พระอรหันต์ไม่เดินห้าง

4509

อาชญา​ (ลง)​ กลอน

ธนก​ บังผล
ยุคสมัยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว​ จากเคยยืนต่อแถวตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ​ ทุกวันนี้มีสมาร์ทโฟนที่ทำได้สารพัดในเครื่องเดียว

คนสมัยนี้เลยทำอะไรฉาบฉวยเป็นนิสัยและกลายเป็นวัฒนธรรมผิดๆโดยไม่รู้ตัว

ในวงการสื่อมวลชน​ ข่าวในแต่ละวันแทบจะล้นโซเชียลมีให้เลือกอ่านเลือกดูกันหลายช่องทาง​
เรียกได้ว่าเยอะจนหาคุณภาพและความถูกต้องไม่ค่อยมี
โดยเฉพาะข่าวปลอมตัดต่อภาพมาสร้างความแตกแยกให้คนในสังคมทะเลาะกันเยอะมาก
         
เมื่อสื่อแท้กับสื่อเทียมมาอยู่ปะปนกันบนโลกออนไลน์​ ก็เกิดการแข่งขันหารายได้จากยอดไลก์  ยอดแชร์​ เรตติ้ง​ ยอดขาย​ ซึ่งกระตุ้นให้นิสัยฉาบฉวยของคนทำงานมากขึ้น
         
คดีปล้นร้านทองฆ่า​ 3​ ศพ​ ที่​จ.ลพบุรี​ เป็นกรณีล่าสุดที่สื่อโดนสับแหลกเรื่องจรรยาบรรณ
เพจที่มีคนติดตามมากๆ​ ก็ใช้นิสัยเดิมๆครับ​ คือนั่งเทียน​ คิดเอาเอง​ เพื่อให้ข่าวมีความเคลื่อนไหวทุกวัน​
บางเพจวิเคราะห์เอาเองเลยว่าเหตุเกิด​ จ.ลพบุรี​ ฆาตกรต้องเป็นทหารแน่นอน​ เอาลักษณะการแต่งกาย​ เสื้อผ้าที่ใช้​มานั่งจินตนาการ​ในออฟฟิศแอร์เย็นๆ
มั่วเสร็จก็อัพข่าวขึ้นเพจเรียกยอดไลก์​ จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นอย่างไร​ไม่รู้จัก
     
ในขณะที่สื่อหลักลงพื้นที่ไปเฝ้าติดตามเกาะกระแส​ พูดคุยกับตำรวจรายงานความคืบหน้า​
พอส่งข่าวขึ้นออนไลน์ก็ยังโดนพวกเพจข่าวเถื่อนหยิบไปลอก​ หรือไม่ก็ขโมยเอาไปจินตนาการต่อยอดกันซึ่งๆหน้าเลยก็มี ความน่าเชื่อถือของสื่อมันก็เลยถดถอยครับ​
ผมเรียกมันว่ายุคเสื่อม​ เสื่อมจากตัวสื่อเองล้วนๆที่ไม่ยึดมั่นในจริยธรรมจนประชาชนไม่รู้สึกว่าเป็นที่พึ่งได้​
เห็นแก่เรตติ้งเพื่อเอาไปขายโฆษณา​ หาเงิน​ เข้ากระเป๋า​ โดยไม่ดูสภาพเศรษฐกิจว่าหากช่องทางนั้นไม่ใช่แม่เหล็กของจริง​ ผู้ประกอบการก็ไม่อยากจะเสียเงินซื้อโฆษณาหรอกครับ
       
สื่อส่วนหนึ่งมันเลยกลายสร้างวงจรอุบาทว์ขึ้นมา​ คือ​ เขียนข่าวมั่ว​ ไม่มีจรรยาบรรณ​ พอได้ยอดไลก์ยอดแชร์คนติดตามเยอะก็เอาไปขายโฆษณา​
แต่ห้างร้านรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่าย​ ก็เลยกลายเป็นจรรยาบรรณไม่มี​ เงินก็ไม่ได้​
       
สื่อประเภทนี้เยอะมากนะครับ​ มีสารพัดรูปแบบกันเลย
       
ในขณะที่คนข่าวยึดจรรยาบรรณกำลังจะอดตายกันไปทีละแห่ง​
       
สื่อของจริงก็เหมือนตำรวจตัวจริงนั่นละครับ​ คือหากมีใครอ้างว่าเป็นตำรวจ​ ชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตำรวจจริง​ ส่วนมากก็เชื่อกันไว้ก่อนเลยว่าจริง
       
การยึดจรรยาบรรณเป็นที่ตั้ง​ ไม่บิดเบือนข้อมูล​ นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา​ ทำงานด้วยความสุจริต​ ยึดระเบียบข้อบังคับรักษาจริยธรรมเพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนหรือซ้ำเติมสังคมให้เลวร้ายลงไปอีก​
สื่อที่ยึดจรรยาบรรณนั้นมีหลายแห่ง  หลายคน​ แต่มักไม่ค่อยมีคนพบหรือรู้ว่าเป็นของจริง​ เพราะเขาไม่อวดอ้าง​ แสดงตัว​ ใช้สิทธิพิเศษครับ
         
ก็เหมือนกับตำรวจอาชีพของจริงที่ทำงานยึดมั่นในความสุจริต​นั่นละครับ​ ไม่มีใครแต่งเครื่องแบบเต็มยศไปนั่งร้านอาหารสั่งเครื่องดื่มจนเมาเละคาชุด​ ก่อนจะเบ่งกินฟรีไม่จ่ายตังค์​
       
พฤติกรรมอย่างนี้ตำรวจของจริงไม่ทำกัน​ เขาไม่โชว์ให้ชาวบ้านเห็น
       
เปรียบง่ายๆก็เหมือนพระอรหันต์นั่นละครับ​ พระท้ายแถวอาจจะออกมาเดินห้างสรรพสินค้า​เพื่อช็อปปิ้งหรือดูหนังเป็นประจำทุกวัน​ 
       
แต่พระอรหันต์ไม่เดินห้างสรรพสินค้า​ เพราะรู้ว่าธรรมะไม่ได้อยู่ที่นั่น​ 
       
พระอรหันต์ไม่เสียเวลาในการภาวนา​จิต​เพื่อไปหารายได้​ สะสมทรัพย์สินความสะดวกสบาย​ 
       
นักข่าวตัวจริง​ ตำรวจของจริง​ ก็เช่นกันครับ​ ไม่พูดมาก​ ไม่อยากดัง​ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน​ วัดกันที่ผลงาน
         
สื่อของจริงไม่สนใจยอดไลก์หรือเรตติ้ง​ ตำรวจของจริงก็ไม่สนใจอยากดังอยากออกหน้ากล้องเพื่อจะเอาผลงานไปวิ่งหาตำแหน่งขอย้ายหน่วย
         
บอกเล่ากันด้วยความอึดอัดครับ​ ตั้งแต่เห็นบางสื่อปล่อยคลิปวันเกิดเหตุยิงเด็กเสียชีวิต​ เรื่อยมาจนกระทั่งจับตัวคนร้ายได้​ ไม่มีวันไหนเลยที่ทำงานด้วยการยึดจรรยาบรรณ​
     
 ที่สำคัญคือ​ ไม่มีสักข่าวเลยในเพจเถื่อนพวกนี้ที่แสดงให้ประชาชนเห็นถึงจริยธรรมสื่อ
       
ก็ได้แต่หวังว่าของปลอมที่รกวงการอยู่ทุกวันนี้คงจะเฉาตายหายไปเองในไม่ช้า​