Wednesday, July 24, 2024
More
    Homeกากีธนฯ“หนุ่ม-ปิโยรส” มือปราบแก๊งมอมพริตตี้

    “หนุ่ม-ปิโยรส” มือปราบแก๊งมอมพริตตี้

    “หนุ่ม-ปิโยรส” มือปราบแก๊งมอมลัลลาเบล
    กับความท้าทายบนเก้าอี้ ผกก.สส.บก.น.5

    1 ปีกว่าๆ ผ่านไปไวเหมือนโกหก

    เผลอแป๊บเดียว จำเลยทั้ง 6 คนในคดีมอมเหล้า “พริตตี้ลัลลาเบล” น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ จนเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 26 ปี ก็ถูกศาลอาญาธนบุรี พิพากษาไปเป็นที่เรียบร้อย

    เริ่มจาก นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร นายแบบตัวต้นเรื่องต้องโทษฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 8 ปี

    ส่วนสหายชายหญิงอีก 5 คน ซึ่งอยู่ร่วมกันในบ้านปาร์ตี้พื้นที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต้องโทษฐานสนับสนุนให้ นายรัชเดช กระทพความผิด ร่วมกันมอมเหล้าเหยื่อ

    ก่อนปล่อยให้ นายรัชเดช อุ้มร่างขึ้นรถ ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งหมดต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมแก่โจทก์รวม 748,660 บาท ซึ่งทั้ง 6 คนให้ทนายยื่นเงินสดประกันตัวขอสู้คดีต่อไปในชั้นอุทธรณ์

    คดีนี้แม้ดูท่าจะต้องสู้กันยาวจนถึงชั้นฎีกา เนื่องจากว่าฝ่ายจำเลยก็ค่อนข้างมีทุนทรัพย์

    ประกอบกับศาลจังหวัดนนทบุรีก็มีคำสั่งยกฟ้องคดีซ่องโจร 7 สมาชิกในบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง ซึ่งตอนนี้สถานที่จัดงานเลี้ยงก็ถูกรื้อทิ้งจนไม่เหลือซากแล้ว

    ทว่าหากย้อนไปล้วงลึกถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่พบศพ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ก.ย.62 ร่างอันไร้วิญญาณของ “ลัลลาเบล” ถูกพบบนโซฟากลางล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูย่านดาวคะนอง

    พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)

    ได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากล สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียมอย่างละเอียดทุกตัว

    จนพบภาพ นายรัชเดช ถูลู่ถูกังร่างผู้ตายลงจากรถเข้าไปหมกไว้ในห้องพักของตัวเอง

    ด้วยต้นเหตุเกิดจากการที่ “ลัลลาเบล” เมาสุราอย่างหนักจนหมดสติก่อนถูกอุ้มขึ้นรถมาจากบ้านปาร์ตี้ในพื้นที่บางบัวทอง

    เลยทำให้ชุดคลี่คลายคดีต้องอดหลับอดนอน หาหลักฐานสำคัญต่างๆ นานา มาเพื่อตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า

    จริงๆ แล้วเหยื่อสิ้นใจตายตอนไหน

    ตำรากฎหมายหลายฉบับ หลายมาตรา ถูกผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์หลายท่านพลิกขึ้นมาหยิบยก แสดงทรรศนะชี้นำกันถึงข้อหาที่ฝ่ายผู้ต้องหา จะถูกพนักงานสอบสวน

    ซึ่งตอนนั้นเรียกได้ว่า ระดมกันมาช่วยทำสำนวนกัน ทั้ง บก.น.8 ก่อนลงความเห็นส่งฟ้อง

    ไม่เว้นแม้แต่ “นาฬิกาสมาร์ทวอช “ ที่ผู้ตายสวมใส่ ซึ่งถือเป็นวัตถุพยานชิ้นใหม่ ที่ยังไม่เคยมีคดีไหนในเมืองไทย

    ต้องเอามาขบคิดเรื่องการนำผลตรวจสอบทางเทคนิคเข้ามาประกอบการพิจารณาคดี จนเมื่อไม่กี่วันนี้ศาลชั้นต้นได้นัดจำเลยทั้ง 6 คนเข้าฟังคำพิพากษา

    อารัมภบทคดีดังมาจนเกินครึ่งหน้า กระดาษ A4 เพิ่งนึกได้ว่า วันนี้ “รองหนุ่ม-ปิโยรส” 1 ในตั๊วโผชุดคลี่คลายคดี

    มีบทบาทเป็นทั้งชุดทำงานในคดี เป็นทั้งผู้ดูแลสวัสดิการด้านการกินอยู่ของกำลังพลที่ถูกระดมมาช่วยงานที่โรงพัก

