ขอสังคมให้โอกาสผู้ได้รับอภัยโทษ

“อธิบดีกรมคุกวอนสังคมให้โอกาสผู้พ้นโทษ”

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดี กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกร บดินทรเทพวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน อภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ที่มีความประพฤติดีให้ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และ ปล่อยตัว ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562

เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว คือ ผู้ต้องกักขัง ผู้ทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ

ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ และผู้ต้องราชทัณฑ์ที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี รวมถึงผู้พิการ ผู้ที่เป็นโรคร้ายแรง และชราภาพ เป็นต้น

“และ2.กลุ่มผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ได้แก่ ผู้ต้องราชทัณฑ์นอกเหนือจากกลุ่มแรก

โดยจะได้การลดโทษในอัตราส่วนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับชั้นและฐานความผิด ทั้งนี้พระราชกฤษฎีกา ฉบับนี้ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป

ระบุให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ ในระหว่างที่ผู้ต้องราชทัณฑ์ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำหรือทัณฑสถานนั้น

กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน องค์กรต่างๆ ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ทั้งการให้การศึกษา อบรมพัฒนาจิตใจ การฝึกทักษะอาชีพ และการแนะแนวการประกอบอาชีพ

อีกทั้งร่วมกับเครือข่ายภาคสังคม ติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้พ้นโทษ

หวังว่าสังคม ตลอดจนผู้ประกอบการ หรือห้างร้านบริษัทต่างๆ จะให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ร่วมให้กำลังใจและเปิดใจยอมรับผู้ก้าวพลาด ให้ได้กลับตัวเป็นคนดีของสังคมอีกครั้งหนึ่ง ไม่ให้เขาเหล่านั้นหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า นับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ละเรือนจำจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังของตัวเองว่า

ผู้ต้องขังรายใดมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ปล่อยตัว หรือลดโทษหรือไม่ และมีจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการ 3 ท่านประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา และอัยการ ในแต่ละจังหวัด เป็นผู้ตรวจสอบผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลออกหมายปล่อย จากนั้นจึงส่งเอกสารให้กรมราชทัณฑ์ และให้แต่ละเรือนจำจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป