“พระเจ้ากำหนด”

 

จู้กหู้กกู้กราบสวัสดี

บอลโลกครั้งนี้ระดับ 5 ดาวสำหรับนัดชิงชนะเลิศที่ตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ

จู้กหู้กู้จำแทบไม่ได้แล้วว่า เคยดูบอลนัดไหนแล้วบีบหัวใจเท่าเกมนัดชิงฟุตบอลโลกเท่าครั้งนี้มาก่อน……

ชอทที่ทีมฟ้าขาวยิงนำ 2-0 แล้ว ดิมาเรีย ร่ำไห้ดีใจ พร้อมแฟนบอลในสนาม มันเหมือนจะถูกวาดไว้ให้ ความฝันของแฟนบอลทั่วโลกเป็นจริงเสียที ที่จะได้เห็นภาพ ลีโอเนล เมสซี่ ชูถ้วยแชมป์โลก ให้สมกับความเป็นตำนาน

จาก 80 นาทีเต็มที่ ฝรั่งเศสแทบจะบุกอาร์เจนตินาไม่ขึ้น แถมยังมีโอกาสยิงแทบจะครั้งเดียวในเกม……ทุกคนเริ่มเชื่อมั่นว่า ไม่น่าจะมีใครพรากถ้วยแชมป์ไปจากทีมฟ้าขาวได้…..

แต่แล้ว 10 นาทีสุดท้าย คีลียัน เอมบัปเป้ ก็โชว์ให้ทั้งโลกเห็นว่า บทละครเรื่องนี้จะไม่จบแค่ใน 90 นาที

เพราะเขาทั้งยิงจุดโทษ และกระโดดวอลเล่ย์ราวกับบทละคร ให้ทีมแชมป์เก่าตีเสมอได้หน้าตาเฉย ภายในช่วงเวลาห่างกันแค่ลูกละนาที

ถึงตอนนั้น ซุ้มม้านั่งสำรองของอาร์เจน รวมไปถึง ดิมาเรีย แทบจะเอามือกุมหน้าร้องไห้แบบไม่อายใครกันแล้ว……

อีกแค่ 10 นาทีที่ฝันจะเป็นจริง มันถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆโดยนักเตะที่พร้อมประกาศศักดาว่า เขานี่ล่ะคือคนที่จะมาแทนเมสซี่……..

หลังเสียงนกหวีด 90 นาที อีก 30 นาทีที่เหลือในช่วงต่อเวลาพิเศษ มันน่าจะถูกเขียนบทโดยใครสักคนบนฟ้า เมื่อทัพฟ้าขาวเริ่มโหมกระหน่ำบุกอีกครา และนาทีที่ 110 ที่ ลีโอเนล เมสซี่ ก็กระโดดแปจ่อๆ พาฟ้าขาวขึ้นนำ 3-2

ถึงนาทีนั้นมันควรจะเป็นฉากจบที่สวยงามเกินฝันของแฟนบอลทั่วโลกไปแล้ว

แต่แล้วพระเจ้าก็ยังขีดโชคชะตาให้ดูเหมือนว่า เทพีแห่งโชคคงไม่ได้อยู่ข้างเมสซี่ (เหมือนที่ทั้งโลกอยากให้เป็น)

 เอมบัปเป้ยังไม่ยอมให้เกมจบแค่ตรงนั้น เมื่อเขาเรียกจุดโทษให้ฝรั่งเศสได้ก่อนจะจบช่วงต่อเวลาเพียง 2 นาที

ประตูแฮททริกของโกลเด้นบอย หรือ ท่านประธาน แทบจะส่งให้คนอาร์เจนและแฟนบอลทั่วโลก ใจสลายไปพร้อมกัน….และมันเกือบจะยิ่งขยี้ใจและศรัทธาแฟนบอลไปกว่านั้น

ถ้าหาก เปาโล ดีบาล่า ไม่กระโดดเสือกเท้ามาแหย่บอลในจังหวะที่ ประธานเป้ ลากไปยิงนาทีที่ 120 รวมไปถึงจังหวะ มาร์ติเนซ วิ่งหน้าตั้งออกมาเซฟลูกยิงของ มูอานี่ ในนาที่ที่ 120+3………

แต่แล้วพระเจ้าคงสะใจในอารมณ์มากพอแล้ว เมื่อสุดท้ายบทที่ถูกเขียนไว้ มันถูกกำหนดให้ เอมิ มาร์ติเนซ ช่วยเซฟจุดโทษรัวๆ และก็เป็น ฟ้าขาวที่ได้เถลิงบัลลังก์แชมป์โลกในท้ายที่สุด ชนิดแฟนบอลแทบเป็นบ้า

หลังจบเกมเพื่อนๆแบก ลีโอเนล เมสซี่ชูถ้วยแชมป์โลกไว้บนบ่าแล้วเดินแห่ฉลองแบบที่เคยเกิดขึ้นกับ ตำนานฟ้าขาวในบอลโลกปี 1986…….

หากพระเจ้าเป็นคนเขียนบทในค่ำคืนนี้ ผมก็เชื่อเหลือเกินว่า พระเจ้าคนนั้นอาจจะชื่อ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า

“เพราะภาพข้างล่างนี้ พระเจ้ากำหนด”