จุดจบสายเปย์ “โอนไว-ใจถึง”

128

อาชญา(ลง)กลอน
โดย…ธนก บังผล

เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมามีข่าวอยู่เรื่องหนึ่ง ที่สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับผมอยู่ไม่น้อย

เมื่อมีคนไปแจ้งความกับตำรวจว่าถูกหลอกให้โอนเงินเสียตังค์ไปร่วมแสนบาท

ที่ว่าแปลกก็เพราะเจ้าทุกข์โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้ผู้ที่ยืมด้วยความเต็มใจล้วนๆ

คดีอย่างนี้อาจดูไม่ค่อยสำคัญเท่ากับอาชญากรรมประเภทอื่นๆและการดำเนินคดีก็ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่ยืมเงินได้

แต่มันสะท้อนสังคมในปัจจุบันได้อย่างชัดเจนครับว่าชีวิตของคนส่วนหนึ่งสมัยนี้ถูกผูกติดอยู่กับโซเชียลมีเดีย ความสามารถในการเข้าสังคมค่อนข้างน่าเป็นห่วง

นี่ยังไม่รวมถึงการรับมือกับความเหงา ความโดดเดี่ยว อยู่คนเดียวไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หลายคนจมอยู่ในโลกออนไลน์จนน่ากลัวว่าจะส่งผลต่อสภาพจิตใจในอนาคต

ประเด็นนี้เริ่มจากเพจเฟซบุ๊ก “123 คนดีมีน้ำใจ” นำข้อมูลมาเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายคือ “นายนัท โอนไว” เป็นคนแรกที่เข้าไปร้องทุกข์กับ สภ.เมืองจันทบุรี

นายนัทได้ไปโหลดแอพลิเคชั่น หาคู่ในสมาร์ทโฟน จนรู้จักกับ “มิจฉาชีพ” ที่นำรูปหญิงสาวหน้าตาดีมาแอบอ้างพร้อมทั้งใช้ชื่อว่า “น้องขวัญ”

หลังจากได้ “ไลน์” ก็เลยติดต่อทำความรู้จัก และในเวลาไม่นานสาวเจ้าก็เริ่มขอยืมเงิน

ฉายา “นัท โอนไว” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะครับ สายเปย์ สปอร์ต ใจดีของเขาไม่ธรรมดา ทำธุรกรรมโอนเงินไปให้กับหญิงสาวถึง 13 ครั้ง ไนเวลาเพียงไม่กี่วัน รวมเป็นเงินกว่า 89,000 บาท

ถึงอย่างนั้นแม้จะถูกน้องขวัญหลอกก็ยังไม่น่าเจ็บใจ เท่ามารู้ความจริงว่า คนที่ใช้รูปสาวสวยเป็นโปรไฟล์จนหลงรักเข้าเต็มอกนั้นแท้จริงคือคุณป้าอายุ 58 ปี บัตรประชาชนระบุว่าอาศัยในเขตจอมทอง กทม. นี่เอง

ไม่เพียงเท่านั้น “น้องขวัญ” ยังมีหมายจับศาลแขวงดุสิต ท้องที่ สน.พระราชวัง ในคดีฉ้อโกงทรัพย์ เมื่อปี 2559 เป็นรางวัลการันตีอีกด้วย

รูปภาพ “น้องขวัญ” ที่ถูกนำมาใช้แอบอ้างนั้น ก็มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความทันทีหลังทราบว่าถูกนำภาพของตนเองไปใช้หลอกลวงผู้อื่น

พอ “นัท โอนไว” ตกเป็นข่าวทางหน้าสื่อมวลชน เรื่องไม่น่าเชื่อในสยามประเทศก็ปรากฏขึ้นมาทันทีเลยครับ เพราะมีคนที่ถูกผู้หญิงหลอกให้โอนเงินในลักษณะดังกล่าวทยอยออกมาให้ข่าว 2-3 ราย

“บี เมืองนนท์” ชายหนุ่มผู้โชคร้ายหมดเงินให้กับผู้หญิงคนหนึ่งไปเกือบ 2 แสนบาท แจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

“นา หญิงรักหญิง” ที่เห็นเพียงรูปโปรไฟล์แล้วคุยกันแค่ 1 เดือน ก็หลงเชื่อโอนเงินให้ไปกว่า 3 แสนบาท แจ้งความที่ สน.พระโขนง

เรียกได้ว่าถ้าเทียบจำนวนเงินของ “บี โอนหนัก” กับ “นา โอนเยอะ” แล้วเหมือนอาการทั้งคู่จะสาหัสกว่า “นัท โอนไว” โดยเฉพาะ “นา โอนเยอะ” ซึ่งตอนนี้ต้องกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตไปอีกนานกว่าจะใช้หมด จุดจบสายเปย์อย่างแท้จริง

นี่ยังไม่นับกรณีผู้เสียหายอีกรายหนึ่งที่เข้าแจ้งความกับ สน.ลาดพร้าว เมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา หลังถูกหลอกโอนเงินกว่า 5 แสนบาท ให้กับหญิงสาวอ้างว่าเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ทั้งๆที่ใช้รูปคนอื่นมาเป็นรูปโปรไฟล์ คดีกำลังอยู่ในช่วงสอบปากคำเพิ่มเติม

ทั้งนี้ วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพก็ใช้รูปแบบเดียวกันครับ คือนำรูปของคนอื่นที่หน้าตาสวยๆ มาเป็นโปรไฟล์เพื่อง่ายต่อการดึงดูดและโน้มน้าวเหยื่อได้ง่าย

ส่วนวิธีจะหลอกล่ออย่างไรนั้นก็แล้วแต่จะจับจุดหาทางว่าเหยื่อใจอ่อนจากเรื่องอะไรมากที่สุด

มาถึงตรงนี้ อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นครับว่าคดีนี้มันแปลกประหลาดเนื่องจากการโอนเงิน หรือ ให้ยืมเงิน โดยเสน่หาไม่ว่าจะถูกหลอกหรือไม่ ถือเป็นคดีทาง “แพ่ง” ไม่ใช่ “อาญา”

ส่วนผู้เสียหายจริงๆนั้นคือ เจ้าของรูปที่ถูกมิจฉาชีพนำไปแอบอ้างครับ อันนี้แจ้งความได้ เบื้องต้นข้อมูลของคนร้ายทางเพจ “123 คนดีมีน้ำใจ” นำมาเผยแพร่เรียบร้อยแล้ว คงไม่ยากเกินที่จะจับตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษแม้ว่าป่านนี้จะไหวตัวหนีไปแล้วก็ตาม

ตำรวจ สภ.จันทบุรี ก็ให้ความเห็นชัดเจนครับว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของผู้ให้ยืมกับผู้ยืม หากต้องการได้เงินคืนต้องจ้างทนายฟ้องเอาเอง

ดังนั้นผมก็เลยงงว่าบรรดาสายเปย์ออกมาแจ้งความร้องทุกข์กันนี้มันจะเสียเวลาเปล่านะครับ ส่วนที่หวังดีกันว่ากลัวคนอื่นจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพพวกนี้

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่มีเงินให้ใครยืมแน่นอน” (ฮา)

ส่วนใครที่ชอบหาคู่บนแอพลิเคชั่นออนไลน์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ก็ต้องใช้สติและความระมัดระวังมากๆครับ ชื่อก็บอกอยู่ว่าโลกไซเบอร์ ย่อมไม่ใช่ที่จะเข้าไปหาความจริงใจหรือหาคู่ชีวิต

ไม่เหมือนเวลาเราหิวข้าวแล้วเข้าเดินร้านซูเปอร์มาร์เก็ตครับ