เปิดตัว ผู้กำกับป้อม มือหนึ่งสเกตซ์ภาพคนร้าย สตช.

แฟ้ม(ไม่)ลับสีกากี โดย สมถวิล

หน้าที่ 12 ตอน “ผู้กำกับป้อม ผู้ปิดทองหลังพระ มือหนึ่งสเกตซ์ภาพคนร้าย ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

พันตำรวจเอกชัยวัฒน์ บูรณะ “ผู้กำกับป้อม” ผู้กำกับการฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผกก.ฝทว.2 ทว.) อายุ 54 ปี เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2506 พื้นเพเป็นคนกรุงเทพมหานคร เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดประสาท ย่านธนบุรี กรุงเทพฯ ต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ จากนั้นได้ข้ามฝั่งไปเรียนต่อที่วิทยาลัยเพาะช่าง สาขาจิตรกรรมสากล หลังจากจบมาได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ เอกศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตร และศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรความร่วมมือกับสถาบันทหาร รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในช่วงที่รับราชการ ยศ ร้อยตำรวจเอก

เส้นทางบนสายกากีของผู้กำกับป้อม

ผมได้ตัดสินใจในช่วงชีวิตที่เลือกได้ แปรผันตัวเองด้วยการลาออกจากบริษัทโฆษณาในตำแหน่ง Art Director ที่มีเงินเดือนสูงถึง 50,000 บาท เข้ารับราชการในตำแหน่งรองสารวัตร งาน 4 กก.2 ทว. เมื่อปลายปี 2539 ในวัย 34 ปี ตามอุดมการณ์ “ตำรวจ เพื่อประชาชน” ผ่านการอบรมหลักสูตร กอส.รุ่นที่ 16 รุ่นเดียวกับ ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอบฟุตบอลทีมชาติไทย ที่กำลังโด่งดังอยู่ทุกวันนี้ ในช่วงอบรมก็ได้ร่วมเล่นฟุตบอลกันในยามว่าง, อบรมหลักสูตรการสืบสวนสอบสวนโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ปี 2542 เข้าอบรมหลักสูตรสืบสวนสอบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 76 ปี 2545, อบรมหลักสูตรสารวัตร รุ่นที่ 75 ปี 2546, อบรมหลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 88 ปี 2555,การอบรมหลักสูตรต่างประเทศ (ออสเตรเรีย) AFP Forensic Artist Workshop ปี 2549, อบรม ICE/EXBS Counter Proliferation InvestigationTraining จัดโดยสถานฑูตสหรัฐอเมริกา ปี 2559, อบรม สืบสวนสอบสวน ฯ (U.S.Immigration and Customs Enforcement) ณ.กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2559

สำหรับชีวิตการรับราชการครั้งแรกดำรงตำแหน่ง รอง สว.งาน 4 กก.2 ทว. ยศ ร้อยตำรวจตรี ในช่วงปลายปี 2539, ดำรงตำแหน่ง สว.งาน 3 กก.2 ทว., ดำรงตำแหน่ง สว.ฝทว.1 ทว., ดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ฝทว. 2 ทว. , ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 ทว. ในปี 2556 จนถึงปัจจุบัน รวมอายุราชการ 21 ปี

“กว่าจะมาเป็นผู้กำกับชัยวัฒน์มือหนึ่งสเก็ตซ์ภาพ”

ในช่วงวัยเด็กตนได้รับการปลูกฝังจากญาติผู้ใหญ่ที่รับราชการ และถวายงานอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ รวมถึงมีใจรักในงานศิลปะโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก ในหลวง ร.9 จึงเริ่มวาดภาพตั้งแต่เรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปี 4 ของโรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งภาพแรกที่ได้วาดขึ้นนั้นเป็นภาพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครูผู้สอนเห็นผลงานจึงเห็นแววและส่งเข้าประกวดแข่งขันวาดภาพ โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัด จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในขณะนั้น หลังจากนั้นจึงเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานทางศิลปะมากขึ้น นอกจากนี้เห็นว่าพระองค์ทรงปฏิบัติและทรงสอนทุกๆอย่าง ให้กับประชาชน เปรียบเสมือนพ่อของทุกคน จึงได้ยึดถือหลักมาปฏิบัติจนกระทั่งสามารถพัฒนาฝีมือตนเองจนได้เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และทำงานจนเป็นที่ยอมรับในด้านการสเกตช์ภาพคนร้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อปวงชนชาวไทย จึงได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 โดยเป็นการวาดผ่านโปรแกรมโฟโต้ช็อป ส่วนภาพนี้เป็นภาพที่ตนตั้งใจวาดเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ ที่พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจ ส่วนสาเหตุที่เลือกภาพที่พระองค์ทรงงานจนมีเหงื่อหยดอยู่ปลายพระนาสิก เพราะเป็นภาพที่แสดงถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยได้เผยแพร่ภาพดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน

“นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการบรรยายให้ความรู้กับเด็กเยาวชนและประชาชนกลุ่มเสี่ยงรวมถึงส่วนราชการต่างๆ ในเรื่องของการเตือนและระวังภัย ให้ความรู้ในการสังเกตจดจำ และทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เพื่อช่วยป้องกันและรู้ทัน ปิดช่องโอกาสคนร้ายที่คิดจะกระทำความผิด หรือหากกระทำความผิดประชาชนจะสามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งมีผลโดยตรงกับงานสเก็ตช์ภาพคนร้าย และที่สำคัญอบรมให้กับเยาวชนและประชาชนในการช่วยกันป้องกัน การหายตัวไปของเด็กที่อาจเกิดจากการถูกล่อลวง ลักพาตัวเด็ก การทำงานเชิงรุกได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา เพิ่มชองทางการติดตามเด็กหาย ในการ สเก็ตซ์ภาพจำลองเด็กหายที่หายไปเป็นระยะเวลานาน โดยตามหลักการ ใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มีลักษณะใบหน้าที่มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน ตามกระบวนการ (Age Progression)

ความภาคภูมิใจในการทำงาน..
คือการที่ได้ทำงานเพื่อประชาชน..เพื่อสังคม และการที่ได้รับเกียรติ์ ให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนให้กับนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ในระดับชั้นปีที่ 4 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 15 ปี

นายตำรวจที่ผู้กำกับป้อมยึดเป็นแบบอย่างในการทำงาน

ผมต้องขอขอบคุณผู้ที่ให้โอกาส ให้คำปรึกษาแนะนำ ในวัยเด็ก และเป็นแรงบันดาลใจเป็นอย่างดีมาโดยตลอดคือท่านพล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อดีต ผบ.ตร ที่เป็นผู้ที่ให้โอกาสให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในการทำงานในอาชีพตำรวจ โดยถือว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดที่ต้องจารึกไว้ ส่วน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีต รอง ผบ.ตร.ก็ให้แรงบันดาลใจในการทำงานกับท่านและเมื่อได้ร่วมงานกับท่านจะเกิดความรู้สึกที่ว่า “ การทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทำงานไม่มีวันหยุด แต่มีความสุข” นายตำรวจอีกท่านหนึ่งคือ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตที่ปรึกษา สบ.10 ท่านเคยเป็นผบช.สพฐ.ตร. ที่เป็นแบบอย่างในการทำงานที่ดี ทุ่มเทด้านงานนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุน รวมทั้งให้กำลังใจ คำพูดที่เพิ่มกำลังใจในการทำงานจากท่านก็คือ “ขอให้มีจิตใจที่แกร่งกล้าและยึดมั่นในอุดมการณ์ เพื่อประชาชนอย่างที่ถือปฏิบัติมาโดยตลอด”

ท่าน พล.ต.ท.พีรพงศ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบช.สพฐ.ตร. ท่านเป็นแบบอย่างในการเป็นนายที่ใจเย็น เข้าใจคนทำงานและเป็นผู้ให้
ท่าน พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีต ผบช.สพฐ.ตร. ในช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่ง ท่านเห็น และให้ความสำคัญในการทำงาน ส่วนท่าน สุดท้ายคือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมงานกับท่าน คดีใหญ่ๆหลายคดี เช่น คดีระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และคดีระเบิด ใน 7 จังหวัดที่ผ่านมา ท่านทำงาน ลุย ตลอดเวลา ให้ความสำคัญงานนิติวิทยาศาสตร์ ในกระบวนการสืบสวน สอบสวนเมื่อได้ทำงานกับท่าน ไม่เหนื่อย และมีพลังในการทำงาน และขอขอบคุณพล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ท่านให้นโยบายที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา ได้นำไปปฏิบัติและคิดต่อยอด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป ขอขอบพระคุณผู้บังคับบัญชาทั้ง 6 ท่านเป็นอย่างสูง”