ลัดเลาะเส้นทางแห่งศรัทธาริมโขง สักการะ ‘องค์พระธาตุพนม –พญานาค 3 พิภพ’

 

เปิดประเทศเต็มรูปแบบทั้งที พาไปเลาะริมโขงเส้นทางนครพนมมุกดาหาร สักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคล เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ตามความเชื่อของชาวไทยลาว

5 สถานที่สำคัญห้ามพลาด โดยเฉพาะผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พญานาคชีวิตนี้ต้องไปสักการะสักครั้ง

สถานที่แรก คือ พระธาตุพนม จ.นครพนม

ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอีสาน พระบรมธาตุที่ใหญ่และสวยงามมาก แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล สร้างขึ้นต้นพุทธกาลประมาณ พ.ศ.8 ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรเจริญรุ่งเรือง

ประดิษฐานอยู่บนภูกำพร้าริมฝั่งโขง สถานที่ที่พุทธองค์เคยเสด็จมาโปรดสัตว์น้อยโหญ่ ตามตํานานอุรังคธาตุกล่าวถึง พระมหากัสสปะและพระอรหันต์ 500 องค์ นําพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาจากชมพูทวีปและท้าวพญาผู้ครองนครทั้ง 5 เป็นประธาน ในการสร้างที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบัน

ชาวพุทธที่ได้มาสักการะเชื่อว่าหากใครได้มา นมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น ลูกพระธาตุ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนมถือเป็นอานิสงส์ผลบุญยิ่งนัก

สถานที่ที่สอง พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ วัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ หมู่ 5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งมีความน่าอัศจรรย์เชื่อมโยงกับพระธาตุพนม

ตามตำนานโบราณเล่าว่าทุกคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ มีผู้พบเห็นปรากฏการณ์น่าอัศจรรย์ ปรากฏดวงแก้วสีขาวสดใสเปล่งประกายสวยงาม ดั่งสีไข่มุก ออกมาจากต้นตาล 7 ยอด และลอยขึ้นไปทางภูมโนรมย์ พอใกล้ฟ้าสาง ดวงแก้วก็ลอยกลับมาและหายเข้าไปในต้นตาล 7ยอดดังเดิม

ทำให้ เจ้าจันทกินรี เจ้าเมืองมุกดาหาร เห็นว่าเป็นศุภนิมิตอันดีจึงได้ขนานนามแก้วดวงนั้นว่า แก้วมุกดาหาร จนเป็นที่มาของการตั้งชื่อเมืองมุกดาหารนับแต่นั้นมา

ปัจจุบันชาวเมืองมุกดาหาร ร่วมกันสร้างพระใหญ่ ปางมารวิชัย สีขาวมุกสง่างามเป็นที่เลื่อมใสศรัทธานามว่า พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ ตั้งเด่นเป็นสง่าเสมือนหนึ่งเป็นประธานเมืองบนยอดเขาภูมโนรมย์

ความน่าอัศจรรย์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงก่อสร้างทีมช่างหลายคนพบเห็นแก้วมุกดา ลอยอยู่เหนือเศียรขององค์พระ แล้วลอยหายเข้าไปในอุณาโลมในช่วงเวลาวันเพ็ญ และวันสำคัญทางศาสนา  มีความเชื่อว่าปัจจุบันนี้ แก้วมุกดา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองย้ายมาสถิตในที่อันสมควรภายในองค์พระเจ้าใหญ่ฯเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลคู่เมืองมุกดาหาร

อีกทั้งระหว่างก่อสร้างพระเจ้าใหญ่ฯใกล้แล้วเสร็จ เกิดความอัศจรรย์ครั้งสำคัญ

เมื่อพบว่า ตำแหน่งที่ตั้งของทั้งพระเจ้าใหญ่ฯกับพระธาตุพนม ตั้งอยู่ที่ 0.0 องศา เส้นลองติจูดที่ 104 องศา 43 ลิปดา ดังนั้นถ้าเรายืนหันหน้าสักการะพระใหญ่ถึงองค์พระธาตุพนมได้เลยในคราเดียวกัน ถือเป็นความมหัศจรรย์ หรือเรียกว่าเป็นธรรมะจัดสรร

จากเรื่องราวความอัศจรรย์ของเส้นทางศรัทธาริมแม่น้ำโขง จากองค์พระธาตุพนมถึงองค์พระเจ้าใหญ่ฯ พบว่า จ.มุกดาหาร สร้างประติมากรรมองค์พญานาคยิ่งใหญ่ 3 แห่ง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญาอนันตนาคราช พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช แต่ละแห่งสร้างต่างกรรมต่างวาระ ต่างรูปลักษณะ

หลังจากทราบเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของพระเจ้าใหญ่ฯตรงกับพระธาตุพนม จ.มุกดาหาร จึงวัดพิกัดองค์พญานาคทั้ง 3 องค์ และพบว่าตั้งอยู่แนวเส้นลองติจูดตรงกัน สอดคล้องกับคติเรื่องราวของความเชื่อเรื่องพญานาคทั้ง 3 พิภพ อันเกิดขึ้นที่จ.มุกดาหาร เท่านั้น ประกอบด้วย

