คุณหวาน-ณฐิกา ปิตะนีละบุตร หลังบ้าน ผบช.นรต.

คุณหวาน นักธุรกิจวิศวกรหญิงคนเก่ง หลังบ้าน ผบช.รร.นรต. กำลังหลักขับเคลื่อน โครงการ Money Management & Investment ส.แม่บ้านตำรวจ

“เราอยู่เชียงใหม่ ส่วนท่านผู้บัญชาการรับราชการหลายจังหวัด อาทิ หาดใหญ่ ชลบุรี กรุงเทพฯ ทำให้เราต้องผลัดกันบินไปหากันทุกสัปดาห์ ทั้งเส้นทางเชียงใหม่กรุงเทพฯ หรือ เชียงใหม่หาดใหญ่ แต่ตลอด 10 ปีหลังแต่งงานกันไม่มีสัปดาห์ไหนที่ไม่เจอกันเลย”

คุณหวาน ณฐิกา ปิตะนีละบุตร นักธุรกิจสาววัย 46 ภรรยาครูใหญ่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พล.ต.ท.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผบช.รร.นรต. หรือ ผู้บัญชาการหวาน เล่าถึงชีวิตหลังแต่งงานเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เธอและสามีต่างมีภารกิจ

แต่รักแท้ย่อมชนะทุกสิ่ง ระยะทางจึงไม่ใช่อุปสรรค

คุณหวาน จัดเป็นหญิงแกร่งและเก่งอีกคน เธอเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนไปเรียนต่อด้าน CONSTRUCTION MANAGEMENT ประเทศสหรัฐอเมริกา

หลังเรียนจบ มาบริหารธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จ.เชียงใหม่ เกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรร จากคุณแม่ที่วางรากฐานเอาไว้ให้ ต่อยอดถึงสำนักงานและอพาร์ตเมนท์ที่เชียงใหม่ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับโฮมออฟฟิศที่พัทยาในปัจจุบันด้วย

“หวานอยู่ที่จ.เชียงใหม่ ทำธุรกิจบริษัทออกแบบก่อสร้างอยู่ที่นั่น ส่วนพล.ต.ท.ธัชชัย สามี รับราชการตำรวจย้ายไปประจำหลายจังหวัด อาทิ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นครนายก นครปฐม ทำให้เราอยู่คนละที่

ตอนแต่งงานใหม่ๆหวานสอนพิเศษอยู่ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทำให้ได้บินไปสอนและได้พบกับท่านผู้บัญชาการ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์

เราผลัดกันบินไปมาตลอด 10 ปีหลังแต่งงานกัน ถามว่าอึดไหม ต้องตอบว่าอึดมาก แต่โชคดีที่เรา2คนเป็นคนมีวินัยและใช้ชีวิตคล้ายๆกัน มีความสม่ำเสมอ การเดินทางทุกสัปดาห์จึงไม่ใช่อุปสรรค 

หลังแต่งงาน 10 ปี เรายังไม่มีลูก แต่เราอยากมีลูก จึงปรึกษาแพทย์และทำอิ๊กซี่ มีลูกคนแรก ด.ช.ธีธัช ปิตะนีละบุตร ตอนนี้อายุ 9 ขวบ ต่อมามีลูกคนที่สอง ด.ญ.ณธิชา ปิตะนีละบุตร อายุ 5 ขวบ  ตัดสินใจย้ายบ้านมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เพราะเราต้องดูแลลูกทั้ง2คน ตอนนี้ทั้งคู่เรียนอยู่ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา

คุณหวานเล่าต่อว่า ท่านผู้บัญชาการต้องทำงานตำรวจเป็นหลัก ดิฉันจึงเป็นหลักในการดูแลลูกทั้ง2คน ทั้งเรื่องเรียน กิจกรรม และภาพรวมต่างๆ

ในการสอนลูก ดิฉันจะให้เขาดูแลตัวเองได้ ไม่ได้เลี้ยงแบบโอ๋ลูก ต้องการให้เขาเติบโต ให้เขารู้จักตัวเอง ฝึกทำอะไรด้วยตัวเอง เราไม่ได้เลี้ยงลูกให้อยู่ในกรอบ ถ้าเขาหกล้มเราก็จะปล่อยให้เขาเจ็บ แล้วมาสอนเขาให้ระมัดระวัง

ให้เขาได้ลองผิดลองถูก ได้บทเรียนจากประสบการณ์ชีวิต

เราโชคดีที่ลูกๆทั้ง2คนเลี้ยงง่าย เราแสดงความรักกับเขา เขาก็จะแสดงความรักตอบเรา เวลาเราสอนเขาก็จะเชื่อฟัง มีเหตุผลรวมถึงสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยป่วย

ในวันหยุดสุดสัปดาห์เราจะชวนกันไปทำกิจกรรมร่วมกัน เราไปไหนจะพาลูกไปด้วย ท่านผู้บัญชาการชอบไปวิ่งที่สวนรถไฟ เราก็จะพาลูกๆไปปั่นจักรยานด้วยกัน

บางครั้งเราไปติดต่อเรื่องต่างจังหวัดก็จะพาลูกไปด้วย ทำให้เขาได้ไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตา ให้เขารู้ว่าสังคมการทำงานของพ่อแม่เป็นแบบไหน เวลาเจอผู้ใหญ่ต้องทำแบบไหน เขาจะค่อยๆซึมซับ”

