ปั้นลูกเป็นนักหวดลงเล่นแมตช์มาราธอน

257

ปั้นลูก(ตร.)เป็นนักหวด
11.เล่นแมตช์มาราธอน

ตอนอายุ 16 ผมลองให้ลูกชายเล่นแมตช์อาชีพดูบ้าง หลังจากลงแข่งจูเนียร์ทั้งในและต่างประเทศมาตลอด ด้วยหวังว่าจะให้เขาหาประสบการณ์ในระดับที่สูงขึ้น เกมส์อาชีพเร่ิมต้นจากรายการฟิวเจอร์แค่เงินรางวัลรวมทั้งทัวร์นาเมนต์แค่ 10,000 ดอลล่าร์ หรือเทียบเงินไทยกว่า 300,000 บาท เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก พูดตรงๆ ใครได้แชมป์ยัง ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายๆ เลย

 แต่นักหวดทั่วโลกก็เร่ิมต้นในระดับนี้กันทั้งนั้น ใครมีฝีมือชนะเลิศสัก 1-2 ทัวร์นาเมนต์หรือเข้ารอบลึกๆติดต่อกันก็มีแต้มสะสม สามารถขยับไปเล่นรายการที่สูงขึ้นๆ จากฟิวเจอร์เป็นชาเลนเจอร์ มีเงินรางวัลเพ่ิมเป็น 50,000 ดอลล่าร์ไปจนถึง 100,000 เหรียญฯ ก่อนก้าวไปเล่นในระดับเอทีพี หรือดับเบิลยูทีเอทัวร์ของนักเทนนิสหญิงในระดับ 250, 500 มาสเตอร์ 1,000 และแกรนด์สแลม

บางคนเล่นจูเนียร์ติดท็อป 10 หรืออยู่ในอันดับเลข 2 ตัว แต่พอเทิร์นโปรกลับทำผลงานได้ไม่ดีเล่นวนเวียนอยู่แต่ฟิวเจอร์ และชาเลนเจอร์ตลอดชีวิตก็มีให้เห็นมากมาย ใช่ว่าทุกคนจะโลดแล่นบนถนนสายนี้ได้เหมือนกันหมด อยู่ที่จังหวะและการเตรียมพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะร่างกายสำคัญมากสำหรับนักเทนนิสปัจจุบันที่เน้นพาวเวอร์เกมส์เป็นหลัก

การเล่นอาชีพค่อนข้างแตกต่างจากระดับเยาวชนมาก นักเทนนิสแต่ละคนมีความเคี่ยว ตีหนักและเล่นสไตล์เหนียวแน่น เน่ืองจากแต่ละคนที่อยู่ในทัวร์ช่วงย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ และสะสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ไม่มีเกมส์ง่าย ผู้ชนะต้องแข็งแกร่งทั้งกายและใจ ดังนั้นวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นส่ิงที่ขาดไม่ได้ ส่วนใจก็จำเป็นไม่ย่ิงหย่อนกว่ากัน เป็นเร่ืองของแต่ละบุคคล แม้จะฝึกเท่ากัน แต่ได้ไม่เท่ากัน


เล่นอาชีพมันไม่ง่ายครับ แม้ต้นเกมส์เราจะทำได้ดี พอๆ ตีไปเร่ือยๆ รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มากกว่าเร่ิมปรับวิธีการเล่น ดึงจังหวะ ย้ือแต้ม จากที่เรายิงสโตรกได้หนักหน่วง แม่นยำ เสิร์ฟดีก็จะเป็นฝ่ายเล่นพลาดเอง ขณะที่รุ่นพี่ยังเล่นได้คงเส้นคงวา สุดท้ายก็จะเป็นฝ่ายกำชัยในที่สุด ส่วนนักเทนนิสเยาวชนคนไหนที่ปรับตัวได้เร็วก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็ว

ส่วนลูกชายผมมีโอกาสได้ลงเล่นในรอบคัดเลือกครับ แรกๆแพ้เสียส่วนใหญ่ พอเล่นหลายๆ แมตช์ก็เร่ิมชนะบ้าง มีอยู่แมตช์หนึ่งเป็นการแข่งรอบแรกต้องเจอกับนักเทนนิสรัสเซียหรือหมีขาว ที่มีนักหวดดังระดับโลกมากมาย คู่แข่งอายุ 28 ปี แก่กว่าลูกผม 1 รอบเต็มและเคยอยู่ในแรงก้ิง 600 กว่า แต่หยุดไปพักหนึ่งก่อนกลับมาเดินสายอีกครั้ง

วันนั้นลูกผมทำได้ดีเกินคาด เล่นกัน 3 เซต ตีกันมาราธอนถึง 4.10 ชม. และเราเป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์เฉียดฉิว จบแมตช์พัก 1.30 ชม.ต้องเล่นต่อรอบสองกับนักหวดรุ่นพี่ทีมชาติไทย ต้นเซตแรกเราทำได้ดีมากแต่พอปลายเซตตะคริวเร่ิมถามหา แพ้ไป 4-6 พอเซตสองพยายามย้ือสุดใจ แต่ไม่ไหวครับ

จบแมตช์เม่ือยเน้ือเม่ือยตัวไปหมด เป็นอยู่ 2-3 วัน ขนาดลูกชายผมทำฟิตเนสไม่เคยขาด สอบถามอาจารย์ที่ทำร่างกายบอกเป็นเร่ืองธรรมดาของกล้ามเน้ือเด็กจะสู้ผู้ใหญที่่โตเต็มวัยได้อย่างไร ไว้อดใจรอให้ถึงเวลา แถมเตือนให้ผมเลือกแมตช์ให้เหมาะสมกับวัย ใจเย็นๆ อย่าไปรีบร้อน เดี๋ยวจะกลายเป็นมะม่วงบมแก๊ส
——————————————–
เดอะวินเนอร์