องค์แรก พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช (พญานาคฟ้า) หรือสวรรค์พิภพ อยู่ในบริเวณเดียวกับวัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ มีเรื่องราวจากหลวงตายอด เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า

บนภูมโนรมย์เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มีพญานาคองค์หนึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำมะเขือเถื่อนบนภูมโนรมย์ (ชาวบ้านที่พบเห็นเล่าว่าเป็นงูจงอางดำท้องเหลือง) ได้จำแลงกายมาขอบวชกับหลวงตายอด แต่หลวงตาบวชให้ไม่ได้จึงทำได้เพียงมอบบาตรและผ้าไตรจีวรแล้วได้เพียงบวชเป็นสามเณรให้และตั้งชื่อว่า สามเณรเงาะ

ต่อมาเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันจึงมีดำริด้วยศรัทธาแรงกล้าสร้างองค์พญานาคผู้เป็นองค์อภิบาลพระเจ้าใหญ่ฯ บนยอดเขาภูมโนรมย์ เพื่อสื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ หมายถึง แม้ในสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ องค์นาคราชผู้ทรงฤทธิ์ก็ยังเป็นองค์ภิบาลแด่องค์พระพุทธเจ้าตามพุทธตำนานที่ได้สืบสานกันมา

องค์ที่สอง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช(พญานาคดิน) หรือปฐพีพิภพ ริมแม่น้ำโขง พิกัด แก่งกะเบา ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร มีลักษณะเลื้อยโผล่พ้นพันขึ้นมาจากดิน เปรียบดั่งดอกบัวโผล่พ้นน้ำและมีรูปแบบประติมากรรม มกรคายนาค

มกรคือหนึ่งในสัตว์หิมพานต์ในตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้เปรียบตัวมกรไว้ว่าเป็นตัวแทนของ กิเลส หือ รัก โลภ โกรธ หลง เช่นนั้นการที่ มกรคายนาค จึงเปรียบดั่ง ปริศนาธรรม ที่สื่อว่า แม่แต่องค์พญานาคราช ยังสามารถต่อสู้จนหลุดพ้นจากอบายมุขทั้งหลายและเอาชนะกิเลสในใจทั้งปวงได้ด้วยการสร้างตบะบำเพ็ญเพียร สั่งสมบุญบารมีโดยมีหลักธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นสรณ

และ องค์ที่สาม พญาอนันตนาคราช (พญานาคน้ำ) หรือบาดาลพิภพ โดดเด่นด้วยรูปปั้นองค์พญานาคอนันตนาคราชเลื้อยพันเสาสีทองและหันพระเศียรออกสู่แม่น้ำโขงที่บริเวณริมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

ในตำนานถือว่าเป็นราชาแห่งพญานาคาทั้งปวง ผู้เป็นเจ้าแห่งท้องสมุทรและชาวมุกดาหารมีความเชื่อว่าจุดบริเวณที่ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 คือ ปากถ้ำสู่เมืองบาดาล

ที่นี่มีเรื่องราวปฏิหาริย์เกี่ยวข้องกับเสาสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ อาทิ อาถรรพ์ต่างๆในช่วงสร้างสะพาน เดือน ก.ค.2548 และเหตุการณ์พญานาคปรากฏขึ้นบริเวณตอม่อสะพานในช่วงวันมาฆบูชา เดือน ก.พ. 2553

จึงสร้างศาลพญานาคขึ้น เพื่ออัญเชิญบารมีแห่งองค์พญาอนันตนาคราช ผู้ทรงฤทธิ์ ให้ขึ้นมาประทานพรให้ชาวมุกดาหารสำเร็จ ราบรื่น ร่มเย็น และช่วยหนุนนำให้การก่อสร้างพระใหญ่ฯสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตามคำทำนายว่าเมื่อใดที่องค์พระใหญ่ฯสร้างสำเร็จ จ.มุกดาหารจะเกิดความสงบสุข อุดมสมบูรณ์ เจริญรุ่งเรือง เฟื่องฟูตลอดไป

ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ที่เกิดขึ้นคนละครั้งละครา แต่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมหัศจรรย์

คณะเราเดินทางเข้ากราบสักการะครบทั้ง 5 สถานที่ ตามแรงศรัทธาที่ตั้งใจเอาไว้ ราบรื่นลุล่วงด้วยดี ดีต่อใจมากมาย

สำหรับผู้ที่มีโอกาสไปเยือนจ.นครพนมและมุกดาหาร แนะนำให้ไปสักการะองค์พระธาตุพนมและองค์พญานาคเสริมสิริมงคลกัน

ส่วนใครอยากจุดเลขธูปขอทรัพย์ตามความเชื่อถือศรัทธาของชาวบ้านก็จัดได้เลยค่ะ ไม่แน่นะอาจได้โชคกลับบ้านไปด้วย

ปร์วีร์31/7/65