เมื่อความเป็นและความตายถูกกำหนดไว้ด้วยเงื่อนไขของเวลา แต่ทว่ายังสามารถเชื่อมโยงส่งถึงกันได้ ผ่านการนำขบวนของทีมบิ๊กไบค์สีกากีที่มีความหมายต่ออีก 1 ชีวิตที่รอคอย ให้ได้ไปต่ออีกครั้ง …
นี่คือเบื้องหลังท่าสาดโค้งมือเดียว ที่เป็นไวรัลดังสนั่นโซเชียลเมื่อ3ส.ค.
ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำรินำขบวนส่งตัวหนูน้อยวัย 10 เดือน จากจังหวัดอุดรธานีเข้ารับการผ่าตัดหัวใจด่วนที่สุด ณ โรงพยาบาลเด็ก กรุงเทพฯ ได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา
“ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเปลี่ยนผ่านชีวิตของ1 คน สู่อีกคน
จนถึงวันนี้อัศวินบิ๊กไบค์หัวใจ CSR ได้นำส่งหัวใจไปแล้วกว่า 189 ดวงเพื่อให้ผู้ป่วยได้กลับมามีชีวิตใหม่ในร่างเดิมด้วยการปลูกถ่ายหัวใจ

วันนี้เราจะไปพูดคุยกับ “พ.ต.ท.มนตรี ศรีวัฒนฤทธิ์ รอง ผกก.6 บก.จร.หรือรองบิ๊ก (นรต.63)”
ในฐานะผู้ควบคุมขบวนนำส่งหัวใจ ที่เขาไม่ได้มาเพียงเพราะหน้าที่ แต่เขามาด้วยความตั้งใจที่อยากให้ภารกิจมอบชีวิตใหม่สำเร็จ และช่วยให้ “หัวใจดวงนั้นได้กลับมาเต้นอีกครั้ง”
“รองบิ๊ก” เป็นหนุ่มลพบุรีผู้มีสายเลือดทหารจากนักรบหมวกแดง ศูนย์สงครามพิเศษ
แม้จะเติบโตมาในรั้วสีเขียว แต่เขาเลือกเดินสู่เส้นทางสีกากี เพราะเห็นว่าคุณพ่อของเขาเป็นรั้วของชาติแล้ว เขาก็จะขอเป็นรั้วของสังคม
หลังจากเรียนจบโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 47 และก้าวเข้าสู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 63


หลังเรียนจบได้ออกมาใช้ชีวิตเป็นตำรวจป่าอยู่ ตชด. จากนั้นมาเป็นนายเวรผู้บังคับการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก่อนจะมาเป็น รอง สวป.สน.โชคชัย ขยับขึ้นเป็นสารวัตรจราจรในโรงพักเดิม เป็นหน้างานที่มีโอกาสปะทะกับประชาชนที่ทำผิดกฎหมายจราจร
แต่พอได้มาดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร เป็นงานอำนวยความสะดวกช่วยเหลือประชาชนมีผลเชิงบวก และสร้างความประทับใจให้ประชาชน
ภารกิจหลัก 3 หมอ…ขอเพียงส่งเสียงมา
สำหรับภารกิจหลัก 3 ด้าน ของตำรวจโครงการจราจรพระราชดำริคือ หมอคน หมอถนน และหมอรถโดยหมอคน จะมีชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อมีผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และเร่งนำผู้ป่วยส่งไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
เป็นการสืบสานพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับผู้คนตามสวนสาธารณะและโรงเรียนภายใต้โครงการ “ 1 คนรู้ หลายคนรอด” ส่วนเรื่องการนำส่งหัวใจก็อยู่ในภารกิจหลักนี้ด้วย
สำหรับการนำส่งหัวใจนั้นจะถูกบีบคั้นด้วยเงื่อนเวลาตั้งแต่หมอผ่าตัดหัวใจ ออกจากร่างกายผู้ให้ และจะต้องนำไปปลูกถ่ายให้กับร่างกายใหม่ภายใน 4 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องใช้ความเร็วสูงและใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพราะนั่นคือนาทีชีวิตครับ
เมื่อรถนำขบวนออกจากสนามบินจะต้องไปถึงโรงพยาบาลปลายทางอย่างเร็วที่สุด โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาเพียง 15-25 นาทีเท่านั้น ซึ่งตัวเขาเองได้ปฏิบัติภารกิจนำส่งหัวใจแล้วกว่า 50 ดวง