    รวมถึงจัดหาข้าวกล่อง-น้ำดื่ม มาเลี้ยงนักข่าวอีกนับร้อยชีวิตที่ไปเฝ้ารายงานสถานการณ์กันทุกๆ วันกินระยะเวลานับเดือนนั้น

    ได้โยกย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน บก.น.5 นานถึง 11 เดือนแล้ว

    เมื่อมีโอกาสพบกันเลยได้ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบจากปาก “เฮียหนุ่ม” พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.บก.น.5 คนล่าสุดถึงประสบการณ์ความท้าทายบนเก้าอี้ผู้กำกับการสืบสวนพื้นที่สำคัญกลางกรุง

    ที่ใครๆ ก็ว่าเป็นทำเลทองของกองบัญชาการตำรวจนครบาล

    “ดำรงตำแหน่งวันแรกเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 จำได้ว่าเห็นทีวีโต๊ะทำงานของกำลังพลที่เข้าเวรค่อนข้างเก่า ก็เอาจอโค้งมาเปลี่ยนให้ แอร์ตัวไหนไม่ดีก็เปลี่ยนเครื่องใหม่

    ผนังห้องทุกห้องหางบมาติดวอลเปเปอร์เซ็ตระบบมอนิเตอร์ ซ่อมแซมไฟ และตามช่างมาซ่อมหลังคาที่ผุในห้องครัว

    ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าบรรยากาศในที่ทำงานดี สภาพจิตใจคนทำงานก็จะดี ของแบบนี้มีผลต่อเนื้องาน

    อีกเรื่องอาหารการกินต้องอิ่ม กองทัพต้องเดินด้วยท้อง อาหารแห้งต้องพร้อมใครเข้าเวรอยู่กอง สามารถนำมาปรุงกินกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ส่วนมื้อสวัสดิการหลักๆ จะเป็นมื้อเย็น ในทุกๆ วันจะจัดสรรงบประมาณให้แม่บ้านหาของสดมาปรุงสุก

    เลี้ยงกันทั้งกอง นั่งกินร่วมกันทั้งนายตำรวจและลูกน้อง ซึ่งจะถือโอกาสประชุมความคืบหน้าเรื่องคดีต่างๆ ที่ต้องสะสางในช่วงมื้อเย็น”

    ด้านเขี้ยวเล็บในการทำงานสืบสวนสอบสวนในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือหลักของเหล่าอาชญากร

    “เฮียหนุ่ม” ได้เทียบเชิญ อาจารย์พงศ์ศักดิ์ นาคเป้า ผู้เชี่ยวชาญดีกรีวิศวกรระบบสืบสวนทางคอมพิวเตอร์ชั้นสูง

    มาอบรมกำลังพลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางโทรศัพท์และการเชื่อมโยงข้อมูลการใช้โทรศัพท์เชิงลึกจากโปรแกรม i2

    สำหรับความท้าทายที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยาวนานมาบรรจบกับภารกิจการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยให้มวลชนสารพัดกลุ่มที่จัดตั้งม็อบกระจายกันไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง

    “เฮียหนุ่ม” บอกว่าโรคเป็นแล้วมีสิทธิ์ตายใครๆ ก็กลัว แต่หน้าที่ก็ต้องทำ

    เริ่มจากจัดหาช่างตัดผมพร้อมชุดป้องกันโรคตามสุขลักษณะมาตัดผมฟรี ให้แก่กำลังพล จัดหาหน้ากาก เฟสชิลด์ ถุงมือยาง แอลกอฮอล์ ชุดกันฝน เครื่องแบบจิตอาสา และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มาให้บริการครบทุกคน

    โดยเฉพาะกำลังพลที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมจะมีสวัสดิการค่าอาหารต่างหากให้ 2 มื้อได้อิ่มท้องกัน

    “ทำภารกิจเป็นทีมต้องรู้จักแบ่งปัน การจัดหาสวัสดิการปากท้องให้ลูกน้องมันเป็นหัวใจของการทำงาน

    การที่ลูกน้องให้เราเป็นเสมือนคนๆ หนึ่งในครอบครัว ย่อมรู้สึกดีกว่าวางตัวเป็นเจ้านายออกคำสั่งใช้บ่าวไปวันๆ

    ปกติสไตล์ผมถนัดลงมือทำ ไม่ใช่พวกชอบเอาแต่ประชาสัมพันธ์ เรื่องปากท้องถ้าต้องมาสร้างภาพโกหกกัน บรรดาหัวหมู่ทะลวงฟันคงไม่ให้ใจผม”

    GreenBear8/11/63

     

    RELATED ARTICLES
    - Advertisment -

    Most Popular

    Recent Comments