ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ เจสัน สเตแธม คือแม่เหล็กชั้นดีที่คอหนังแอ็กชันทั่วโลกไว้ใจ เนื่องจากจุดขายและภาพจำอันแข็งแกร่งของเขาคือแอนตี้ ฮีโร ที่สุขุม เยือกเย็น มาพร้อมทักษะการต่อสู้สุดดุดัน
บทที่ผูกขาดก็มักจะเป็นอดีตทหารมือพระกาฬ ผู้เชี่ยวชาญมือฉกาจที่ต้องเข้าสู่ปฏิบัติการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย หรือเป็นสายลับมือดี ที่เร้นกายใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สันโดษ แต่เมื่อมีเหตุว่ามีใครมาล้ำเส้นหรือสะกิดต่อมโกรธ ความโหดเหี้ยมระดับดุร้ายจะเผยออกมาทันที
อย่างในภาพยนตร์เรื่อง The Transporter สเตแธม รับบทนักขับรถมืออาชีพและอดีตทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ รับจ้างทำงานผิดกฎหมายทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดยตั้งกฎเหล็กไว้ 3 ข้อเพื่อรักษาชีวิตของตัวเองไว้
ข้อ 1 ห้ามเปลี่ยนข้อตกลง ข้อ 2 ห้ามบอกชื่อของลูกค้าหรือเป้าหมายส่งของ ข้อ 3 ห้ามเปิดห่อพัสดุ
แต่แล้วเขาก็ทำผิดกฎที่เปิดดูกล่องพัสดุเพราะเห็นกล่องขยับ และพบผู้หญิงถูกมัดไว้ เรื่องราวก็บานปลายไปสู่การลุยเดี่ยวถล่มขบวนการค้ามนุษย์ ช่วยเหลือผู้อพยพชาวจีนที่ถูกขังอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์
หรือใน The Beekeeper เขาก็สวมบทคนเลี้ยงผึ้งธรรมดาๆ ที่ต้องออกโรงล้างบางแก๊งสแกมเมอร์แบบถอนรากถอนโคนจนสั่นสะเทือนถึงผู้นำประเทศ หลังจากคุณป้าข้างบ้านโดนหลอกจนหมดตัวและตัดสินใจจบชีวิตลง
แม้พล็อตแนวระห่ำชนขบวนการชั่วจะดูซ้ำซาก แต่ผู้ชมก็ยังพร้อมจ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าไปดูเสมอ เพราะนอกจากเสน่ห์เฉพาะตัวของ สเตแธม แล้ว ประเด็นที่หนังหยิบยกมาเล่นมักเป็นปัญหาร่วมสมัยที่จับวางเข้ากับความรู้สึกของผู้คนได้อย่างตรงจุด
Mutiny – “คนระห่ำห้ามรอด” ผลงานล่าสุดที่ สเตแธม ควบตำแหน่งดารานำและผู้อำนวยการสร้าง ได้ ฌ็อง-ฟร็องซัว ริเชต์ ผู้กำกับจาก Plane(2023) มารับหน้าที่กุมบังเหียน

เรื่องราวสุดมันของ โคล รีด (เจสัน สเตแธม)อดีตนาวิกโยธินอังกฤษผู้มีปมในใจเกี่ยวกับการตายของบิดาที่เป็นตำรวจ โดย โคล ผันตัวมาเป็นบอดี้การ์ดให้กับ ทิบู คัมปัลโล (รามอน ติการัม) มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจเดินเรือ KMG ผู้มีพระคุณและเปรียบเสมือนเพื่อนสนิท
https://www.youtube.com/watch?v=KpjVxewD30o
แต่ ทิบู ถูกกลุ่มวายร้ายลอบสังหารอย่างอุกอาจกลางถนนในกรุงเทพฯ (ซึ่งฉากถนนในเมืองไทย ไม่ได้ถ่ายทำในไทย แต่ทีมสร้างได้เนรมิตถนนในกรุงเทพฯ ขึ้นมาใหม่ทั้งเส้น ภายในไพน์วูดสตูดิโอ ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ)
แม้ โคล จะสังหารมือปืนเพื่อล้างแค้นได้ทันที แต่ก็ไม่อาจช่วยชีวิตเจ้านายไว้ได้ ก่อนตาย ทิบู ได้ฝากฝังให้เขาช่วยปกป้องลูกชายเพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าตัวเองก็ถูกหมายหัวเหมือนกัน และไม่สามารถไว้ใจตำรวจได้ จึงสืบหาเบาะแสจากบัตรพนักงานของเรือสินค้าขนาดยักษ์ “อาร์ทิมิส” และสวมรอยลอบขึ้นเรือได้สำเร็จ ก่อนจะพบว่าเรือลำนี้ถูกใช้เป็นรังลักลอบขนส่งเหยื่อค้ามนุษย์ข้ามชาติ

ขณะเดียวกันเขาก็ได้พบกับ แองจี้ เอลลิส (แอนนาเบลล์ วอลลิส) ลูกเรืออดีตทหารเรือสหรัฐฯ ที่บังเอิญมาเห็นเหยื่อที่น่าสงสาร ที่อยู่ในสภาพหิวโหย บาดเจ็บและป่วยไข้ เธอจึงร่วมมือ โคลช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ พร้อมกับหาทางติดต่อขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือสหรัฐฯ
ทุกอย่างล้วนเล่นกับเวลาและท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ก่อนที่เหยื่อจะถูกส่งมอบให้กับขบวนการค้ามนุษย์ที่ชั่วร้าย
หนังเดินหน้าด้วยจังหวะที่ฉับไว เปิดเผยตัวร้ายตั้งแต่ต้นเรื่องแบบไม่เสียเวลาสืบสวน ความสนุกที่แท้จริงคือช่วงเวลาเล่นซ่อนหาเด็ดหัวทีละคนบนเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ซับซ้อน
โคล รีด จัดการศัตรูทั้งลำเรือด้วยแอ็กชั่นลุยสไตล์ข้ามาคนเดียว อันเป็นเอกลักษณ์ของ เจสัน สเตแธม ที่แม้ตัวละครที่เขารับบทจะสะบักสะบอมแค่ไหน ก็ยังคงความเก่งกาจและเอาชีวิตรอดได้เสมอ
Mutiny เป็นงานแอ็กชันที่ย่อยง่าย ให้ความบันเทิงอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน โดยยังคงมาตรฐานความสะใจตามแบบฉบับ เจสัน สเตแธม

ขณะเดียวกันก็ยังช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า “การค้ามนุษย์” ยังคงเป็นบาดแผลเรื้อรังและเป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่เคยหายไปไหน.
Blue Bird 5/9/63


