คุณหวานเล่า

ด้านการซัพพอร์ตงานของ ผบช.นรต.ในฐานะแม่บ้านตำรวจ คุณหวาน บอกว่า

ตั้งแต่ พล.ต.ท.ธัชชัย ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผบช.นรต. ทำให้เราเป็นกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจโดยปริยาย เพราะฉะนั้นโครงการอะไรที่ดิฉันมีความสามารถที่จะทำได้ ดิฉันก็จะให้เวลากับตรงนั้น

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่ พล.ต.ท.ดร.ธัชชัย ดำรงตำแหน่ง รองผบช.ภ.2 ดิฉันเล็งเห็นว่าข้าราชการตำรวจมีหนี้สินค่อนข้างมาก  เริ่มโครงการ Money Management & Investment เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจและครอบครัว ให้กับตำรวจภูธรภาค 2

โดยพล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการผบช.ภ.2 มอบหมายให้ดิฉันเป็นประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 เป็นผู้ดำเนินโครงการ

“จากการสำรวจในส่วนของข้าราชการตำรวจภูธรภาค 2 พบว่า ตำรวจจำนวนมากมีปัญหาหนี้สิน ไม่มีความมั่นคงทางการเงิน เมื่อถึงวัยเกษียณก็ยังต้องมีภาระหนี้สินที่จะต้องจ่ายและต้องทำงานหารายได้ให้ครอบครัวอยู่ จึงเริ่มโครงการอบรมให้ความรู้ในด้านการบริหารจัดการการเงินและการลงทุน

ดิฉันมองว่าถ้าเราให้ความรู้กับเขา จะทำให้เขาใช้เป็นอาวุธไปต่อสู้ได้ โดยประสานวิทยากรจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาบรรยายให้ความรู้ ปีที่แล้วประสบความสำเร็จ

สมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยคุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ จึงคัดเลือกโครงการนี้มาทำต่อ ให้ดิฉันเป็นหลักในการดำเนินโครงการ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19แพร่ระบาด เราได้จัดการอบรมผ่านทางออนไลน์ในระบบซูม

“ในช่วงแรกมีคำถามว่าตำรวจจะสนใจเข้าอบรมไหม มีเสียงทักท้วงเข้ามาว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ตอนนั้นดิฉันมีความตั้งใจมาก ผลลัพธ์ก็คือเกินเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ ข้าราชการตำรวจให้ความสนใจมาก เพราะเขาไม่เคยอบรมแบบนี้เลย พบว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องการ”

คุณหวานเผยและเล่าต่อว่า

ต่อมาเราเล็งเห็นว่าการบริหารจัดการด้านการเงินและการลงทุน ควรเริ่มตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีหนี้สิน เพื่อให้เขารู้จักการวางแผนการเงินตั้งแต่จบออกมาเป็นตำรวจ สามารถจัดการด้านการเงินได้ ไม่ใช่มาแก้ปัญหาตอนมีหนี้สินแล้ว ดังนั้นควรเริ่มตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ นายสิบ

เสนอนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ว่าโครงการนี้ควรดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ ให้รู้จักวางแผนการเงิน การออม

ให้เารู้ว่าถ้าเขาออมและลงทุนได้อย่างถูกต้องจนถึงวันเกษียณอายุราชการเขาจะมีเงินเท่าไหร่ และควรมีแผนการลงทุนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)แบบไหนที่จะเหมาะสมกับเ

“บางคนเปิดร้านอาหาร ผับ บาร์ ทั้งที่ไม่ถนัด แต่ทำธุรกิจเพราะรู้จักคนเยอะ ทั้งที่ความจริงแล้วการทำธุรกิจต้องใช้ทักษะอีกหลายด้าน รวมทั้งสิ่งที่ทำให้พวกเขาผิดหวัง เฟล เพราะเป็นหนี้”

พบว่าข้าราชการตำรวจพออยากได้เงินก้อนก็กู้เงินสหกรณ์ง่ายๆ โดยยังไม่มีโนว์ฮาวว่าจะทำให้งอกเงยมากกว่าดอกเบี้ยยังไง สุดท้ายก็เป็นหนี้สินผูกพัน

ข้าราชการตำรวจอายุ 40 ปีขึ้นไปหลายคนยังไม่รู้จักเรื่องการบริหารการเงินและการลงทุน  จริงๆแล้วต้องการเริ่มจากการออมก่อน ฝึกวินัยการออมให้เป็น และถ้าไม่มีเวลาก็ควรจะลงทุนช่องทางที่ไม่เสี่ยง”คุณหวานเผย

คุณหวาน บอกว่า หลังจากโครงการ Money Management & Investment ได้รับความสนใจจากข้าราชการตำรวจจำนวนมาก

สมาคมแม่บ้านตำรวจ จึงจับมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคุณรัตนาภรณ์  สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการเงินขั้นพื้นฐาน (Financial  Literacy)

เป็นทักษะสำคัญในการสร้างความมั่นทางการเงินในระยะยาว  ผ่านกิจกรรมและสื่อความรู้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ  ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดปี 2565

จัดเป็นแม่บ้านตำรวจที่ครบเครื่องรอบด้านอีกคน สำหรับ คุณหวาน – ณฐิกา ปิตะนีละบุตร หลังบ้านคนเก่งของพล.ต.ท.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

ปร์วีร์10/4/65