คุณภาพคับแก้ว-ปองพล เอี่ยมวิจารณ์

13149

แฟ้ม(ไม่)ลับสีกากี โดย สมถวิล

หน้าที่ 18 “รองปอง” มือดีอำนวยการ 5 จบนอกมือทำงานคู่ใจ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา

พันตำรวจโทปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 5 (กิจการต่างประเทศ) กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการศึกษา ช่วยราชการสำนักงาน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ 10) และดำรงตำแหน่ง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดวันที่ 24 กันยายน 2516 อายุ 44 ปี พื้นเพเป็นคนกรุงเทพมหานคร ก่อนที่คุณพ่อซึ่งเป็นข้าราชการทหาร จะย้ายไปรับราชการที่ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี จบการศึกษาจาก รร.สระบุรีวิทยาคม ก่อนสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 33 จากนั้นจึงแยกเหล่าไปเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 49 ด้วยความโดดเด่นในด้านการร้องเพลงและการประชาสัมพันธ์จึงได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมดนตรีสากล และรองประประธานชมรมกระจายเสียง ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวดตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ค่ายรามคำแหง จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่หัวหน้าชุดการข่าว กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 435 จังหวัดตรัง และรักษาการณ์หัวหน้าหน่วยสันตินิมิต ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ที่ Huron University U.S.A. in London แล้วกลับมาดำรงตำแหน่งรองสารวัตรงบประมาณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตามความรู้ที่ได้เรียนมา ก่อนย้ายมาเป็นรองสารวัตรกองกำกับการแปลและล่าม กองการต่างประเทศ และทำหน้าที่เป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.ผู้ดูแลด้านกิจการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ทำให้ได้เรียนรู้งานด้านกิจการต่างประเทศและได้รู้จักกับเครือข่ายผู้บังคับใช้กฎหมายต่างชาติอย่างกว้างขวาง จนได้ขึ้นเป็นสารวัตรตำรวจสากล และได้ใช้ความสามารถและเครือข่ายด้านการต่างประเทศในการทำงานจนเป็นที่ยอมรับ ต่อมาเมื่อกองการต่างประเทศได้จัดตั้งฝ่ายสนธิสัญญาและกฎหมาย จึงได้รับความไว้วางใจให้มาทำหน้าที่สารวัตรฝ่ายสนธิสัญญาและกฎหมาย ก่อนจะย้ายมาทำงานด้านการศึกษาในตำแหน่งสารวัตรฝ่ายกิจการนักศึกษา สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือที่รู้จักกันในนามของ ILEA Bangkok จากนั้นมารับตำแหน่ง รองผู้กำกับการฝ่ายกิจการการฝึกอบรม วิทยาลัยการตำรวจ กองบัญชาการศึกษา และตำแหน่งปัจจุบัน รองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 5 (กิจการต่างประเทศ) กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการศึกษา

เนื่องจากมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้ในยามว่างยังเปิดสอนพิเศษภาษาอังกฤษ ทั้งในสถาบันสอนภาษา และสื่อการสอนสั้นๆ ผ่านทางวิทยุและสื่อออนไลน์อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีงานพิเศษเป็นล่ามพูดพร้อม (Simultaneous Interpreter) ให้กับการอบรมและการประชุมระหว่างประเทศทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน และยังทำให้มีโอกาสไปศึกษาอบรมหลักสูตรที่สำคัญต่างๆ ในต่างประเทศอีกมากมาย

เช่น หลักสูตรบริหารเหตุวิกฤตและภาวะผู้นำ International Crisis Command and Control (ICCC) and Leadership Course จาก U.S. Coastguard, Newport News, Virginia, USA  ศูนย์ประสานงานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ Transnational Crime Coordinating Center (TCCC) ณ กรุง Canberra and Sydney, Australia หลักสูตรการจัดการการบังคับใช้กฎหมายภูมิภาคเอเชีย Asian Region Law Enforcement Management Program (ARLEMP) ณ Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) International University Vietnam หลักสูตรต่อต้านการลักลอบนำพาเงินสดจำนวนมากข้ามแดน Anti-Bulk Cash Smuggling โดย Immigration and Customs Enforcement of the U.S.A.

