สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายและ สส.พรรคประชาชน จัดเสวนาจี้แก้ปัญหาเชิงระบบ หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ดับสังเวย 36 ศพ ซ้ำรอยซานติก้าและเมาน์เทนบี เสนอเชือดเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย-ละเลยกฎหมาย หนุนดันร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ฉบับภาคประชาชนและพรรคการเมือง เข้าสภา ดึงร้านกึ่งผับบาร์เข้าระบบ ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด
วันที่ 23 กรกฎคม 2569 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี-รังสิต นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ (สสส.)กรรมการกองทุน สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานเสวนา “ความปลอดภัยในสถานบริการร้านเหล้า-ผับบาร์ : ปัญหาและทางออก” หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิต 36(เวลาที่โพสต์) รายและบาดเจ็บจำนวนมากที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

สะท้อนปัญหาซ้ำซาก
นายวิเชษฐ์ชี้ว่า เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สะท้อนปัญหาเชิงระบบและช่องว่างด้านมาตรฐานความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมาย ซ้ำรอยเหตุการณ์ซานติก้าผับ (เสียชีวิต 67 ราย) และเมาน์เทน บี (เสียชีวิต 22 ราย)ลำดับถอดบทเรียนอย่างเดียวจึงไม่พอ ถึงเวลาต้องแก้ปัญหาจริงจัง โดย สสส. ร่วมกับภาคีเสนอให้ ตรวจสอบเข้มงวด ตั้งแต่การออก/ต่อใบอนุญาต การตรวจมาตรฐานความปลอดภัย และการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ละเลยกฎหมาย ปรับปรุง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509, กฎหมายควบคุมร้านอาหารที่เล่นดนตรีสด (พ.ร.บ.สาธารณสุข) และการจัดโซนนิ่งให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน

แฉ 3 ต้นตอวิกฤต
ผศ.ดร.เจริญ เจริญชัย ที่ปรึกษาสมาคมสุราท้องถิ่นไทย ชี้ว่า ประเทศอย่างญี่ปุ่นและไต้หวันประสบความสำเร็จในการควบคุมสถานบริการ เพราะเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ผู้ประกอบการและประชาชนเคารพกฎหมายเนื่องจากถูกปลูกฝังวินัยมาตั้งแต่วัยเด็ก
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ปัญหายังเกิดซ้ำซากจาก 3 สาเหตุหลัก1. กฎหมายล้าหลัง ไม่สอดคล้องกับปัจจุบัน 2. เจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมายจริงจัง แต่ใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์/เรียกรับส่วย 3. ประชาชนและสื่อมวลชนคุ้นชิน ยอมรับสภาพและมองว่าแก้ไขยาก จึงไม่มีการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงจังทางออก ต้องมีผู้นำที่ริเริ่มแก้ไขกฎหมายอย่างจริงจัง และปฏิรูประบบเพื่อปิดช่องทางไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐหารายได้พิเศษจากการละเลยหน้าที่
2 ข้อเสนอภาคประชาชน

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าเสนอแนวทางแก้ปัญหาและเคลื่อนไหวใน 2 ประเด็นหลักคือ 1.โปร่งใสในการตรวจสอบ หนุนให้ภาคประชาสังคมร่วมสังเกตการณ์การตรวจสถานบริการของมหาดไทยและ กทม. พร้อมจี้ให้เปิดเผยผลตรวจทั่วประเทศผ่าน Open Data บนเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและร้องเรียนได้ ป้องกันเรื่องเงียบหาย
2. เสนอร่างกฎหมายภาคประชาชน (10,000 รายชื่อ)ดันแก้กฎหมายเพื่อถ่วงดุลไม่ให้เน้นแค่กระตุ้นการท่องเที่ยวจนมองข้ามความปลอดภัย โดยครอบคลุมการปรับนิยามสถานบริการ มาตรฐานอาคาร การฟังเสียงชุมชน และการปิดช่องโหว่ทุจริตส่วยเจ้าหน้าที่
พรรคประชาชนเตรียมดันร่างกฎหมายเข้าสภา

ด้านนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน เสนอแก้ไข พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรัง เช่น ส่วย โซนนิ่ง เสียงรบกวน และอาชญากรรม มีสาระสำคัญจากร่างกฎหมาย ดังนี้
ปรับคำนิยามให้ทันสมัย ร้านที่มีองค์ประกอบครบ 2 ใน 3 ข้อ มีดนตรี, มีแอลกอฮอล์, มีผู้ให้บริการ ถือเป็นสถานบริการ ต้องขออนุญาตให้ถูกต้องเพื่อคุมมาตรฐานอาคารและความปลอดภัย
อนุมัติเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One-Stop Service) ให้ท้องถิ่นเป็นผู้อนุมัติทั้งเรื่องโซนนิ่งและเวลาเปิด-ปิด เพราะรู้จักพื้นที่ดีที่สุด
ค่าธรรมเนียมแปรผันตามความเสี่ยง ร้านขนาดใหญ่หรือเปิดดึกต้องจ่ายค่าใบอนุญาตแพงขึ้น โดยจ่ายตรงให้รัฐหน่วยเดียวเพื่อตัดช่องทางจ่ายส่วย
ดันร่างกฎหมายเข้าสภา เตรียมทวงถามร่างกฎหมาย (ฉบับพรรคประชาชน) ในสภา หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพื่อบังคับให้ร้านที่แอบเปิดเป็นกึ่งผับ/บาร์ เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง

























