ปลอมเป็นครู จับป้าหนีคดีค้ายาเฉียด20ปี

263

อาชญา (ลง) กลอน
ธนก บังผล

ยุคสมัยก่อนปี 2500 ตอนที่ประเทศไทยยังมีซุ้มโจรบรรดาเสือชื่อดังมีมากมายทั่วทุกภาค

ตำรวจนักสืบ คือกุญแจสำคัญในช่วงนั้นในการปราบปรามอาชญากร จนหลายคดีกลายเป็นเรื่องราวกล่าวขานเล่าต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้ และยังส่งผลให้หลายๆคนมีแรงบันดาลใจว่าเมื่อโตมาอยากเป็นตำรวจ

แต่พอเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน อย่างที่ทราบกันดีว่าวงการนักสืบเริ่มกลายพันธุ์ไปเยอะ

บางคนฝีมือดีแต่ถูกแต่งตั้งโยกย้ายไปอยู่ในหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้อง บางคนถูกย้ายไปกองบัญชาการอื่นเพื่อให้ตำแหน่งขึ้น

มีบางส่วนนะครับ เห็นช่องทางทำมาหากินกับผู้ต้องหา เลี้ยงสายเลี้ยงขาเอาไว้ให้ไปต่องาน มีเบื้องหลังที่ไม่ขาวสะอาด

วิชานักสืบบางครั้งต้องครูพักลักจำ บางคดีต้องพลิกแพลงและใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์

เกือบ 10 ปีที่แล้วผมเคยได้คุยกับ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการศูนย์บริการทางการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รอง ผบก.ศบศ.รร.นรต.) เมื่อครั้งยังเป็นรองผู้กำกับสืบอยู่ที่ ตำรวจภูธรภาค 1 เล่าให้ฟัง

วิธีการเขียนจดหมายจับโจร หรือผลงานที่ฝากทิ้งไว้ล่าสุดคือรวบขบวนการโกงสอบนายสิบซึ่งสะเทือนไปทั้งวงการ

จะว่าไปแล้วตำรวจนักสืบฝีมือดีบ้านเรามีเยอะนะครับ โดยเฉพาะในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งมีกองบังคับการ ถึง 9 กองคอยดูแลพื้นที่กรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทยและใจกลางเศรษฐกิจของชาติ

วันนี้ผมขอออกตัวชื่นชมตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (กก.สส.บก.น.9) ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผู้กำกับสืบฯ

กับข่าวการให้ลูกน้องไปปลอมตัวเป็นครูจับอดีตผู้ค้าเฮโรอีน วัย 64 ปี หลบหนีประกันตัวในชั้นศาลเกือบ 20 ปี ขาดอีกเพียง 9 เดือนก็จะหมดอายุความ

ผู้ต้องหาหญิงคนนี้ก่อเหตุในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ต่อมายื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินกว่า 20 ไร่ ขอประกันตัวในชั้นศาล และศาลอาญาก็อนุญาตให้ปล่อยตัวก่อนจะหลบหนีประกัน

 บก.น.9 เลยนำหมายจับค้างเก่าไปสืบสวนและติดตามพฤติกรรมจนพบว่าอาศัยอยู่ที่บ้านพักกับลูกสาวและหลานชาย ใน ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

แต่ด้วยความที่คุณป้าไม่สุงสิงกับใครเลยอยู่ในบ้านเก็บตัวเงียบรอเวลาอีกเพียงแค่ 9 เดือนให้คดีหมดอายุ

ทางตำรวจก็เลยวางแผนปลอมตัวเป็นกลุ่มคุณครูเข้าไปเยี่ยมบ้านนักเรียน คุณป้าคงไม่เอะใจนึกว่าเป็นการเยี่ยมบ้านนักเรียนตามปกติ

แต่ไม่รู้ว่าหลานชายคุณป้าเอะใจหรือเปล่าว่าทำไมหน้าตาคุณครูไม่คุ้นเลย พอคุณป้าออกมาต้อนรับ ตำรวจก็รอจังหวะเอาหมายจับออกมาพร้อมแสดงตัว

นั่นละครับจึงเป็นอันจบมหากาพย์การหนีประกันเกือบ 20 ปี

น่าสนใจตรงที่วิธีทำงานนะครับ การตรวจสอบข้อมูลพิสูจน์ทราบว่าเป็นคนร้ายจากหมายจับค้างเก่าเกือบ 20 ปี

ความคิดสร้างสรรค์ในการจะเข้าไปในบ้านโดยไม่ให้ผู้ต้องหารู้ตัว ผมเดาว่านักสืบบางคนในทีมงานอาจมีลูกแล้วครูมาเยี่ยมบ้านแล้วได้ไอเดียอะไรประมาณนี้

สำคัญที่สุดคือต้องมีไหวพริบ นี่เป็นเสน่ห์ของงานนักสืบ

นอกจากจะต้องชื่นชมการทำงานของชุดสืบสวนสอบสวน บก.น.9 แล้ว งานนี้ถือว่า “สมราคา” กับที่มี “เดอะบัว” พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักสืบฝีมือดีและยังเป็น นรต.รุ่น 36 เพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อีกด้วย

หลังจาก “เดอะบัว” เป็นดรีมทีมนักสืบอยู่เบื้องหลังวางแผนปิดคดีสำคัญๆ เป็นข่าวใหญ่มาหลายครั้ง

ผมดูแล้วคดีปลอมตัวเป็นครูครั้งนี้ อย่างน้อยๆ เวลาที่ยังเหลืออยู่ก่อนเกษียณ ภายใต้การทำงานของ ผบช.น. ก็พอมีความหวังปลุกให้ตำรวจนักสืบกลับมามีชีวิตชีวา

ไม่หวังถึงขึ้นเอา “ของจริง” มาล้าง “ของเสีย” ที่ก็มีปะปนอยู่ใน บช.น.หรอกครับ

เอาแค่ให้เห็นว่าจับคดียาเสพติด โดยไม่ต้องใช้สายล่อซื้อทำอย่างไร แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว