Tuesday, June 18, 2024
More
    Homeอาชญา (ลง)กลอนยศนั้น สำคัญไฉน

    ยศนั้น สำคัญไฉน

    อาชญา (ลง) กลอน
    โดย…ธนก บังผล

    เนื่องด้วย “เบบินคา” ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คอลัมนิสต์ถึงกับต้องนอนซมไปหลายวันกว่าจะฟื้น เรื่องที่ตั้งใจจะเขียนก่อนหน้านี้ก็ลืมไปหมดแล้วครับ (ฮา)

    เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสได้อ่าน “สหบาท” ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งออกมาเป็นปากเป็นเสียงให้กับรองผู้กำกับท่านหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งมา 10 กว่าปี

    นายตำรวจท่านนี้ไต่เต้ามาจากชั้นประทวนจนใกล้จะเกษียณ

    แต่ 40 กว่าปีที่ทำงานมาเหมือนติดหล่มอยู่ที่ยศ “พันตำรวจโท” จึงเป็นตัวแทนตำรวจอีกมากออกมาขอความเห็นใจจากผู้บังคับบัญชาหวังว่าก่อนเกษียณปีนี้จะได้ยศ “พันตำรวจเอก” เป็นขวัญกำลังใจสุดท้ายในอาชีพ

    เรื่องยศเรื่องตำแหน่งนี่เป็นเรื่องที่พูดกันยากจริงๆ ถ้าไม่ใช่ตำรวจก็คงไม่เข้าใจความรู้สึก

    ยิ่งหากใครเป็นพนักงานสอบสวนด้วยแล้วก็คงจะทราบดีว่า “ยศตัน” นั้นเป็นอย่างไร

    ผมรู้จักอดีตนายตำรวจรุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่นกับท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกได้ว่าร่วมเรียนด้วยกันมาเลย

    อดีตนายตำรวจท่านนี้เป็นสารวัตรดีเด่นอยู่กองปราบหลายปี คือ เป็นสารวัตรอยู่อย่างนั้นจนแก่ กว่าจะได้ขึ้นเป็นรองผู้กำกับก็เหลืออายุราชการประมาณ 10 ปี

    แต่การได้เป็นรองผู้กำกับก็เหมือนทุกขลาภ เพราะแรกๆก็ได้ดูแลทางหลวง แต่ต่อมากลับต้องถูกย้ายไปอยู่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในภาคใต้

    อดีตนายตำรวจท่านนี้เคยออกปากขอความช่วยเหลือกับเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็น ผบ.ตร. ด้วยความเกรงใจ

    แต่ก็เหมือนเลขหมายที่ท่านเรียกไม่มีสัญญาณตอบรับในขณะนั้น

    สุดท้าย ประเมินแล้วว่ารับราชการต่อไปก็ไม่เจริญ ด้วยความน้อยใจท่านก็เลยลาออกจากตำรวจเพื่อที่จะได้ยศ “พันตำรวจเอก”

    ก็ได้ยศพันตำรวจเอกสมใจครับ แต่ก็เสียอาชีพไป

    แล้วไม่ใช่มีเคสนี้เคสเดียวนะครับ เรื่องแบบนี้ผมได้ยินได้ฟังมาตลอด

    รองผู้กำกับจากเมืองหลวงบางท่าน ต้องรอให้ตำแหน่งผู้กำกับโรงพักเล็กๆในต่างจังหวัดไกลปืนเที่ยงว่าง จึงจะได้ขึ้นมาเป็นผู้กำกับ

    แม้แต่รองผู้กำกับสอบสวนท่านหนึ่งในจังหวัดลำพูน ที่อาวุโสที่สุดในจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังมีรุ่นน้องข้ามหัวไปเป็นผู้กำกับอยู่จนท้อใจ

    และเพราะยศถาบรรดาศักดิ์ สำหรับบางคนก็ทำให้หน้ามืดได้นะครับ ผู้ใหญ่บางท่านพอขึ้นนายพลแล้ว ก็อยากจะจบที่ “พลตำรวจเอก”

    กลายเป็นช่องทางของใครบางคนให้นำมาหากินในรูปแบบใหม่คือ “แอบอ้างเบื้องสูง” อย่างที่เคยเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โตมาแล้วช่วงหนึ่ง

    ผมเข้าใจและเห็นใจทุกท่านที่ทำงานตรากตรำเพื่อประชาชนมายาวนาน บางท่านสมควรได้รับขวัญกำลังใจเล็กๆน้อยๆหลังเกษียณ ที่ไม่ได้ถือว่ามากมายเลย

    แต่ลำพังผมเห็นใจ จะไปสู้ “นาย” รับรู้ได้อย่างไร จริงไหมครับ

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments