จากหัวใจ "ชาญ วิมลศรี" ถึงกองปราบฯ Ep.1

666

taladpra09_0

จากใจ ชาญ วิมลศรี ถึงกองปราบฯ Ep.1

“น้องๆเก่งอยู่แล้ว รอเพียงคนนำเท่านั้น”

ถึงจะยังเศร้าโศกเสียใจเหมือนคนไทยทั้งประเทศ แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เสียใจได้แต่ต้องไม่ลืมหน้าที่ กากีกลาย ขอทำหน้าที่สื่อเล็กๆตีแผ่ชีวิตเรื่องราวในแวดวงตำรวจเหมือนเดิม โดยวันนี้มาเปิดใจอดีต รรท.ผบก.ป ที่เพิ่งลุกจากเก้าอี้รักษาการผู้บังคับการปราบปราม หรือกองปราบฯ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังรักษาการมานาน 10เดือน ลองมาฟังความรู้สึกของ รองจี๊ด-พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก. อดีต รรท.ผบก.ป. นรต.34 กันดูว่ารู้สึกนึกคิดอย่างไรกับหน่วยงานที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายแห่งนี้

14858617_1117670775013102_888909747_o
คิดว่าสิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา เพราะเราโตมาจากเนื้องาน ผ่านงานทั้งสืบสวนสอบสวน ผ่านงานจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรงนั้นอาจจะทำให้ผู้บังคับบัญชามองเห็นว่า เราทำงานได้ดี เลยดึงมาอยู่ บก.น.4 เป็นทั้ง ผบก.น.4 และ ผบก.น.7 แล้วขึ้นรอง ผบช.ที่กำลังพล

สมัยนั้นท่าน คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เห็นผมทำงานดี เลยดึงมาทำงานกับท่านฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ตอนนั้นคุมม็อบอยู่ 9 เดือน ท่านเห็นการทำงาน ช่วงนั้นผมก็ได้คิดโครงการเก็บรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรรมเบื้องต้นเสนอท่านฐิติราช ท่านก็เห็นด้วย เมื่อนำเสนอต่อรัฐบาล รัฐบาลก็เห็นชอบ ก็เริ่มจัดเก็บฐานข้อมูลอาชญากรรมมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง บช.น.มีข้อมูลเหล่านี้จนถึงปัจจุบันประมาณ 2 แสนกว่า สามารถใช้ในการทำ ซีซีโอซี แผนประทุษกรรมได้ หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ภาค 6 เพราะท่านรุ่งโรจน์ แสงคร้าม เอาไปทำโครงการStop-Walk And Talk แล้วก็ได้ผล ทำเสร็จปุ๊บ ท่านฐิติราช ขึ้นเป็น ผบช.ก.ท่านเลยไปขอท่านรุ่งโรจน์ ขอผมมาช่วยงานที่ บช.ก.เพราะ บช.ก.นั้น ดูทั่วประเทศเป็นภาคใหญ่

ผลงานที่ผ่านๆมาของ บช.ก.-ของกองปราบฯตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ก็จัดการกับแก๊งเครือข่ายอะไรเยอะ เลยให้ผมมาคิดเรื่องการจัดเก็บฐานข้อมูลของ บช.ก.ผมก็มาเริ่มทำให้ ย้ายมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานมา จนถึงเดือน ต.ค.ก็เป็นรูปเป็นร่าง มีการประชุมและบันทึกข้อมูลของ บช.ก.ได้ 850 แก๊ง ที่เอามาบูรณาการกันทุกวันนี้ อย่างที่เห็น เช่น แก๊งสารพัดโกง เสร็จแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ท่านฐิติราชก็พูดกับผม แบบเปรยๆ เล่นๆ ว่า เดี๋ยวเดือน พ.ย.จะให้พี่จี๊ด ไปดูแลกองปราบฯ ผมยังบอกเลยว่า ผมแก่แล้วอย่าเอาไปเลย ท่านก็ว่า แก่ไม่สำคัญ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ชั่วโมงบินที่สูง เรื่องการควบคุมอะไรต่างๆ ผ่านการเป็นผู้การ มา 2 บก.ในนครบาลทั้ง บก.น.4 และ บก.น.7 ถือว่าเจ๋งแล้ว ผมยังนึกว่าท่านพูดเล่น ยังบอกท่านว่า น้องๆ ยังมีเยอะแยะ เพราะกองปราบ ต้องเอาคนที่ทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น ไปอยู่ แต่ท่านก็บอกว่า ไม่เอา ผมจะเอาพี่จี๊ด นั่นแหละ วันดีคืนดีก็ออกคำสั่งตูมมา ให้ผมเป็น รักษาการ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเลย เพราะ บช.ก.เราไม่เคยอยู่

14885912_1117670738346439_1753828660_n

แล้วความคิดแรกว่า เอ๊ะ ถ้าเราไปอยู่นี่ เราไม่มีลูกน้อง จะใช้ใครทำงาน มือไม้เราไม่มี คิดมากเลยนะ ก็ไปคุยกับท่านฐิติราช บอกท่านครับ คิดดีแล้วเหรอ ให้ผมไปรักษาการ ท่านบอกกลับมาว่าจะทำให้กองปราบ เหมือนกองสืบ บช.น.ให้ได้ ก็นั่งคุยกับท่านตั้งแต่นั้น รับออเดอร์มาตลอด เน้นเรื่องหลัก 3 T โดย T ตัวแรก คือ TEAM
ต้องทำงานเป็นทีม เมื่อก่อนแต่ละ บก.ของ บช.ก.จะต่างคนต่างทำ แกบอกว่าต้องทำเป็นทีม กองปราบฯจะต้องทำงานกับทางหลวง หรือ บก.อื่นๆได้ T ตัวที่สองคือ สร้างเครื่องไม้เครื่องมือในการสืบสวนคือ TOOL ปัจจุบันได้ทำเฟส 2 แล้ว คือไปรวบรวมเอาข้อมูลจากทั่วประเทศประมาณ 40,000 กว่าแก๊ง ตอนนี้กำลังทำอยู่ ใกล้จบแล้ว แต่ข้อมูลที่ได้มายังไม่ 100% แต่ว่าข้อมูลที่ได้มาก็ได้ 60% แล้ว ที่เหลืออีก 40% ยังต้องทิ้งไปก่อน ส่วน T ตัวที่สาม คือ TRAINING ทุกอย่างต้องฝึก พนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวนอะไรต่างๆ หรือแม้กระทั่ง ปพ.เอง ต้องฝึกยุทธวิธี ฝึกอะไรต่างๆ

แล้วยุทธวิธี ต้องฝึกให้กับทุก บก.ด้วย เห็นมั้ยว่า ตอนหลังนี่ ทางหลวง เขาก็ไปฝึกที่หัวหิน อะไรต่างๆ กองปราบ ก็ฝึก นี่คือ 3 T พอรับนโยบายมาก็เริ่มทำ ก็พยายามลงไปหาน้องๆ ทำงาน ก็มีผลงานออกมาตลอด แล้วกองปราบฯก็ดีอย่างหนึ่งคือ เป็นศูนย์รวมคนเก่ง เขาเก่งอยู่แล้ว มีทักษะอยู่แล้ว เพียงแต่รอการนำเท่านั้นเอง ถ้าเรานำดี เพียงแต่ว่าเราไม่ไปขัดแย้งเรื่องอะไรต่างๆ คือสนับสนุนเขาตลอด งานก็จะออกมา มีผลงาน จะเห็นว่าได้แถลงข่าวกันแทบจะทุกวัน

ติดตาม Ep 2  ในวันพรุ่งนี้