๆคันที่ไซต์งานแห่งนี้
         
อย่าว่าแต่ไอ้หนานวัง คนร้ายคดีอื่นๆที่เขาสัมผัสหรือได้ทำคดี ข้อมูลทุกอย่าง ถูกบันทึกอยู่ในลิ้นชักสมองของเขาหมด
         
“ ฮ่าๆๆ แหมพี่ลอ จำแม่นเลย มันดีขึ้นแล้วครับ หลังจากสู้คดีตามคำแนะนำของพี่จนศาลยกฟ้อง ผมอบรมเรียบร้อย ขาดเหลืออะไร บอกมันแล้วอย่าไปทำอย่างนั้นอีก บาปกรรม เชิญครับๆเข้ามาพักผ่อนในห้องให้หายร้อนก่อน….”
         
ชายหนุ่มเจ้าของบริษัทรูปร่างทะมัดทะแมง แต่งตัวภูมิฐาน อายุอานามอ่อนกว่าชลอ 3-4 ปี แต่ผมเริ่มออกเป็นสีดอกเลา หัวเราะกับคำขู่ของอาคันตุกะตำรวจ และสภาพของลูกน้อง เพราะรู้ว่าเป็นการเย้าแบบทีเล่นทีจริง จากรองผู้บังคับการกองปราบปราม  

พร้อมแนะนำเด็กสาววัยยังไม่ถึง 20 ปี หน้าตาสดใสที่ยืนอยู่ข้างพ่อเลี้ยงแคนนะ ให้ชลอ ที่สนิทสนมกันมาจากคดีนั้น
        
“นี่ต่าย-กรุณา ลูกสาวคนโตผมครับพี่ ปีนี้ 17 แล้ว ปีหน้าก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เอ้าลูกไหว้ลุงชลอเขาสิ….
         
เด็กสาววัยสดใส บุคลิกลักษณะมั่นใจตัวเองสูง ยกมือไหว้สวัสดีรองผู้บังคับการกองปราบฯ ขณะที่ชลอรับไหว้พร้อมแว่บคิดไปว่า ถ้ากุ้ง-ชอบรบ ลูกชายคนโตเขายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้คงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
        
“พี่ลอ เชิญเข้าไปห้องทำงานผมก่อนครับ เอ้าต่าย ช่วยพี่ๆเขาดูแลพี่ตำรวจด้วย….”
        
ก่อนที่พ่อเลี้ยงแคนนะ สั่งลูกสาวให้ไปช่วยพนักงานบริษัทเข้าไปเทคแคร์คณะตำรวจกองปราบที่แต่งตัวนอกเครื่องแบบ โดย 1 ในคณะอาคันตุกะที่มีท่าทีกะลิ้มกะเหลี่ยกว่าเพื่อน ทันทีที่เห็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่เมืองเหนือมาเทคแคร์ คือ หมวดโก๊ะ-สมภพ พงษ์์ฤกษ์ นายตำรวจหนุ่มวัยรุ่น ที่เพิ่งพ้นร้ัวสามพรานออกมาได้ไม่กี่ปี
        
ขณะที่ชลอ  เดินตามพ่อเลี้ยงแคนนะ เข้าไปในห้องทำงานโอ่โถง ตกแต่งแบบง่ายๆแต่มีกลิ่นไอเมืองเหนือซ่อนอยู่
        
“พอพี่โทรฯมาเมื่อเที่ยง ผมเลยแคนเซิลแขกที่นัดไว้หมด  เดี๋ยวมื้อเย็นขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เอง เต็มที่เลยพี่ นานๆเจอกันที……”
        
พ่อเลี้ยงแคนนะเสนอตัวดูแลแขกวีไอพี
        
“ขอบใจมาก แต่วันนี้กินเย็นธรรมดาพอ เอาไว้วันอื่นค่อยเต็มที่ กูจะเข้าไปดูที่เกิดเหตุยิงไอ้เสี่ยปุ้ยมันก่อน ดูท่ากูกับลูกน้องน่าจะอยู่หลายวัน…..”
         
รองผู้การกองปราบที่นั่งเอนหลังอยู่เก้าอี้โต๊ะทำงานของเจ้าของห้องกล่าวขอบใจ ขณะที่พ่อเลี้ยงแคนนะ เสนอตัวดูแลต่อ
        
“งั้นเดี๋ยวผมจองที่พักให้ เอาโรงแรมพรพิงค์เลย สะดวกดี มีทุกอย่างอำนวยความสะดวกครบ พี่ทำงานเสร็จแล้ว ไม่ต้องตีรถกลับตาก พักไปเลยพี่ ลูกน้องพี่ที่มาด้วย ค่าใช้จ่ายผมจัดการเอง…..”
        
“เออ…เอาตามนั้นก็ได้ …”

ชลอตอบตกลง แต่ในใจก็รู้สึกแฮปปี้เพราะมีสปอนเซอร์เสนอตัวดูแล
         
“ มึงรู้เรื่องไอ้เสี่ยปุ้ยบ้างมั้ย คนที่นี่เขาว่าไงกันบ้าง…..”
        
นายตำรวจกองปราบฯเข้าเรื่อง
        
มันก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ใจถึง แต่เรื่องที่มันจะไปทำอะไรกับใครไว้จนถึงขั้นถูกยิง เดี๋ยวผมจะช่วยพี่เช็กให้ แต่พี่ลองไปหาข่าวในบ่อนที่โรงแรมมัน อาจจะมีคนพอรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่ตอนนี้คงปิดอยู่ มีเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ถ้ายังกล้าเปิดอยู่ก็บ้าแล้ว…”
        
พ่อเลี้ยงแคนนะนำเสนอช่องทางหาข่าว แต่ถึงกับสะดุ้งเมื่อชลอสวนกลับมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
        
“ไม่ใช่มึงไปฆ่ามันเองนะ…..”
        
“โธ่พี่….ธุรกิจผมมาขนาดนี้แล้ว จะไปทำอย่างนั้นทำไม ไอ้หนานวัง มันทำพลาดเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว  ผมยังด่ามันเกือบทุกวันนี้ แล้วเส้นทางผมกับไอ้เสี่ยปุ้ย มันก็เดินกันคนละทางด้วย….”
        
เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของภาคเหนือที่ได้สัมปทานสร้างถนนครวญตอบ
        
“ดีแล้วล่ะ  กูไม่อยากจับมึงกับลูกน้องเข้าคุกอีก อ้อ…เดี๋ยวตอนไปกินข้าว บอกไอ้หนานวัง ให้มันมาด้วย กูอยากคุยกับมันเรื่องนี้ ให้มันช่วยเป็นหูเป็นตาให้กูอีกแรง งานจะได้เสร็จเร็วๆ…..”
        
“ได้ครับพี่….”
        
ทั้งสองคนนั่งคุยกันอีกถึงเรื่องเสี่ยปุ้ย บุคคลใกล้ตัว ธุรกิจใต้ดินของคนตายและผู้กว้างขวางในเชียงใหม่อยู่เกือบชั่วโมง ทั้งคู่ถึงเดินออกมาจากห้องพร้อมกัน