จากความลุ้น…สู่ความโล่ง
เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต ในสถานการณ์นั้นจึงเต็มไปด้วยความรู้สึก “ลุ้น” ของครอบครัวผู้ป่วยที่เฝ้ารอการเดินทางมาถึงของหัวใจ ซึ่งพวกเขาตั้งตารอด้วยความหวังนะครับ ส่วนทีมเราก็ต้องประสานงานกับหลายภาคส่วนทั้งทางด่วน ทางราบ เปิดเส้นทางให้ถนนโล่ง เพื่อให้ผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายหัวใจรอดชีวิต
เมื่อจบภารกิจที่เรา “ส่งถึง ส่งทัน”และส่งผลให้หัวใจได้กลับมาเต้นใหม่อีกครั้ง จึงทำให้มีความสุขและอิ่มเอมใจที่ได้เห็นแววตาขอบคุณอย่างซาบซึ้งจากพวกเขา ซึ่งตอนทำงานโรงพักเราอาจจะไม่ได้มีฟิลแบบนี้
2 ล้อคู่ใจ…ในภารกิจสำคัญ
สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในภารกิจนำส่งหัวใจนั้นต้องมีสมรรถนะสูงกว่าปกติ จากที่เคยใช้รถนำขบวนผู้ป่วยทั้วไปอย่าง Honda CB500X กับ Honda CBR500R เป็นเครื่องยนต์ 500 ซีซี ต้องเปลี่ยนมาใช้ BMW F900GSA ขนาด 900 ซีซี แทนเพราะต้องแข่งกับเวลา

แม้รองบิ๊ก จะไม่ได้ชอบความเร็วมาก่อน แต่การทำงานในหน่วยนี้ต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก ต้องฝึกอบรมเพิ่มทักษะในการขับขี่โดยเขาใช้เวลากว่า 2 เดือน ในการฝึกฝน ก่อนเข้ามาเป็นผู้ควบคุมขบวนปฏิบัติภารกิจนำส่งหัวใจ โดยจะมีการอบรมจาก Honda Safety Thailand
นอกจากนี้ ยังได้รับการอบรมจาก BMW ในหลักสูตร IIA On-Road Training ซึ่งเป็นหลักสูตรสากล เพื่อทำภารกิจแข่งกับเวลาในการช่วยชีวิตคน และยังเน้นเรื่องความเข้าใจในระบบรถ และการจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน การทดสอบสมรรถนะของรถ พร้อมการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าด้วย
ยึดกฎความปลอดภัย…รวมใจเป็นหนึ่ง
สำหรับขบวนนำส่งหัวใจจะใช้รถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด 6 คัน ทำหน้าที่กรุยทาง 3 คัน นำขบวน 2 คัน และปิดท้ายอีก 1 คัน คัดเลือกจากผู้มีทักษะความสามารถในการขับขี่เป็นหลัก และยังบอกด้วยว่า
“การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากในการนำขบวน”
ทุกคนต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเองและทำให้ดีที่สุด เพราะเราต้องทำงานเป็นเครือข่าย

ทั้งนี้กฎแห่งความปลอดภัยที่ยึดถือ คือ “สติ” และต้องรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต จึงทำให้ภารกิจนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและทีมงานปลอดภัย
ความภูมิใจในงานอันทรงคุณค่า
รองบิ๊ก ยังบอกด้วยว่า
ผมดีใจที่ได้มีส่วนในกระบวนการต่อชีวิต อีกทั้งภารกิจนี้ยังสร้างความภูมิใจให้กับคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวของผม ทุกครั้งที่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตคน ท่านมักจะอนุโมทนาบุญด้วยเสมอ แม้ลึกๆ จะมีความห่วงใยลูกชายก็ตาม
ส่วนเครื่องรางของขลัง รองบิ๊กบอกว่าเขาไม่ได้แขวนพระองค์ มีเพียงพ่อกับแม่เป็นพระในใจ และความตั้งใจดีที่จะช่วยเหลือคน ซึ่งเขาคิดว่านี่คือเกราะคุ้มครองป้องกันให้รอดปลอดภัยได้
สายแว้นฟังไว้ !!!
ที่เห็นภาพเทโค้งมือเดียวแบบเท่ ๆนั้นผู้ปฏิบัติเขามีพื้นฐานในการขับขี่เป็นอย่างดี ต้องรู้จักรถรู้จักถนนการใช้อัตราความเร็ว การเข้าโค้งด้วยท่าทางที่ถูกต้อง และการใช้มือเดียวของรถกรุยทางนั้นเพราะต้องให้สัญญาณมือ กับรถพยาบาลในขบวน และส่งสัญญาณให้รถคันอื่นให้หลบออก
ไม่ได้ทำเพื่อความเท่ ต้องอาศัยการฝึกฝนและความชำนาญอย่างมาก น้องๆ ไม่สมควรทำตามอย่างนะครับ เพราะมีความเสี่ยงสูง อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงหรือเป็นอันตรายแก่ชีวิต
วิธีการขับขี่ในการนำส่งหัวใจ ก็ไม่สามารถใช้กับถนนทั่วไปได้ หากน้อง ๆ อยากใช้ความเร็วในการขับอย่างมีคุณค่า ก็มาเป็นตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริด้วยกันนะครับ
รองบิ๊กได้ฝากเตือนเยาวชนด้วยความห่วงใย

เด็ดดาว ขอปรบมือให้กับภารกิจต่อชีวิตต่อลมหายใจ ของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ที่สามารถนำส่งหัวใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ ด้วยความมุ่งมั่นและปณิธานอันแรงกล้าที่จะนำพาหัวใจทุกดวง ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เพื่อให้คนที่รอการปลูกกถ่ายได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง”

เด็ดดาว รายงาน 5/9/63


























