ความสนุก ระทึก ขนหัวลุกของภาพยนตร์เรื่อง Evil Dead Rise หรือ“ผีอมตะผงาด” งานกำกับของ ลี โครนิน ที่ออกฉายในปี 2566 เชื่อว่าน่าจะยังคงติดตาคอหนังสยองขวัญอยู่
ล่าสุดผู้กำกับชาวไอริชคนนี้ก็ส่งงานใหม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ “มัมมี่” ในชื่อ Lee Cronin’s The Mummy – “ลี โครนิน เดอะ มัมมี่” ก็ชวนท้าทายว่าการหยิบเอาตำนานความเชื่ออียิปต์โบราณมาสร้าง จะออกมาในทิศทางใด เพราะผู้คนก็จะมีภาพจำของ “มัมมี่” จากภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ที่เคยสร้างมาอยู่แล้ว
ต้องบอกว่านอกจากชื่อของ ลี โครนิน แล้ว ยังมีชื่อที่เพิ่มแรงดึงดูดให้กับ Lee Cronin’s The Mummy มากยิ่งขึ้นก็คือ เจมส์ วาน นักสร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักเขียนบท ที่ได้รับยกย่องเป็นเจ้าพ่อหนังสยองขวัญยุคใหม่ มีผลงานประจักษ์เป็นหนังแฟรนไชส์เรื่อง Saw, Insidious,The Conjuring ฯลฯ
ส่วนอีกคนคือ เจสัน บลัม โปรดิวเซอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัททำหนังสยองขวัญ Blumhouse Productions ซึ่งทั้ง เจมส์ วาน และ เจสัน บลัม อยู่ในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้
นั่นทำให้เชื่อว่า Lee Cronin’s The Mummy คงจะพา “มัมมี่” แหวกจากมิติเดิม ๆ ของหนังที่ว่าด้วยเรื่องของมัมมี่ที่เราต่างเคยได้ดูได้ชมกันมา ท่าบังคับของการเป็นเรื่อง “มัมมี่” ก็ยังคงไว้อย่างเหนียวแน่น
แต่เมื่อ 3 ตัวพ่อคนทำหนังสยองขวัญมารวมกันขนาดนี้ เมื่อได้ชม Lee Cronin’s The Mummy ก็พบว่าหนังเรื่องนี้โชว์ให้เห็นการผสมผสานเรื่องยุคก่อนประวัติศาสตร์ กับความสยองขวัญในแบบที่เราได้เห็นในหนังแนวปลุกปีศาจดึกดำบรรพ์

หากว่ากันตามตรง “มัมมี่ของลี” ก็ไม่ต่างจากพล็อตในEvil Dead Rise เท่าใดนัก ที่เล่าเรื่องราวของน้องสาวมาเยี่ยมพี่สาวและหลาน ๆ ในอพาร์ทเมนต์เก่า ๆ ในนครลอสแอนเจลิส
https://www.youtube.com/watch?v=rAfvcIlbMGM
แต่จู่ ๆ เกิดเหตุแผ่นดินไหว แถมโชคร้ายตรงที่หลานชายดันไปเจอหนังสือโบราณและแผ่นเสียง จากนั้นก็ได้ปลุกปีศาจร้ายขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
ขณะที่ Lee Cronin’s The Mummy นำผู้ชมไปรู้จักกับ ชาร์ลี แคนนอน(แจ็ค เรย์เนอร์) นักข่าวชาวอเมริกันที่ประจำการอยู่ในอียิปต์ และ ลาริสซ่า(ไลอา คอสตา) สามีภรรยาที่มีลูกสาว–ลูกชายเด็กเล็กคือ เคธี่ (เอมิลี่ มิทเชลล์) และ เซบาสเตียน (ดีน อัลเลน วิลเลียมส์)
