ระวังภัยใกล้ตัวของ “ลูกน้อย”

293

 

จากเหตุการณ์ร้ายรายวันที่เกิดขึ้นถือเป็น“ภัยใกล้ตัว” โดยเฉพาะเด็กที่ยังไร้เดียงสา ผู้ปกครองต้องคอยสอน แนะนำและให้ความรู้ แนะนำถึงวิธีการป้องกันจากภัยที่คาดไม่ถึงหรือจากการถูกชักจูงจากผู้ที่ไม่หวังดี บางครั้งทำให้เด็กหลงเชื่อและทำให้ลูกเราได้รับอันตราย สำหรับภัยใกล้ตัวที่ต้องระวังคือ

1.การลักพาตัว เหตุการณ์ลักพาตัวเกิดขึ้นประจำ สร้างความหวาดกลัวให้กับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกในวัยเด็กเล็กเป็นอย่างมาก ในสมัยก่อนถ้าเด็กถูกลักพาตัว ถ้าไม่ถูกพาไปเป็นขอทาน อาจถูกพาไปใช้แรงงาน ถ้าเป็นเด็กหน้าตาดี ไม่ว่าเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย อาจจะถูกพาไปค้าประเวณี แต่ในปัจจุบันธุรกิจการค้ามนุษย์เริ่มมีอิทธิพลครอบคลุมไปในหลายๆ ส่วน แม้กระทั่งในทางการแพทย์แบบผิดกฎหมายที่มีการลักพาตัวเด็กไปเพื่อขโมยอวัยวะ

2.การถูกข่มขืน ถูกทำอนาจาร สังคมบ้านเราเสื่อมถอยลงไปทุกที การไว้ใจคนแปลกหน้าหรือแม้แต่คนใกล้ตัวอาจจะกลายเป็นอันตรายต่อลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย ข่าวการถูกข่มขืน กระทำชำเราในเด็ก เกิดขึ้นเนื่องจากการขาดสติของคน ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายเข้มงวดเพียงใด ถ้าทุกคนในสังคมไม่ช่วยกันดูแล เรื่องเหล่านี้ก็คงเกิดขึ้นอีกซ้ำซาก

3.การติดสารเสพติด และอบายมุข อบายมุขทั้งหลาย เช่น สุรา บุหรี่ และสิ่งเสพติดทั้งหลาย เป็นสิ่งที่อันตรายต่อเด็ก การฝากยาไว้กับเด็ก หรือหลอกเด็กให้ลองดื่มสุรา ลองสูบบุหรี่ หรือสูดดมสารเสพติด หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเอง ที่ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ให้ลูกเห็น ก็ส่งผลให้เด็กในบ้านเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจโดยไม่รู้ตัว

4.การใช้เทคโนโลยี ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวไกลไปมาก เด็กๆ หลายคนมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้เป็นของตัวเอง สามารถเปิดคอมพิวเตอร์ หรือเล่นเกมผ่านแท็บเลตได้เอง ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าโรงเรียน กลายเป็นสิ่งเสพติดที่เด็กๆ ขาดไม่ได้ ต้องการไขว่คว้าให้ได้มา โดยไม่ทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้น และผลข้างเคียงจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้

ซึ่งผลวิจัยจากฮาร์วาร์ดระบุว่า การใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เซลล์ในร่างกายของมนุษย์เปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดมะเร็ง หรือเนื้องอกในสมองได้โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ กะโหลกศีรษะยังไม่หนาเพียงพอต่อการต้านทานจากผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กที่ ปล่อยออกมา ถ้าใช้บ่อยๆ เป็นเวลานานๆ อาจจะมีผลกระทบต่อสมอง รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างไม่ระวัง อาจถูกลักทรัพย์ได้ง่าย

5.การเดินทางบนท้องถนน เด็กโตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ เริ่มเดินทางโดยลำพังด้วยรถประจำทาง หรือบางคนอาจใช้บริการบ้างเป็นครั้งคราว แต่ความปลอดภัยในการใช้รถประจำทางกลับแทบจะเป็น 0% อันตรายที่เกิดขึ้นบนท้องถนน อาจส่งผลให้ลูกน้อยเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำ หรือคำสั่งสอนจากผู้ใหญ่

6.การเลือกซื้อของหน้าโรงเรียน ตอนเย็นหลังเลิกเรียน จะสังเกตเห็นได้ว่ามีร้านค้าต่างๆ มาตั้งร้านขายของให้เด็กๆ ที่หน้าโรงเรียน และหนีไม่พ้นอาหารที่กินง่าย ถูกใจเด็กๆ และที่สำคัญคือ ไม่มีประโยชน์ เช่น ลูกชิ้นปิ้ง น้ำปั่น ไก่ทอด ขนมกรุบกรอบ ฯลฯ ล้วนแต่ล่อตาล่อใจเด็กๆ ให้ซื้อมารับประทาน พ่อค้าแม่ค้าบางคนก็เอาสิ่งที่เป็นอันตรายกับลูกน้อยมาขาย โดยชี้ชวนว่าเป็นของดี น่าตื่นเต้น เด็กๆ ก็ซื้อมาเล่น โดยไม่รู้เลยว่าสารที่เคลือบผิว หรือแม้กระทั่งขนมหน้าตาแปลกเหล่านั้นเป็นอันตราย

ดังนั้นพ่อแม่ต้องคอยตักเตือนและอธิบายถึงภัยต่างๆให้ลูกทราบและแนะวิธีป้องกันด้วยเพื่อให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง

หนุ่ย ลำปาง