หลักสูตรต่อต้านเครือข่ายอาชญากรรมจีนสำหรับผู้บังคับใช้กฎหมายนานาชาติ Triad Course for Overseas Law Enforcement Officers โดย Hong Kong Police Force, Hong Kong หลักสูตรวิเคราะห์ข่าวกรองอาชญากรรม Criminal Intelligence Analysis Course โดย The Netherlands Police การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านเวชภัณฑ์ปลอม Anti-counterfeit Medical Products Workshop โดย The International Medical Products Anti-Counterfeiting Taskforce (IMPACT) and International Criminal Police Organization

หลักสูตร FBI’s Pacific Training Initiative’s (PTI) ณ กรุง Manila, the Philippines หลักสูตรพัฒนาผู้ทำหน้าที่วิทยากร Instructor Development Course โดย Drug Enforcement Administration (DEA), U.S. Department of Justice นอกจากนั้นยังได้เข้าศึกษาอบรมหลักสูตร FBI National Academy ณ เมืองควอนติโก้ มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา อันเป็นที่ใฝ่ฝันของตำรวจสหรัฐอเมริกาและผู้บังคับใช้กฎหมายทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะเวลา 10 สัปดาห์ ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วสหรัฐอเมริกา โดยเข้าเรียนร่วมกับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนจาก 50 มลรัฐของสหรัฐอเมริกา จำนวน 250 คน และผู้บังคับใช้กฎหมายจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีก 25 คน โดยต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและฝึกความแข็งแกร่งทางร่างกายไปด้วย เพราะต้องมีการทดสอบวิ่งไปตามภูมิประเทศทั้งป่าและภูเขา ตลอดจนเครื่องกีดขวางต่างๆ เป็นระยะทาง 10 กม. โดยจะมีอิฐทาสีเหลืองเป็นจุดสังเกตให้วิ่งตามไป หรือที่เรียกกันว่า Yellow Brick Road ซึ่งผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับ Yellow Brick เป็นเกียรติด้วย

แต่ที่สำคัญที่สุด การศึกษาอบรมที่ FBI National Academy แห่่งนี้ ได้เปิดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารกิจการตำรวจในยุค ค.ศ.2020 ให้แก่ผม เมื่อผมเลือกเรียนวิชา CRIME ANALYSIS, FUTURISTICS AND LAW ENFORCEMENT: THE 21ST CENTURY หรือ การวิเคราะห์อาชญากรรมและการบังคับใช้กฎหมายให้อนาคต: ยุคศตวรรษที่ 21 และได้ทำโครงการวิจัยขนาดเล็ก (Mini Research) เรื่องอาชญากรรมในยุค ค.ศ. 2020 ซึ่งจะมีรูปแบบที่ซับซ้อนและแตกต่างจากอาชญากรรมในปัจจุบันอย่างเกินจินตนาการ

และเมื่อกลับมายังประเทศไทยได้มาทำการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม อีกทั้งจากการเป็นล่ามให้บริษัทชั้นนำของประเทศ ทำให้มีโอกาสได้รับทราบข้อมูลความก้าวหน้าและแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต จึงพัฒนาความรู้ดังกล่าวออกมาเป็นหลักสูตรการบริหารกิจการตำรวจในยุค ค.ศ. 2020 บรรยายให้กับข้าราชการตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ เช่น ตำรวจแห่งชาติบังคลาเทศ และยังได้รับเชิญให้ไปบรรยายให้มหาวิทยาลัย Nottingham Trend แห่งสหราชอาณาจักร อยากจะเผยแผ่ความรู้ที่ได้ศึกษาอบรมมาจากทั่วโลกให้แก่ข้าราชการตำรวจไทย เพื่อพัฒนาวิสัยทัศน์ให้ออกนอกกรอบความคิด (Mindset) แบบเดิมๆ และเปิดใจเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างทันท่วงที

สำหรับนายตำรวจที่ยึดเป็นแบบอย่างในการทำงาน คือ พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตรอง ผบ.ตร. ซึ่งถือเป็นปรมจารย์ด้านกิจการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยบุคลิกที่เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนน้อมถ่อมตน ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตนเอง มีชั้นเชิงทางการทูตที่แยบคาย สามารถบริหารจัดการปัญหาความขัดแย่งระหว่างประเทศยากๆ  ให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างง่ายดาย และเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีแต่ให้ ไม่เคยเรียกรับประโยชน์ใดๆ จากผู้ใต้บังคับบัญชาหรือประชาชน เป็นแบบอย่างที่ผมยึดถือเป็นแนวทางในการรับราชการ

คติประจำใจ : ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ แต่จำเป้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณค่า