แต่แล้ววันหนึ่ง เคธี่ ก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งล่อลวงด้วยมายากลและลักพาตัวออกไปจากบ้านพักในกรุงไคโร อียิปต์ ทั้ง ชาร์ลี และ ลาริสซ่า แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยติดตามหาลูกสาว แต่ก็ไร้เบาะแส ทุกอย่างมืดมนไร้หนทาง
จนกระทั่ง 8 ปีต่อมา ครอบครัวแคนนอนที่ย้ายไปอยู่บ้านเดี่ยวย่านชานเมืองอัลบูเคอร์กี รัฐนิวเม็กซิโก ก็ได้รับข่าวดีจากากสถานทูตสหรัฐฯ ในอียิปต์ แจ้งว่าลูกสาวของพวกเขายังมีชีวิตอยู่
![]()
แต่สภาพผอมแห้งจากการขาดสารอาหาร ผิวหนังเหมือนกระดาษเน่าเปื่อยพันติดกระดูก ถูกพบในโลงศพหินอายุ 3,000 ปี ซึ่งตกมาพร้อมกับเครื่องบินกลางป่าแห่งหนึ่งในอียิปต์
อย่างที่ผู้ชมคาดเดาได้ว่า เคธี่ (ที่เติบโตขึ้น รับบทโดย นาตาลี เกรซ)ได้กลับสู่อ้อมอกครอบครัว พรั่งพร้อมด้วยพ่อ แม่ คุณยายคาร์เมน (เวโรนิกา ฟัลคอน) แม่ผู้เคร่งศาสนาของลาริสซา รวมถึง เซบาสเตียน (น้องชายที่เติบโตขึ้น รับบทโดย ไชโล โมลินา) และ ม้อด (บิลลี รอย) น้องสาวคนเล็กที่เกิดมาหลังจากพี่สาวคนโตหายตัวไป
แล้วเรื่องราวแปลก ๆ ก็เกิดขึ้นในบ้านอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น หนังเฉลยว่าร่างกายของ เคธี่ เป็นที่ “กักขังปีศาจ” และมีเจตนาพยายามฆ่าทุกคน
ตัวหนังนอกจากจะโชว์ฉากที่ชวนหวาดเสียว ชวนสะอิดสะเอียน ที่มีต้นตอมาจากปีศาจร้ายในตำนานอียิปต์โบราณ ยังแทบไม่ให้ผู้ชมเห็นทางออกหรือตัวช่วยที่จะทำให้ครอบครัวพ้นเคราะห์หนักครั้งนี้ได้
ทว่าการใส่บทของ ดาเลีย ซาคี (เมย์ คาลามาวี) นักสืบสาวชาวอียิปต์ที่ดูแลคดี เคธี่ มาโดยตลอด ดูกลายเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเธออาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ร้ายให้กลายเป็นดี


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าคิดจาก Lee Cronin’s The Mummy ก็คือพล็อตที่ว่าถึงเรื่องการลักพาตัวเด็ก ที่ถูกนำไปประกอบพิธีกรรมลึกลับเก่าแก่ สืบทอดทำกันมานานนับพันปี เผยนัยสำคัญที่หนังซ่อนไว้อย่างซับซ้อน ตรงที่ตัวละครบางตัวบอกเงื่อนไขว่าทำไมต้องใช้เด็กเล็กมาทำพิธี นั่นหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการนำเด็ก ๆ ผู้บริสุทธิ์มาสังเวยนับแต่โบราณ
ประเด็นดังกล่าวที่หนังไม่เผยออกมาอย่างจะแจ้ง ก็ทำให้ Lee Cronin’s The Mummy ไม่ใช่แค่งานที่ส่งความสนุกแบบระทึกขวัญสั่นประสาท แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนต่อความรู้สึก ชวนหดหู่
เพราะหนังใช้ตัวละครเด็กให้ถูกกระทำอย่างโหดร้าย เป็นการสะท้อนให้เห็นชะตากรรมของเด็กอีกมากมายที่ตกเป็นเหยื่อในรูปแบบต่างๆ ทั้งในอดีตจวบจนปัจจุบัน
Blue Bird18/4/69



























