ในบรรดาภาพยนตร์แนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติที่สามารถสถาปนาตัวเองขึ้นสู่ความเป็น “จักรวาลภาพยนตร์” (Universe) ได้นั้น
คงไม่มีใครไม่นึกถึงชื่อของ Evil Dead แฟรนไชส์ผีอมตะที่ครองใจคอหนังสยองขวัญมาอย่างยาวนาน
จุดเริ่มต้นจากภาพยนตร์อินดี้ทุนต่ำสู่จักรวาลความสยองจนกลายเป็นตำนานนี้เกิดขึ้นในปี 1981
ภาพยนตร์เรื่อง The Evil Dead ผลงานกำกับของ แซม ไรมี่ ในวัยเพียง 20 ปี ที่ร่วมมือกับเพื่อนสนิทในวัยเด็กอย่าง บรูซ แคมป์เบล เดินทางไปถ่ายทำกันในป่าลึก รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา
พล็อตเรื่องของภาคแรกไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นกลุ่มวัยรุ่นเดินทางไปพักผ่อนที่กระท่อมร้างกลางป่า พวกเขาบังเอิญไปพบเทปบันทึกเสียงคาถาจากตำราเวทมนตร์โบราณ “เนโครโนมิคอน” หรือคัมภีร์แห่งความตาย
การเปิดเทปนั้นกลายเป็นการปลดปล่อยเหล่าปีศาจร้าย ออกมาสิงสู่และไล่ล่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม
ต่อมาในปี 1987 ไรมี่ ได้ส่ง Evil Dead II ออกมาโดยยังคงใช้สูตรสำเร็จเดิมจากภาคแรก ทั้งโลเคชันกระท่อมร้างและการปลดปล่อยปีศาจผ่านคัมภีร์เนโครโนมิคอน แต่ทวีคูณความนองเลือดและการดิ้นรนเอาชีวิตรอดที่บ้าคลั่งยิ่งขึ้น
ก่อนจะปิดท้ายไตรภาคแรกในปี 1993 ด้วย Army of Darkness ที่พาตัวละครเอกหลุดมิติไปยังยุคกลางเพื่อตามหาคัมภีร์เนโครโนมิคอน เพื่อหาทางกลับมายุคปัจจุบัน
หลังจากภาคนี้ แฟรนไชส์ Evil Dead ก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักไปยาวนาน
จนกระทั่งในปี 2013 เฟเด อัลวาเรซ ผู้กำกับชาวอุรุกวัย ได้ปลุกชีพตำนานนี้ขึ้นมาอีกครั้งใน Evil Dead (2013) โดยมี แซม ไรมี่ ขยับไปนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้าง
ตัวหนังยังคงฉากหลังเป็นกระท่อมกลางป่าและการเปิดคัมภีร์เนโครโนมิคอนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ยกระดับความโหดและปูทางให้แฟรนไชส์นี้ก้าวไปสู่ทิศทางใหม่ที่ร่วมสมัยขึ้น
เรียกว่าเป็นการส่งไม้ต่อเพื่อการขยายขอบเขตความคลั่งในหนังแนวเหนือธรรมชาติ
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2023 กับ Evil Dead Rise ผลงานกำกับของ ลี โครนิน ที่สลัดภาพจำจากกระท่อมกลางป่า ย้ายโลเคชันมาสู่อพาร์ตเมนต์กลางนครลอสแอนเจลิส
เล่าเรื่องราวของเด็กที่บังเอิญพบคัมภีร์เนโครโนมิคอนและแผ่นบันทึกเสียง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนนำพาหายนะมาสู่ครอบครัว
นอกจากนี้ Evil Dead ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนจอเงินเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายอิทธิพลไปสู่แวดวงการวิดีโอเกม หนังสือการ์ตูน ซีรีส์โทรทัศน์ และบอร์ดเกม กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ที่แข็งแกร่งตลอดเวลากว่า 4 ทศวรรษ

https://www.youtube.com/watch?v=rleL5klB-cM
ภาคล่าสุด Evil Dead Burn (2026) ได้ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส เซบาสเตียน วานิเช็ค มาร่วมเขียนบทและถ่ายทอดความสยองร่วมกับ ฟลอเรนท์ เบอร์นาร์ด โดยมี แซม ไรมี่ และ ร็อบ ทาเพิร์ท คอยควบคุมดูแลในฐานะผู้อำนวยการสร้าง
หนนี้ตัวหนังพาผู้ชมออกจากป่าคอนกรีตกลับคืนสู่ความเงียบสงัดภายนอกเมือง เปลี่ยนจากกระท่อมหลังเล็กมาเป็น คฤหาสน์ซอมซ่อ ชวนวังเวง พาตัวละครและผู้ชมไปพบกับความรุนแรงระดับทะลุจุดเดือด
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้าของตระกูลไพรซ์ ที่เพิ่งสูญเสียลูกชายคนโตอย่าง วิล (จอร์จ พูลลาร์) ไปในอุบัติเหตุ
หนังเปิดเผยให้เห็นว่า วิล ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์ แท้จริงแล้วรอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนสายเปลี่ยว แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของปีศาจร้ายจากคัมภีร์แห่งความตาย ที่กำลังเฝ้ารอคอยการมาถึงของคนในตระกูลไพรซ์อย่างมีนัยสำคัญ
ความสูญเสีย วิล ทิ้งบาดแผลใจไว้ให้กับทุกคนรอบตัวเขาไม่ว่าจะเป็น ซูซาน (แทนดี้ ไรท์) และ เอ็ดการ์ (เออร์รอล แชนด์) ผู้เป็นพ่อแม่, โจเซฟ (ฮันเตอร์ ดูฮัน) น้องชาย, อลิซ (ซูเฮลา ยาคูบ) ภรรยาสาวชาวฝรั่งเศสที่มีปากเสียงกับเขาก่อนเกิดเหตุ
หนังเดินหน้าเข้าสู่ความระทึกขวัญทันทีหลังจากมื้ออาหารค่ำของครอบครัว ที่ซึ่งปมความเกลียดชัง ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความร้าวฉานที่ถูกซุกซ่อนไว้ระเบิดออก พร้อมๆ กับการจู่โจมของสิ่งเหนือธรรมชาติ
มีคุณยายพอลลี (ม็อด เดวีย์) คอยสอดแทรกมุกตลกหน้าตาย เป็นยาดมช่วยผ่อนคลายความเครียดให้ผู้ชมได้หายใจหายคอบ้าง ท่ามกลางความสยดสยองที่หนังประเคนใส่แบบไม่ยั้ง
Evil Dead Burn ยังคงรักษาอัตลักษณ์และท่าบังคับของ “จักรวาลEvil Dead” นี้ไว้ได้อย่างทรงพลัง
แม้จะมีการสอดแทรกประเด็นดราม่าความสัมพันธ์ในครอบครัวเข้ามา แต่หัวใจหลักยังคงเป็นฉากโหดจัดเต็มชนิดที่คอหนังสยองขวัญแนวดิบเถื่อนต้องสะใจ แต่ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อนอย่างยิ่ง
ผู้กำกับ วานิเช็ค โชว์ความกล้าบ้าบิ่นในการประเคนความรุนแรงแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ฉากหฤโหดที่ถ่ายทำแบบลากยาวอย่างต่อเนื่อง ทั้งฉากทุบหัว ฟาดหน้าเลือดสาด นิ้วขาด เหล็กเสียบขา ไปจนถึงเนื้อหนังที่ไหม้เกรียมเปื่อยยุ่ย

เผยให้เห็นว่าไม่ว่าจะ “ผี” หรือ “คน” ต่างอุดมไปด้วยความรุนแรงในตัวเองอย่างไม่อาจยับยั้งได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแฟรนไชส์นี้ที่เกิดขึ้นจากมือของ แซม ไรมี่ ยังสร้างความสยองขวัญสั่นประสาท ทำให้ลุ้นระทึก พร้อมกับเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างคงเส้นคงวาอย่างยืนยงมาได้นานกว่า 4 ทศวรรษ
Blue Bird11/7/69



























