ผ่อนคลายหรือยิ่งแพร่เชื้อ

289

 

จู้กหู้กกู้กราบสวัสดีและก็มาถึงเดือนสุดท้ายของปีทีมีวิกฤติโควิด-19

หลังจากที่มีการอนุญาตให้แฟนบอลสามารถเข้าชมเกมในสนามของหลายๆคู่ในพรีเมียร์ลีก โดยมีเงื่อนไขก็คือ

แฟนบอลจะเข้าสนามได้ไม่เกิน 2,000 คน ต้องใส่แมสก์ตลอดเวลา ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เข้า-ออกจากสนามตามที่กำหนด และห้ามตะโกนเชียร์หรือร้องเพลงเชียร์

แต่จากภาพที่ออกมามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เพราะแฟนบอลยังคงตะโกนและร้องเพลงเชียร์ตามปกติ

ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือแฟนบอลบางส่วนก็ได้ถอดแมสก์ออก และมีการรวมกลุ่มกันด้วย

จู้กหู้กกู้ก็รู้สึกดีที่ได้ยินเสียงเชียร์จากแฟนๆในสนาม

แต่ก็อดห่วงไม่ได้ การห้ามตะโกนเชียร์ ห้ามร้องเพลงเชียร์ มันดูเป็นไปไม่ได้ แค่ข้อกำหนดที่บอกว่าต้องใส่แมสก์ตลอดเวลาก็ไม่น่าจะทำได้

ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ซึ่งพอมันเป็นแบบนี้ ควรจะมีวิธีการป้องกันที่ดีกว่า และห้ามในสิ่งที่ควรจะห้ามมากกว่า

สิ่งที่ทางพรีเมียร์ลีกควรจะทำก็คือ เว้นระยะห่างของแฟนบอลให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดโอกาสที่แฟนบอลจะรวมตัวกันให้ได้มากที่สุด แล้วก็อนุญาตให้มีการตะโกนเชียร์ และร้องเพลงเชียร์ไปเลย

แต่ต้องเคร่งครัดเรื่องการใส่แมสก์ตลอดเวลา และถ้าหากเห็นว่าใครจงใจถอดแมสก์ ก็ให้เชิญออกจากสนามทันที

การสวมแมสก์จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการแพร่เชื้อได้มากกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้ ซึ่งมันเหมือนเป็นการตั้งกฎมางั้นๆ และมันก็ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง

ในเมื่อมีการทดลองให้มีการเข้าชมแล้ว ก็ควรจะทำให้มันรัดกุม เพราะถ้าหากมันเกิดข้อผิดพลาด และเกิดการระบาดจากการเข้าชมเกมในสนามเมื่อไหร่

สุดท้ายเรื่องนี้อาจจะถูกหยุด และนั่นทำให้โอกาสที่แฟนบอลจะได้เข้าสนามในจำนวนมากกว่าที่เป็นอยู่มันลดน้อยลงไป

หรืออาจจะทำให้แฟนบอลเค้าชมเกมต่อไม่ได้ !!!

ทีจู้กหู้กกู้แปลกใจคือให้คนเข้าได้ไม่กี่พัน ดันไปจำกัดโซนอยู่ที่เดียวกัน คนก็มารวมกันได้สิ ทั้งๆที่สามารถกระจายไปทั่วให้ห่างๆ ได้.

นี่ถ้ามีกรณีติดเพิ่มจากการไปดูบอลนี่ จบกันเลยคราวนี้

หันกลับมาดูบอลถ้วยบ้านเรา นัดบิ๊กแมตช์บอลถ้วยแฟนบอล แออัดกันเลย หวั่นๆยังไงไม่รู้..มาตรการ การ์ดหายไปไหน

สิ้นสุดปีนี้ขอให้สิ่งร้ายๆจากโควิด-19พ้นไปจากกีฬาด้วยเถิด