คุก15วัน หนุ่มล้วงเป้าป้ายลิฟต์

113

ผลตรวจผู้ต้องหาป้ายน้ำลายในลิฟต์ ไม่เพี้ยนไม่เป็นโควิด-19

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

รวมทั้งผลตรวจสุขภาพจิต จากโรงพยาบาลตำรวจ กรณีผู้ต้องหาคดีป้ายน้ำลายในลิฟต์ของบีทีเอส ซึ่งผลปรากฏว่า ผู้ต้องหาไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นผู้มีสุขภาพจิตปกติ จึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพ

ทางพนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ เฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องศาลแขวงปทุมวัน ให้ลงโทษในข้อหา

“ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใด ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์

หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389

โดยในท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการได้ขอศาลได้โปรดลงโทษในอัตราสูงสุด เนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19

ผู้กระทำผิดจะต้องมีความตระหนักถึงความปลอดภัยของส่วนรวม และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโดยเคร่งครัด

ศาลแขวงปทุมวันพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 15 วัน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ณ สถานกักขังกลาง จังหวัดปทุมธานี.