ฝึกซ้อมสนามใหม่ มาตรฐานออสซี่โอเพ่น

212

 

ต้นเดือนเมษายน 2561 ลูกชายผมย้ายไปซ้อมที่สนามเทนนิส True Arena-Paradorn International Tennis Academy” แบบเต็มตัวภายใต้การดูแลของภราดร ศรีชาพันธุ์ หรือซุปเปอร์บอล อดีตนักหวดมือ 9 ของโลกเป็นหัวเรือใหญ่

สนามที่เพียบพร้อมไปด้วยส่ิงอำนวยความสะดวกครบครัน มีทั้งหมด 11 สนามมาตรฐานเทียบเท่าออสเตรเลี่ยนโอเพ่น ห้องฟิตเนสขนาดใหญ่และทันสมัย บรรยากาศยอดเยี่ยม เนื่องจากเป็นเมืองชายทะเล 

สนามแห่งนี้ถือเป็นบ้านแห่งใหม่ครับ เดิมลูกชายอาศัยซ้อมที่สมาคมเทนนิสแห่งประเทศไทยที่เมืองทองธานี ซึ่งต้องขอบคุณผู้ใหญ่ในสมาคมที่ให้โอกาสลูกผมมาตลอด

ความรู้สึกเมื่อต้องจากบ้านเก่าที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กๆก็อดใจหายไม่ได้ แต่เมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องตัดใจก้าวเดินไปข้างหน้าครับ และนับว่าโชคดีที่ภราดรลงมาสานฝันให้นักหวดรุ่นน้องแบบเต็มตัวและเปิดโอกาสให้ลูกชายผมเป็น 1 ในทีมเด็กปั้น

การฝึกซ้อมสนามใหม่อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควร เนื่องจากสภาพพื้นสนามที่นี้ค่อนข้างช้าแถมลมแรงเกือบทั้งวัน เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมทะเล

ย่ิงช่วงไหนมีมรสุมลมจะแรงมาก กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็ต้องใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยกันนาน

ผมจำได้ว่าตอนที่เคยพาลูกมาแข่งที่นี้ครั้งแรกเมื่อ 2-3 ปีก่อนลูกชายเล่นไม่ได้เลย จังหวะการเคลื่อนที่ผิดเพี้ยนไปหมด สาเหตุเพราะไม่ชินกับสนาม

เท่าที่ได้พูดคุยกับภราดรบอกว่าพื้นสนามแบบนี้ นักกีฬาต้องใช้แรงมากกว่าสนามฮาร์ดคอร์ตทั่วไปในบ้านเราที่ส่วนใหญ่พื้นแข็งลูกวิ่งเร็ว เมื่อเจอพื้นหนืดจะทำให้เล่นยาก และเหนื่อยกว่าพื้นที่สนามทั่วไป นักกีฬาที่ไม่เคยซ้อมมาก่อน เล่นไปเล่นมาจะหมดแรงเอาดื้อๆ เนื่องจากต้องใช้แรงมาก

แต่การฝึกซ้อมสนามแบบนี้ทำให้ได้เปรียบกว่าสนามอื่นๆ เพราะเป็นสนามมาตรฐานทั่วโลก 

จะเห็นได้ว่าเวลามีทัวร์นาเมนต์จัดที่ True Arena นักหวดต่างชาติทั้งยุโรป อเมริกา และเอเซียจะเดินทางมาแข่งมากกว่าปกติ

ไม่ใช่แค่สนามที่ยอดเยี่ยม แต่ทุกอย่างถูกเซ็ตด้วยระบบมืออาชีพ จากประสบการณ์ของท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่คลุกคลีบริหารสมาคมเทนนิสมายาวนาน

แม้ปัจจุบันท่านจะไม่ได้เป็นนายกสมาคม แต่ก็ยังทำงานพัฒนาวงการเทนนิสด้วยการเป็นประธานที่ปรึกษาสหพันธ์เทนนิสแห่งเอเชีย (เอทีเอฟ) และสร้างสนามแห่งนี้ไว้เป็นสังเวียนให้กับนักหวดไทยควบคู่กับไปสมาคมเทนนิสฯ โดยเน้นไปที่แมตช์อาชีพ 

  ปี 2018 สนามแห่งนี้มีโปรแกรมจัดแข่งทั้งหมด 9 รายการ เป็นศึกเทนนิสอาชีพไอทีเอฟ โปรเซอร์กิต “แคล-คอมพ์ แอนด์ เอ็กซ์วายซี ปริ้นติ้ง ไอทีเอฟ โปร เซอร์กิต 2018 แบ่งเป็นประเภทชาย 3 รายการชิงเงินรางวัลรายการละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 525,000 บาท เป็นการจัดต่อเนื่องกันระหว่างวันที่6-11ส.ค. รายการที่ 2 วันที่13-18ส.ค. และรายการที่ 3 วันที่ 20-23 ส.ค.

รายการอาชีพหญิงอีก 6 รายการ แยกเป็นระดับเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 4 รายการในวันที่30 เม.ย.ถึง5 พ.ค. ต่อด้วยวันที่7-12 พ.ค.

จากนั้นไปจัดอีกครั้งวันที่ 26 พ.ย.-1ธ.ค. และวันที่3-8ธ.ค. ส่วนอีก 2 รายการเป็นการชิงเงินรางวัลรวม 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 875,000 บาท ระหว่างวันที่ 28พ.ค.-2มิ.ย. และวันที่4-9มิ.ย.

แต่ละรายการจะเป็นเวทีที่ช่วยผลักดันให้นักเทนนิสของไทยมีโอกาสเก็บแต้มสะสมคะแนนโลกในบ้าน ไม่ต้องควักทุนบินไปแข่งไกลถึงต่างประเทศ 

—————————  เดอะวินเนอร์